วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สหภาพแรงงาน: องค์กรมวลชนของคนงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตของคนงานและเพื่อการสร้างสังคมที่ดีกว่า


ชิน อึน ชุล เขียน
ศูนย์การศึกษาแรงงาน แปล

ลักษณะสำคัญของสหภาพแรงงาน

1. สหภาพแรงงานคือองค์กรทางชนชั้น สหภาพแรงงาน คือ “องค์กรของคนงาน โดยคนงาน และเพื่อคนงาน” ฟังดูจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ง่ายและธรรมดามาก แต่แท้จริงมีความหมายอย่างมากต่อขบวนการแรงงานเป็นอย่างยิ่ง

คุณคิดอย่างไรกับความหมายของการเป็น “องค์กรของคนงาน โดยคนงาน และเพื่อคนงาน”
คุณเคยพบนายจ้างคนไหนที่เต็มใจจะขึ้นเงินเดือนและปรับปรุงสภาพการทำงาน ให้คนงานบ้างไหม? แล้วนายจ้างของคุณล่ะ? ในความหมายนี้ สหภาพแรงงานไม่ใช่องค์กรของนายจ้างแต่เป็นองค์กรของลูกจ้าง ซึ่งหมายความว่าคนงานสามารถปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้ ด้วยเหตุผลนี้เราจึงเรียกสหภาพแรงงานว่าเป็น องค์กรทางชนชั้น ที่มุ่งเน้นการร่วมกันรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกรรมาชีพและท้าทายผลประโยชน์ ของนายจ้าง

2. สหภาพคือองค์กรเพื่อการต่อสู้ นายจ้างทุกคนมีลักษณะความเป็นนายทุนที่ขูดรีดคนงานเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ว่านายทุนคนไหนก็มีเป้าหมายที่จะหาเงินให้ได้มากๆ และพยายามเพิ่มผลกำไรโดยการลดระดับค่าจ้างให้น้อยลง ยืดเวลาการทำงานให้ยาวนานมากขึ้น เพิ่มปริมาณงาน เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานและปรับโครงสร้างในที่ทำงานใหม่ เช่น การจ้างงานเหมาช่วง การจ่ายงานออกไปข้างนอก นายจ้างใช้วิธีการแบบนี้ก็เพื่อการแสวงหากำไร ด้วยการกดขี่ขูดรีด และกดดันคนงาน ซึ่งในทางกลับ เป็นแรงผลักดันให้คนงานรู้สึกขัดแย้ง และต้องการเผชิญหน้า ท้าทาย นายจ้าง เพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขา นายจ้างมักจะพูดเสมอว่า “เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน” “คนงานและผู้บริหารก็มีชะตาชีวิตไม่ต่างกัน ดังนั้นต้องร่วมมือกัน”

ในแง่นี้ จึงไม่อาจพูดได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับฝ่ายบริหารมีลักษณะของความ ‘ร่วมมือ’ เสมอไป บ่อยครั้งที่เราอยู่ในเงื่อนไขที่ต้องเผชิญหน้า ประสบการณ์หลายครั้งสอนให้เรารู้ว่าสหภาพแรงงานหรือคนงานไม่สามารถจะได้รับ การปฏิบัติอย่างเสมอภาคถ้าปราศจากความเข้มแข็งที่อยู่บนพื้นฐานของการ ปฏิบัติการร่วมกันเป็นกลุ่ม สิ่งนี้อธิบายความหมายที่ว่าสหภาพแรงงานเป็นองค์กรที่ต่อสู้เพื่อสมาชิก

3. สหภาพแรงงานคือองค์กรที่ทำให้ความมุ่งหวังและความปรารถนาของชนชั้นกรรมาชีพ เป็นความจริงองค์กรทุกองค์กรมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความมุ่งหวังและความ ปรารถนาของสมาชิก สหภาพแรงงานเช่นกัน สหภาพแรงงานมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพการทำงาน การดำเนินชีวิตของสมาชิก ดังนั้น องค์กรสหภาพแรงงานจึงต้องมีความรู้สึกละเอียดอ่อนต่อความมุ่งหวัง ความปรารถนาของสมาชิก และทำงานเพื่อตอบสนองความมุ่งหวังและสิทธิประโยชน์ของคนงาน

