Tuesday, June 9, 2026

ผลสำรวจชี้พนักงานสูญเสียคนรัก ขาดการดูแลจากหัวหน้างาน


ผลสำรวจกลุ่มผู้ใหญ่ที่ทำงานและกำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัยจากการสูญเสียคนรักในอังกฤษ จำนวน 1,154 คน พบว่า แรงงานที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักถึง 42% ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารในระดับที่จำกัดมาก และอีก 26% ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ เลยจากนายจ้าง นอกจากนี้ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ภาระในการจัดการงานเอกสารและพิธีกรรมต่างๆ หลังการเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยตรง ขณะที่ 32% ประสบปัญหาขาดสมาธิในการทำงานอย่างรุนแรง และพนักงานราว 41% จำเป็นต้องใช้วันลาเพิ่มหรือขอลดชั่วโมงทำงานนอกเหนือจากสิทธิ์วันลาไว้อาลัยปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลและองค์กรด้านการเยียวยาความสูญเสียในสหราชอาณาจักรหลายแห่ง ร่วมกันเสนอแนะว่า แผนกบุคคล (HR) ควรปรับมุมมองใหม่ว่าความเศร้าโศกไม่ใช่เรื่องระยะสั้นที่เยียวยาได้ด้วยการให้วันลาเพียงไม่กี่วัน แต่เป็นประสบการณ์ของมนุษย์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน สุขภาวะ และความมั่นคงในจิตใจระยะยาว องค์กรจึงควรสร้างวัฒนธรรมที่ปลอดภัยในการเปิดอกคุ้นเคยเรื่องความสูญเสีย จัดอบรมให้หัวหน้างานมีความยืดหยุ่นและเห็นอกเห็นใจ รวมถึงเสนอมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เช่น การปรับลดภาระงานชั่วคราว การจัดหาช่องทางให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และบริการช่วยจัดการด้านเอกสารมรดกเพื่อช่วยลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟของพนักงาน

ที่มา: HR magazine, 9/6/2026 



Monday, June 8, 2026

ครูซูดานกว่า 11,000 คน นัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทวงค่าจ้างค้างจ่าย


ครูผู้สอนมากกว่า 11,000 คน จากทั้งหมดราว 12,000 คนในรัฐคัสซาลา ทางตะวันออกของประเทศซูดาน ร่วมกันนัดหยุดงานประท้วงส่งผลกระทบให้โรงเรียนมากกว่า 800 แห่งต้องหยุดการเรียนการสอน โดยการประท้วงครั้งนี้มีอัตราการเข้าร่วมสูงกว่า 95% ทั่วทั้งรัฐ และในหลายพื้นที่พนักงานเข้าหยุดงานเต็ม 100% การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ให้การศึกษาต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ซึ่งตกต่ำลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองในเดือนเมษายน 2023 และผู้นำคณะกรรมการครูในท้องถิ่นยังได้ถูกหน่วยงานความมั่นคงเรียกตัวไปพบหลังจากประกาศเจตจำนงในการประท้วง

กลุ่มผู้ประท้วงระบุว่า พวกเขาตัดสินใจนัดหยุดงานหลังจากหมดความเชื่อมั่นในคำสัญญาของรัฐบาล เนื่องจากทางการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมที่เคยรับปากไว้ในการประท้วงเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับข้อเรียกร้องหลักในครั้งนี้ประกอบด้วย การจ่ายเงินส่วนต่างของเงินเดือนที่ค้างชำระย้อนหลังไปจนถึงปี 2023 เงินค่าเบี้ยเลี้ยงวันหยุดค้างจ่ายสะสมนาน 4 ปี ค่าเครื่องแต่งกาย รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปี 2025 และ 2026 ทั้งนี้ ตัวแทนครูได้เตือนว่าหากรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการยังคงเพิกเฉย ทางกลุ่มจะยกระดับด้วยการขยายเวลานัดหยุดงานและรวมตัวปักหลักประท้วงที่หน้ากระทรวงต่อไป

ที่มา: Sudan Tribune, 7/6/2026 




Sunday, June 7, 2026

คนทำงานบ้านในตุรกีเผชิญปัญหารอบด้าน ไร้สวัสดิการ-เสี่ยงอันตราย-ขาดความคุ้มครองทางกฎหมาย

สหภาพแรงงานแม่บ้านทำความสะอาด (İmece-Sen) เปิดเผยสถิติว่า มีผู้หญิงในประเทศตุรกีประกอบอาชีพแม่บ้านทำความสะอาดสูงถึงประมาณ 1 ล้านคน ทว่ามีผู้ที่อยู่ในระบบและได้รับสวัสดิการประกันสังคมเพียง 170,000 คนเท่านั้น เนื่องจากปัญหาระบบการจ้างงานนอกระบบ และทัศนคติของสังคมที่มองว่างานทำความสะอาดไม่ใช่อาชีพที่แท้จริง ส่งผลให้แรงงานส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เงินชดเชยการว่างงาน ค่าจ้างวันหยุด และบำนาญ นอกจากนี้ กฎหมายแรงงานของตุรกียังคุ้มครองเฉพาะผู้ที่ทำงานมากกว่า 10 วันต่อเดือน ทำให้นายจ้างมักจงใจหลีกเลี่ยงการทำประกันภัยรายวันให้แก่ลูกจ้าง

นอกเหนือจากการถูกกดค่าแรงและไร้สวัสดิการแล้ว แรงงานแม่บ้านยังต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ย่ำแย่และการคุกคามทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มักถูกนายจ้างยึดหนังสือเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้น ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานยังเป็นวิกฤตสำคัญ หลังเกิดเหตุการณ์คนงานพลัดตกจากตึกสูงเสียชีวิตหลายราย ซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานมองว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ทางสหภาพแรงงานจึงพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลตุรกีร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยงานบ้านของ ILO เพื่อยกระดับสิทธิ์และความปลอดภัยให้เท่าเทียมกับอาชีพอื่น

ที่มา: InsideTurkey.org, 7/6/2026 

Saturday, June 6, 2026

เวียดนามเสนอบังคับแรงงานแพลตฟอร์มและพ่อค้าออนไลน์เข้าระบบประกันสังคม แรงงานอิสระหลายล้านคนกังวลภาระรายได้

สำนักงานประกันสังคมนครโฮจิมินห์เสนอให้แรงงานแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องสมทบประกันสังคมภาคบังคับ มุ่งขยายความคุ้มครองระยะยาว แต่จุดชนวนความกังวลเรื่องรายได้ไม่แน่นอนและนิยาม "นายจ้าง" ที่ยังไม่ชัดเจน

สำนักงานประกันสังคมนครโฮจิมินห์ เสนอต่อคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ให้เพิ่มคนขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันและผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเข้าไปในกลุ่มที่ต้องเข้าร่วมประกันสังคมภาคบังคับ โดยระบุว่าแรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ยังขาดความคุ้มครองทางสังคมระยะยาว อาทิ เงินบำนาญและเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต

กลไกที่เสนอคือให้บริษัทแอปเรียกรถ ผู้จัดการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มการชำระเงินทำหน้าที่หักและนำส่งเงินสมทบรายเดือนแทนแรงงาน ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บทำได้ง่ายขึ้นในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้จุดชนวนความกังวลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ประเด็นแรกคือรายได้ที่ไม่แน่นอน คนขับแอปต้องจ่ายค่าบริการแพลตฟอร์มสูงถึงร้อยละ 30 บวกกับค่าเชื้อเพลิงและค่าเสื่อมรถ ทำให้รายได้สุทธิถูกบีบอยู่แล้ว หากต้องสมทบประกันสังคมภาคบังคับเพิ่มอีก รายได้จะตึงตัวขึ้นอีก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานพาร์ทไทม์หรือมียอดขายผันผวนตามฤดูกาล

ประเด็นที่สองคือการแบ่งรับผิดชอบเงินสมทบ ระบบปัจจุบันกำหนดให้นายจ้างจ่ายร้อยละ 21.5 และลูกจ้างจ่ายร้อยละ 10.5 รวมเป็นร้อยละ 32 ของเงินเดือน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์มกับคนขับหรือพ่อค้าออนไลน์ไม่ใช่การจ้างงานแบบดั้งเดิม จึงยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทแพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องร่วมจ่ายในส่วนของนายจ้างหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการขยายระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานดิจิทัลเป็นทิศทางที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังดำเนินการ แต่จำเป็นต้องออกแบบให้ยืดหยุ่นเพียงพอ โดยอัตราการสมทบ วิธีการเก็บเงิน และเกณฑ์การกำหนดรายได้ต้องสอดคล้องกับลักษณะงานของผู้ประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้การขยายความคุ้มครองทางสังคมไม่กลายเป็นภาระที่ซ้ำเติมคนทำงาน