มาถึงตรงนี้ เราต้องคิดให้ชัดว่า อะไรคือความมุ่งหวัง ความปรารถนาที่แท้จริงของคนงาน บางคนบอกว่า ‘การเพิ่มค่าจ้างและการปรับปรุงสภาพการจ้างเป็นความมุ่งหวัง ความปรารถนาของคนงาน’ แต่พวกเราในที่นี้ทุกคนรู้ดีว่า ค่าจ้างในโรงงานเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น การมีสวัสดิการสังคมที่ดี การมีหลักประกันการคุ้มครองในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นความปรารถนาของมนุษย์ที่ต้องทำงานเลี้ยงชีพทุกคน

ความที่พวกเราคุ้นเคยกับค่าจ้างที่ได้รับในโรงงานมานาน ทำให้เราอาจไม่ได้คิด จินตนาการมากนักเกี่ยวกับ การมีสวัสดิการสังคมที่ดี อาทิ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนเกษียณอายุสำหรับทุกคน ประกันการว่างงาน ประกันการบาดเจ็บและโรคจากการทำงาน เมื่อคนงานตกงาน คนงานต้องสูญเสียค่าจ้างและสวัสดิการที่ได้รับจากโรงงาน แต่ถ้าเรามีระบบสวัสดิการสังคมที่ดี เราก็จะมีหลักประกันการดำเนินชีวิตจนกว่าจะได้งานใหม่

ค่าจ้างโรงงานมีความยั่งยืนตราบเท่าที่โรงงานยังอยู่ แต่ก็นั่นแหละ เราทุกคนรู้ดีว่าไม่มีโรงงานไหนในโลกนี้ที่อยู่ไปตลอดกาล ในขณะที่ในการดำเนินชีวิตของเรา มีปัจจัยและภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม ที่มีความหลากหลาย และไม่แน่นอน เช่นการเพิ่มขึ้นของดัชนีผู้บริโภค การขึ้นราคาค่าเช่าบ้าน การเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม การล้มละลายของบริษัท และการปรับโครงสร้างการผลิตและการจ้างงาน สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเรา ถ้าพิจารณาความจริงที่เราต้องเผชิญแล้ว การมีหลักประกันสังคมที่ดีมีความสำคัญมากกว่าค่าจ้างที่เราได้รับจากบริษัท สหภาพแรงงานจึงต้องให้ความสนใจในเรื่องการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ดีพอๆ กับการให้ความสำคัญในเรื่องการเรียกร้องการเพิ่มค่าจ้างในโรงงาน ดังนั้นเพื่อการปกป้องสิทธิประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนงาน สหภาพแรงงานไม่ได้จำกัดตัวเองว่าเป็นแต่องค์กรที่ต่อรองกับบริษัทเท่านั้น แต่ทำงานต่อสู้เพื่อสังคมทั้งหมด คนงานที่ร่วมกันต่อสู้ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิทธิประโยชน์ ทางสังคมมีคุณลักษณะของการเป็นองค์กรของชนชั้นกรรมาชีพ

ระบบสวัสดิการสังคมที่ดีคือความมุ่งหวัง ปรารถนาของคนงานทุกคน ดังนั้นสหภาพแรงงานจึงต้องเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อผู้ใช้แรงงานทั้งหมด มิใช่เพียงแค่คนงานกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียวที่ทำงานอยู่ในโรงงานแห่งใดแห่งหนึ่ง

4. สหภาพแรงงานคือองค์กรมวลชน สหภาพแรงงานเป็นองค์กรของคนงานพื้นฐานและคนงานการผลิต คนงานเหล่านี้ในฐานะปัจเจกบุคคลมีโอกาสที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง มากที่สุด ในทางตรงกันข้าม เมื่อคนงานเหล่านี้รวมตัวกันและมีความเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกัน พวกเขามีความเข้มแข็งในการต่อสู้ ยิ่งมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น ด้วยหลักการง่ายๆนี้ ทำให้สหภาพแรงงานเป็นองค์กรที่รวมคนงานไว้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ อายุ ภูมิลำเนา สังคมดั้งเดิม พื้นเพทางการศึกษา และศาสนา