ที่มา: Vietnam.vn, 6/6/2026 

พนักงานสนามกีฬาสหรัฐฯ โหวตนัดหยุดงานประท้วงผู้บริหารก่อนเปิดฉากฟุตบอลโลก 2026

สหภาพแรงงาน UNITE HERE Local 11 ซึ่งเป็นตัวแทนของคนงานในสนามกีฬา SoFi Stadium ในสหรัฐอเมริกา มากกว่า 2,000 คน ได้ลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลามถึง 96% เพื่ออนุมัติการนัดหยุดงานประท้วงในเดือนมิถุนายน 2026 นี้ หลังจากที่การเจรจาข้อตกลงฉบับใหม่กับบริษัทผู้บริหารสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่สนามแห่งนี้จะถูกใช้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยมีกำหนดการแข่งขันนัดเปิดสนามระหว่างทีมชาติสหรัฐอเมริกากับทีมชาติปารากวัยในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 รวมถึงนัดการแข่งขันของทีมชาติอื่นๆ เช่น ตุรกี อิหร่าน สวิตเซอร์แลนด์ และเบลเยียม

กลุ่มพนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงานแคชเชียร์ พนักงานล้างจาน พนักงานครัว และพนักงานบริการอาหาร ยื่นข้อเรียกร้องหลักให้ FIFA สั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement - ICE) เข้ามาภายในบริเวณสนามแข่งขัน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของแรงงาน และระบุว่าคนงานต้องมีสิทธิ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีหากเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาสร้างความหวาดกลัว นอกจากนี้ การประท้วงที่อาจเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดการแข่งขัน เนื่องจากข้อกำหนดของ FIFA ที่ระบุว่าพนักงานทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติล่วงหน้า ทำให้ทางสนามกีฬาไม่สามารถจัดหาแรงงานทดแทนเข้ามาทำงานได้ทันเวลา

ที่มา: TRT World, 6/6/2026 

Friday, June 5, 2026

รมว.แรงงานเกาหลีใต้ เรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีแบ่งปันผลกำไรจากกระแส AI


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเกาหลีใต้ ได้ออกมาเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศแบ่งปันผลกำไร โดยเตือนว่าผลประกอบการที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในภาคธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อันเป็นผลมาจากกระแส AI อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำให้รุนแรงขึ้น

บริษัทชั้นนำที่ทำกำไรได้ทะลุเป้าหมาย ควรพิจารณาจัดสรรผลกำไรส่วนเกินเหล่านั้นให้แก่บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง รวมถึงคนงานที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวไม่ใช่แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ แต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนซ้ำเพื่อสร้างความยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันเปิดเวทีสาธารณะเพื่อหารือถึงแนวทางจัดการผลกำไรส่วนเกินของภาคธุรกิจ และระดมสมองเพื่อหาทางแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม ซึ่งหนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้คือการปรับเปลี่ยนราคารับซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้าให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสหภาพแรงงานในช่วงที่ผ่านมา ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันข้อตกลงด้านค่าจ้างและการจ่ายเงินโบนัสก้อนใหญ่ให้แก่คนงานในท้ายที่สุด

ที่มา: KBS World, 5/6/2026 

Thursday, June 4, 2026

เวียดนามส่งแรงงานไปต่างประเทศทะลุ 5.3 หมื่นคนใน 5 เดือนแรก ญี่ปุ่น-ไต้หวันแชมป์รองรับสูงสุด

กระทรวงมหาดไทยเวียดนามเปิดเผยสถิติการส่งออกแรงงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 เวียดนามได้จัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศภายใต้สัญญาจ้างแล้วจำนวน 53,159 คน (เป็นแรงงานหญิง 3,930 คน) ซึ่งคิดเป็น 47.5% ของเป้าหมายตลอดทั้งปี โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่รองรับแรงงานเวียดนามมากที่สุดจำนวน 24,030 คน ตามมาด้วยไต้หวัน 21,104 คน เกาหลีใต้ 3,217 คน และจีน 1,498 คน ทั้งนี้ ตลาดแรงงานญี่ปุ่นมีแนวโน้มเปิดรับแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นจากการขยายวีซ่าทักษะเฉพาะทาง (SSW) เป็น 19 สาขาอาชีพ และการเตรียมเปิดตัวโครงการพัฒนาทักษะแรงงานใหม่ในปี 2027

สำหรับสถานการณ์แรงงานภายในประเทศเวียดนามปัจจุบันมีกำลังแรงงานอายุ 15 ปีขึ้นไปราว 53.6 ล้านคน โดยมีอัตราการว่างงานในเขตเมืองอยู่ที่ 2.46% ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 4% อย่างไรก็ตาม ความต้องการจ้างงานส่วนใหญ่กว่า 79% ยังคงเป็นกลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ และกระจุกตัวอยู่เฉพาะในศูนย์กลางเศรษฐกิจและโครงการสำคัญระดับชาติ ขณะที่อุปทานแรงงานกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังเฝ้าระวังแนวโน้มการจ้างงานที่อาจชะลอตัวลงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาราคาน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบให้โรงงานสิ่งทอและรองเท้าต้องลดชั่วโมงทำงานลง

ที่มา: VnExpress, 4/6/2026 

สหภาพแรงงานโปรตุเกสหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ

ภาคส่วนระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการนัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้บริษัทรถไฟแห่งชาติโปรตุเกส (CP) ต้องยกเลิกการเดินรถไปแล้วถึง 153 เที่ยว หรือคิดเป็นเกือบ 20% ของเที่ยวรถทั้งหมด ขณะที่ระบบรถไฟใต้ดินในกรุงลิสบอนและเมืองโปรโตเริ่มหยุดให้บริการตั้งแต่ช่วงดึกของคืนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้บริการขั้นต่ำในระบบรถไฟ รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สัญจร

ชนวนเหตุของการประท้วงใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาพันธ์แรงงาน CGTP ได้ประกาศนัดหยุดงานเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลูอิช มอนเตเนโกร (Luís Montenegro) เนื่องจากเดดไลน์การเจรจาร่วมสามฝ่ายสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน และคณะรัฐมนตรีได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ การนัดหยุดงานได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสหภาพแรงงานหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคบริการสาธารณะ (โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณสุขและสถานศึกษา) ภาคการขนส่ง ฝ่ายการบิน และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาจากการรวมตัวประท้วงใหญ่ของสองสมาพันธ์แรงงานยักษ์ใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ที่มา: The Portugal News, 3/6/2026 

Wednesday, June 3, 2026

บริษัทจัดสวนนิวซีแลนด์ถูกสั่งปรับ-คืนเงิน หลังบังคับแรงงานข้ามชาติจ่ายเงินแลกงาน

สำนักงานความสัมพันธ์การจ้างงาน (ERA) ของนิวซีแลนด์ มีคำสั่งให้บริษัท 7 Solutions Limited (ดำเนินกิจการในชื่อ Auckland City Lawns) จ่ายเงินคืนเกือบ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่แรงงานข้ามชาติรายหนึ่ง หลังพบว่าบริษัทบังคับให้แรงงานคนดังกล่าวจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับการจ้างงาน นอกจากนี้ ERA ยังสั่งปรับบริษัทเป็นเงิน 16,000 ดอลลาร์ และสั่งปรับผู้อำนวยการแต่เพียงผู้เดียวของบริษัทอีก 8,000 ดอลลาร์ โดยผู้อำนวยการจะต้องรับผิดชอบส่วนตัวในการชดเชยเงินจำนวน 44,750 ดอลลาร์คืนแก่แรงงานหากบริษัทไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ

หน่วยงานตรวจสอบแรงงานระบุว่า พฤติกรรมของบริษัทเข้าข่ายการเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติอย่างร้ายแรงและละเมิดกฎหมายคุ้มครองค่าจ้าง เนื่องจากแรงงานชาวอินเดียรายนี้ถูกสั่งให้โอนเงินผ่านคนกลางหลายกลุ่มตามคำสั่งของผู้อำนวยการเพื่อแลกกับการได้งานและวีซ่าพำนักในนิวซีแลนด์ ซึ่งถือเป็นการใช้ประโยชน์จากความเปราะบางของแรงงานข้ามชาติและความเหลื่อมล้ำทางอำนาจในความสัมพันธ์การจ้างงาน ทั้งนี้ แม้ฝ่ายนายจ้างจะอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินกู้ยืมภายในครอบครัว แต่ทาง ERA ได้ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวหลังตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งบันทึกทางการเงิน ประวัติการสนทนาทาง WhatsApp และคำให้การของพยานที่ชี้ชัดว่าเป็นเงินกินเปล่าเพื่อแลกโอกาสการทำงาน

ที่มา: Radio New Zealand, 3/6/2025 

Tuesday, June 2, 2026

สหภาพแรงงาน IF Metall สวีเดน ปรับแผนเผชิญหน้า Tesla ส่งพนักงานกลับไปทำงาน ก่อนถูกให้กลับบ้านทันที

 

สหภาพแรงงาน IF Metall ในสวีเดน ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบ 3 ปีกับบริษัท Tesla โดยส่งพนักงานที่ร่วมประท้วงหยุดงานบางส่วนในเมืองมัลเมอ อุปซอลา และอูเมโอ ให้กลับเข้าทำงานเพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้างของ Tesla ที่เคยระบุว่าสมาชิกสหภาพสามารถกลับมาทำงานได้ตลอดเวลา ทว่าเมื่อพนักงานกลุ่มดังกล่าวเดินทางไปถึงโรงงาน กลับถูกปฏิเสธและสั่งให้เดินทางกลับบ้านทันที ซึ่งทางสหภาพประณามการกระทำนี้ว่าเป็นการต่อต้านสหภาพแรงงานขั้นรุนแรงและเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่งในตลาดแรงงานของสวีเดน