มวลชนคือคนงานพื้นฐาน ดังนั้น สหภาพแรงงานจึงเป็นองค์กรมวลชนนั่นเอง

ภารกิจของสหภาพแรงงาน

สหภาพคือองค์กรต่อสู้ที่ตระหนักถึงความต้องการของคนงานทั่วไปหรือสมาชิก พื้นฐาน นอกจากนี้แล้ว สหภาพยังเป็นองค์กรของชนชั้นกรรมาชีพที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อให้ เป็นสังคมที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวัสดิการสังคมที่ดี และมีความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นสหภาพแรงงานจึงมีขอบเขตกิจกรรมหลักๆ 4 เรื่องด้วยกัน

1. กิจกรรมพื้นฐานประจำวัน ประกอบด้วย การจัดตั้ง ศึกษาอบรม การเจรจาต่อรอง การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ การปฏิบัติการร่วมกันของสมาชิก เหล่านี้เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่สุดในบรรดากิจกรรมหลัก 4 ประเภท ขององค์การสหภาพแรงงาน ถ้าสหภาพของคุณไม่ทำกิจกรรมพื้นฐานนี้ สหภาพก็ไม่สามารถต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงทางสังคมและทางเศรษฐกิจได้ ในแง่นี้กิจกรรมประจำวันของสหภาพถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง ขบวนการแรงงาน

2. การรณรงค์เพื่อความสมานฉันท์ หมายถึงกิจกรรมของสหภาพแรงงานที่มีเป้าหมายการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ กำลังประสบปัญหาในสถานประกอบการอื่นนอกรั้วโรงงานของเรา หรือคนงานต่างอุตสาหกรรมที่กำลังเดือดร้อน

3. การต่อสู้ทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย การเรียกร้องเพื่อการเพิ่มค่าจ้าง การปรับปรุงสภาพการทำงาน การเรียกร้องในประเด็นความมั่นคงในการทำงาน การเรียกร้องเพื่อลดจำนวนชั่วโมงการทำงาน ลดปริมาณงาน ส่วนแบ่งผลกำไรของบริษัท การส่งเสริมและคุ้มครองความปลอดภัยและชีวอนามัยในการทำงาน อาจกล่าวได้ว่าการต่อสู้ทางเศรษฐกิจคือการต่อสู้เพื่อให้ได้ค่าจ้างและ สวัสดิการที่ดีจากบริษัทนั่นเอง

4. การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ประกอบด้วย การเรียกร้องให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายแรงงาน การปรับปรุงระบบประกันสังคม การดำรงรักษาระบอบประชาธิปไตย การสถาปนาระบบประชาธิปไตยทั้งในทางเศรษฐกิจและสังคม สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปทางสังคมตลอดจนกลไกและสถาบันต่างๆ อาจกล่าวได้ว่าการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมมีเป้าหมายเพื่อสถาปนา ประชาธิปไตยทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมนั่นเอง

หมายเหตุ: ชิน อึน ชุล เป็นเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศคนแรกของสมาพันธ์แรงงานเกาหลีใต้ (KCTU) ซึ่งมีบทบาทเข้าร่วมกับขบวนการแรงงานเกาหลีใต้ในช่วงการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ ปี 1995 เป็นการนัดหยุดงานทั่วประเทศครั้งแรกในเกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จและทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องยอมรับบทบาทของขบวนการแรงงาน ทั้งนี้ สหภาพแรงงานในเกาหลีใต้สัมพันธ์แนบแน่นกับกระบวนการฟื้นฟูประชาธิปไตยใน 2 ช่วงคือ ก่อนและหลังปี 1987 ในช่วงก่อนปี 1987 รัฐบาลเผด็จการเป็นปฏิปักษ์กับการรมกลุ่มของคนงานมาก การปราบปราบการรวมกลุ่มและการแสดงออกทางการเมืองของคนงานมาก ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เป็น เป็นช่วงของการต่อสู้ของคนงานที่ขยายตัวมากและเป็นช่วงสูงสุด ในปี 1987 มีการนัดหยุดงานจำนวน 3,749 ครั้ง เพิ่มขึ้น 13 เท่าจากปีก่อนหน้านี้ จึงผลักดันให้เกาหลีใต้เข้าสู่กระบวนปฏิรูปให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น กล่าวได้ว่า สหภาพแรงงานจึงมีบทบาทสูง, เป็นปัจจัยทางการเมืองในวิถีชีวิต และมีอิทธิพลต่อคนเกาหลีใต้มาก

เรื่องที่ได้รับความนิยม