ชนวนเหตุของความขัดแย้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 จากการที่ Tesla ปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงร่วมเจรจาต่อรอง (Collective Agreement) ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญในโมเดลตลาดแรงงานของสวีเดนที่ช่วยค้ำประกันค่าจ้างที่เป็นธรรมและเงื่อนไขการทำงานที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวของ IF Metall ในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสหภาพแรงงานทั้งในประเทศและระดับสากล รวมถึงสมาพันธ์ IndustriAll Europe ที่ออกมาเรียกร้องให้ Tesla เคารพสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของแรงงานในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง พร้อมทั้งเตือนว่าความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบริษัทเดียว แต่เป็นการปกป้องระบบแรงงานสัมพันธ์เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามาบ่อนทำลายมาตรฐานสิทธิ์แรงงานสากล

ที่มา: IndustriAll, 2/6/2026 

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เตรียมคลอดกฎหมายใหม่ ลงโทษหนักนายจ้างโกงค่าแรงแรงงานข้ามชาติ

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์กำลังร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อลงโทษขั้นรุนแรงกับนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างต่ำกว่ากฎหมายกำหนด โดยกฎหมายนี้จะผลัก "ภาระการพิสูจน์" (Burden of Proof) ไปที่ฝั่งนายจ้าง ซึ่งต้องเป็นผู้แสดงหลักฐานว่าได้จ่ายค่าแรงอย่างถูกต้อง หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยย้อนหลังให้แก่ลูกจ้างทันที ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจต้องจ่ายชดเชยสูงถึงประมาณ 14,000 ยูโร (คำนวณจากระยะเวลาทำงาน 6 เดือน) มาตรการนี้มุ่งคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นหลัก ซึ่งมักเผชิญกับการเอารัดเอาเปรียบในเดือนมิถุนายน 2026 นี้

สำนักงานตรวจแรงงานเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติหลายพันคนได้รับค่าแรงต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ (ประมาณ 15 ยูโรต่อชั่วโมง) เนื่องจากนายจ้างที่ทุจริตจงใจไม่บันทึกชั่วโมงทำงานที่แท้จริง ทำให้แรงงานไม่มีหลักฐานไปฟ้องร้อง และนายจ้างมักยอมจ่ายเพียงค่าปรับที่ถูกกว่ายอดเงินค่าแรงที่ติดค้าง กฎหมายใหม่นี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอแนะของคณะกรรมการโรเมอร์ (Roemer Committee) หลังพบการกดขี่แรงงานข้ามชาติเป็นวงกว้าง ทั้งการให้ทำงานหนักแต่จ่ายเงินน้อย รวมถึงการบังคับให้อยู่ในที่พักสภาพย่ำแย่ ซึ่งทำให้แรงงานต้องพึ่งพานายจ้างเรื่องที่พักและเสี่ยงกลายเป็นคนไร้บ้านหากถูกเลิกจ้าง โดยรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันมาตรการคุ้มครองสิทธิ์การเช่าที่พักอาศัยควบคู่กันไปด้วย

ที่มา: NL Times, 2/6/2026 

ดัชนีสิทธิแรงงาน ITUC 2026 สหรัฐฯ ติดบัญชีเฝ้าระวัง-ฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับ


สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (ITUC) เปิดเผยดัชนีสิทธิแรงงานโลกประจำปี 2026 (ITUC Global Rights Index) ระบุว่า สถานการณ์สิทธิแรงงานทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตเชิงระบบและลุกลามเข้าสู่ประเทศระบอบประชาธิปไตยชั้นนำ โดยภูมิภาคยุโรปและอเมริกามีคะแนนเฉลี่ยย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บสถิติในปี 2014 รายงานระบุว่า สหรัฐอเมริกาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิการเจรจาต่อรองร่วมและใช้ความรุนแรงต่อแรงงาน (ปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ในระดับ 4: มีการละเมิดสิทธิอย่างเป็นระบบ) ขณะที่ฝรั่งเศสถูกปรับลดอันดับลงจากระดับ 2 สู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ผลจากการปราบปรามผู้นำแรงงานและจำกัดสิทธิการประท้วง

นอกจากนี้ อาร์เจนตินาและปานามาได้เข้าสู่รายชื่อ "10 ประเทศที่แย่ที่สุดสำหรับแรงงาน" เป็นครั้งแรก โดยอาร์เจนตินามีคะแนนดิ่งลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 3 สู่ระดับ 5 ภายในเวลาเพียงสองปี สำหรับภาพรวมทั่วโลกพบว่า 72% ของประเทศต่างๆ ปิดกั้นแรงงานจากการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ 50% ของประเทศทั่วโลกมีการจับกุมหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวแรงงาน และสถิติการใช้ความรุนแรงต่อแรงงานพุ่งสูงขึ้น 6% โดยทางเลขาธิการทั่วไปของ ITUC เน้นย้ำว่า ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นนี้เกิดจากการโจมตีระบอบประชาธิปไตยและการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนส่วนน้อย ซึ่งสหภาพแรงงานทั่วโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยต่อไป

ที่มา: ITUC, 1/6/2026 

Monday, June 1, 2026

ILO เปิดฉากเจรจารอบสุดท้าย มุ่งกำหนดมาตรฐานแรงงานแพลตฟอร์มระดับโลก

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เริ่มเปิดฉากการเจรจารอบสุดท้าย ณ นครเจนีวา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เพื่อกำหนดมาตรฐานการจ้างงานที่มีผลผูกพันทางกฎหมายฉบับแรกสำหรับกลุ่มแรงงานบนแพลตฟอร์ม เช่น บริการรถร่วมโดยสาร การจัดส่งอาหาร และอีคอมเมิร์ซ โดยสมาชิกของ ILO ตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงและข้อเสนอแนะร่วมกันภายในสิ้นสัปดาห์หน้า ซึ่งข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องผ่านการเห็นชอบร่วมกันจากทั้ง 3 ฝ่ายในระบบของ ILO ได้แก่ ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนกลุ่มนายจ้าง และตัวแทนฝั่งแรงงาน

ประเด็นขัดแย้งหลักในการเจรจาคือ ขอบเขตการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการรักษาพยาบาล การลาป่วย และสวัสดิการสังคม ว่าควรครอบคลุมแรงงานแพลตฟอร์มทั้งหมดหรือแยกตามสถานะการจ้างงาน รวมถึงประเด็นความโปร่งใสในการใช้ระบบอัลกอริทึมคำนวณค่าตอบแทนและการประเมินผลงาน ทั้งนี้ กลุ่มสหภาพแรงงานและองค์กรสิทธิมนุษยชนผลักดันให้มีข้อบังคับที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทใช้ช่องว่างทางกฎหมายจัดประเภทแรงงานเป็นผู้รับจ้างอิสระเพื่อเลี่ยงการจ่ายสวัสดิการ ขณะที่กลุ่มนายจ้างและบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Uber เรียกร้องให้กรอบการทำงานนี้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถปรับใช้ตามบริบทและรักษาอิสระในการทำงานของแรงงานไว้ได้

ที่มา: Global Banking And Finance Review, 1/6/2026 

Sunday, May 31, 2026

จีนจัดงานเฉลิมฉลองวันคนทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ประเทศจีนได้จัดงานเฉลิมฉลองวันบุคลากรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครั้งที่ 10 ขึ้น ณ ศูนย์การสื่อสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 โดยมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ครอบครัว และคณะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมเพื่อยกย่องกลุ่มผู้บุกเบิกทางวิทยาศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักนวัตกรรมรุ่นใหม่ ซึ่งประธานสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (China Association for Science and Technology) ได้เน้นย้ำในสุนทรพจน์ว่า จีนกำลังเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 เพื่อมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ภายในงานมีการถ่ายทอดเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างคุณูปการครั้งใหญ่ในอดีตผ่านวัตถุจัดแสดงจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสะพานยุคบุกเบิกที่ยอมทำลายผลงานตนเองเพื่อสกัดกองทัพญี่ปุ่นในอดีต ผู้มีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์และดาวเทียมท่ามกลางการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ผู้พัฒนาวัคซีนโปลิโอในรูปแบบเม็ดน้ำตาลที่ช่วยกวาดล้างโรคโปลิโอให้หมดไปจากจีน และนักฟิสิกส์เชื้อสายจีนคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลจากการท้าทายกฎฟิสิกส์เดิม ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์การให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการบ่มเพาะบุคลากรของประเทศ

ที่มา: China Daily, 31/5/2026 

Thursday, May 28, 2026

สหภาพคนขับรถผ่านแอปพลิเคชันแมสซาชูเซตส์สร้างประวัติศาสตร์ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแห่งแรกในสหรัฐฯ

 

สหภาพคนขับรถผ่านแอปพลิเคชัน (App Drivers Union) ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์หลังได้รับการรับรองจากรัฐแมสซาชูเซตส์ให้เป็นตัวแทนทางกฎหมายของคนขับรถร่วมโดยสาร (Rideshare) ราว 70,000 คน ซึ่งถือเป็นสหภาพแรงงานประเภทนี้แห่งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสหภาพดังกล่าวซึ่งเป็นเครือข่ายร่วมกับ SEIU และ IAM ได้รับการรับรองในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากรวบรวมรายชื่อคนขับได้เกือบ 23,000 รายชื่อภายใต้กฎหมายที่ริเริ่มในปี 2024 ซึ่งเปิดทางให้คนขับรถสามารถรวมตัวเจรจาต่อรองร่วมกันในฐานะกลุ่มอาชีพได้ แม้ว่าสถานะทางกฎหมายของพวกเขาจะยังคงเป็นผู้รับจ้างอิสระ (Independent Contractors) ไม่ใช่ลูกจ้างประจำก็ตาม

ตามกฎหมายดังกล่าว สหภาพแรงงานจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจรจาต่อรองกับบริษัท Uber, Lyft รวมถึงแพลตฟอร์มบริการรถร่วมโดยสารขนาดเล็กอื่นๆ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงแรงงานสัมพันธ์แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ แทนที่จะเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB) โดยประเด็นหลักในการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าจ้าง กระบวนการอุทธรณ์กรณีถูกระงับบัญชีผู้ใช้งาน และมาตรการปกป้องแรงงานจากการเข้ามาแทนที่ของยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีเวลาในการเจรจาร่วมกันเป็นเวลา 6 เดือนก่อนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประจำรัฐ

ที่มา: OnLabor, 28/5/2026 

สหภาพแรงงานรัฐแคลิฟอร์เนียผลักดันกฎหมายควบคุมการใช้ AI ในหน่วยงานรัฐ หวั่นกระทบโควตาและภาระงาน

หน่วยงานภาครัฐในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะ เช่น การตรวจจับไฟป่าและการอนุมัติใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่รวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว ทว่าการเติบโตนี้กำลังกลายเป็นประเด็นขัดแย้งกับสหภาพแรงงานภาครัฐ ซึ่งแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านความมั่นคงในอาชีพและการติดตามการทำงาน โดยสภานิติบัญญัติกำลังพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับในเดือนพฤษภาคม 2026 รวมถึงร่างกฎหมาย AB 2656 ที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานรัฐและสหภาพแรงงาน

ร่างกฎหมาย AB 2656 กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องแจ้งเตือนสหภาพแรงงานล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ก่อนที่จะพัฒนา จัดซื้อ หรือนำระบบ AI มาใช้ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตภาระงานของพนักงาน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนระบุว่าเป็นไปเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่คัดค้านและสมาคมหน่วยงานภาครัฐวิจารณ์ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นข้อบังคับที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายแรงงานเดิม (Meyers-Milias-Brown Act) ที่กำหนดให้ต้องมีการแจ้งเตือนและเจรจาร่วมกันอยู่แล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงาน พร้อมทั้งเตือนว่าการเพิ่มขั้นตอนทางกฎหมายนี้จะทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าและบั่นทอนโอกาสการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ที่มา: Liebert Cassidy Whitmore, 28/5/2026 

Tuesday, May 26, 2026

พนักงาน TSMC ขู่ประท้วงหยุดงานหลังลือหั่นโบนัส 15%

พนักงานของ TSMC บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ในไต้หวัน เริ่มแสดงความไม่พอใจและรวมตัวประท้วงบนสื่อสังคมออนไลน์ช่วงปลายเดือนเดือนพฤษภาคม 2026 หลังมีกระแสสะพัดว่าบริษัทอาจปรับลดเงินโบนัสของพนักงานลงถึง 15% แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 35% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 58% คิดเป็นมูลค่าราว 5.72 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก ทว่าสื่อท้องถิ่นวิเคราะห์ว่าการลดโบนัสครั้งนี้อาจเป็นผลมาจากภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลในการก่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่พร้อมกันถึง 12 แห่งทั่วโลก

กระแสดังกล่าวทำให้พนักงานออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้บริหารอย่างรุนแรงว่าทำงานหนักเพื่อสร้างผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นแต่กลับถูกเอาเปรียบ พร้อมเรียกร้องให้ระบบสื่อสารภายในองค์กรปิดตัวโดยอัตโนมัติในช่วงนอกเวลาทำงานเพื่อลดความอ่อนล้า นอกจากนี้ พนักงานบางส่วนยังหยิบยกกรณีการโหวตข้อตกลงนัดหยุดงานของสหภาพแรงงาน Samsung Electronics ในประเทศเกาหลีใต้ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ มาเป็นแนวทางและเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานประท้วงในลักษณะเดียวกันเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเอง

ที่มา: CHOSUNBIZ, 25/5/2026 

Monday, May 25, 2026

รัฐบาลโบลิเวียตั้งข้อหาก่อการร้ายแกนนำแรงงาน หลังตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงรุนแรง

อัยการสูงสุดของประเทศโบลิเวียสั่งฟ้องแกนนำสหภาพแรงงานโบลิเวีย (Central Obrera Boliviana - COB) และแกนนำสหพันธ์สภาหมู่บ้านแห่งลาปาซ (Federation of Neighborhood Councils of La Paz - FEJUVE) ในข้อหายั่วยุให้เกิดอาชญากรรมและก่อการร้าย เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อตอบโต้การประกาศนัดหยุดงานประท้วงใหญ่และการปิดกั้นเส้นทางจราจรทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งประกอบด้วยชุมชนพื้นเมือง คนงานเหมือง เกษตรกร และครู ได้ร่วมกันเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกจากตำแหน่ง หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงและยุติการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงลาปาซและถูกปราบปรามโดยตำรวจปราบจลาจลร่วมกับกองทัพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และมีผู้ถูกจับกุมราว 90 ราย ขณะที่ทางสหภาพแรงงานวิจารณ์ว่ารัฐบาลเลือกใช้มาตรการทางทหารและการกดขี่แทนการรับฟังเสียงของประชาชน อีกทั้งยังใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อตีตราขบวนการภาคประชาชนว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลโบลิเวียในการเร่งฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ

ที่มา: The Real News Network, 25/5/2026 

Sunday, May 24, 2026

เหตุเหมืองระเบิดในจีนคร่าชีวิตแรงงาน 82 ราย เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย ท่ามกลางการละเมิดความปลอดภัยรุนแรง

ทีมกู้ภัยในภาคเหนือของประเทศจีนเร่งค้นหาผู้สูญหาย หลังเกิดเหตุแก๊สระเบิดที่เหมืองถ่านหินหลิวเซินยวี่ (Liushenyu) ในมณฑลซานซี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 82 ราย และบาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาลอีก 128 ราย นับเป็นภัยพิบัติทางเหมืองแร่ที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบเกือบสองทศวรรษ โดยในขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ใต้ดินทั้งหมด 247 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งทั้งทีมกู้ภัยและหุ่นยนต์ลงไปตรวจสอบใต้เพลาเหมืองเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบริษัท Tongzhou Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเหมืองแร่ดังกล่าว มีการละเมิดกฎหมายและความปลอดภัยอย่างร้ายแรง โดยคนงานมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ลงไปในเหมืองไม่ได้ผ่านระบบลงทะเบียน ตรวจสอบใบหน้า หรือพกบัตรติดตามตัวตามมาตรการที่กำหนด ล่าสุดผู้บริหารที่รับผิดชอบของบริษัทถูกควบคุมตัวแล้ว ขณะที่คณะรัฐมนตรีจีนได้สั่งการให้ปราบปรามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในเหมืองแร่ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ทั้งการปลอมแปลงข้อมูลความปลอดภัยและการรับเหมาช่วงที่ผิดกฎหมายเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

ที่มา: CNA, 24/5/2026 

ช่องว่างบำนาญระหว่างเพศในอังกฤษต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่สหภาพแรงงานเตือนนโยบายปฏิรูปรัฐอาจขัดขวางความคืบหน้า

การวิเคราะห์ใหม่จากสหภาพแรงงาน Prospect ในเดือนพฤษภาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าช่องว่างบำนาญระหว่างเพศ (Gender Pension Gap) ในสหราชอาณาจักรลดลงสู่ระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา โดยอยู่ที่ 32.9% ในปี 2023-24 ลดลงจากปีก่อนหน้า 3.6% อย่างไรก็ตาม สหภาพระบุว่าความเหลื่อมล้ำนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากผู้หญิงที่เกษียณอายุมีรายได้เฉลี่ยต่อปีน้อยกว่าผู้ชายถึง 7,200 ปอนด์ โดยปัจจัยที่ช่วยให้ช่องว่างแคบลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้แก่ ช่องว่างค่าจ้างที่ลดลง การมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและกองทุนบำนาญของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสิทธิบำนาญรัฐที่ปรับปรุงดีขึ้น

ทั้งนี้ สหภาพได้เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการเชิงรุกของกองทุนบำนาญรัฐส่วนท้องถิ่น (LGPS) ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2026 มาปรับใช้กับกองทุนภาคส่วนอื่น เช่น การกำหนดให้ช่วงลาพักโดยไม่รับค่าจ้างระยะสั้นมีสิทธิได้รับบำนาญโดยอัตโนมัติ และการให้นายจ้างแบกรับภาระค่าบำนาญในช่วงลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่เหลือ อย่างไรก็ตาม สหภาพกังวลว่าความคืบหน้าเหล่านี้อาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากประเด็นทางการเมืองที่พยายามโจมตีสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้คนนับล้านมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงในอนาคต

ที่มา: Prospect, 22/5/2026 

เรื่องที่ได้รับความนิยม

Powered by Blogger.