Sunday, August 2, 2026

Thailand to Prosecute Unlicensed Agency Accused of Scamming Workers with Fake Jobs in Ireland

BANGKOK — Thailand's Ministry of Labour has vowed to take legal action against an unlicensed visa company accused of defrauding dozens of Thai job seekers with fake employment offers in Ireland.

Labour Minister Julapun Amornvivat said 20 job seekers from Chiang Rai Province filed complaints after paying between 290,000 and 350,000 baht each to a company that promised jobs as sales assistants and warehouse packers in Ireland.

According to the victims, they were told they would receive legitimate employment contracts. However, upon arrival in Ireland, immigration authorities determined that the contracts were forged. The workers were subsequently detained, prosecuted for immigration violations, and deported to Thailand.

The minister said he has instructed the Department of Employment to collect evidence from all victims and file criminal complaints against those responsible. Authorities are also expanding the investigation after receiving information suggesting that more than 60 people may have fallen victim to the scheme, with total financial losses estimated at 21 million baht.

"The Ministry of Labour is deeply concerned about workers and their families. This scam exploited people seeking better opportunities to support their loved ones," Julapun said, adding that authorities would pursue the perpetrators to the fullest extent of the law.

Department of Employment Director-General Somchai Morakotsriwan said investigators found that the company had used fraudulent employment contracts typical of online scam operations.

When Irish immigration officials contacted the purported employer listed in the documents, the company confirmed that it had not recruited foreign workers and that its identity had been fraudulently used.

The department also found that the company was not licensed to recruit and place Thai workers overseas. Instead, it was registered only to provide tourist visa services.

Officials stressed that tourist visas cannot legally be used for employment in Ireland, and warned job seekers to verify whether recruitment agencies are officially licensed before paying any fees.

Authorities said the company's actions may constitute offenses under Thailand's Employment and Job Seeker Protection Act. Individuals convicted of fraudulently claiming they can arrange overseas employment may face three to ten years' imprisonment, fines ranging from 60,000 to 200,000 baht, or both. Advertising overseas recruitment services without a license carries a penalty of up to three years in prison, a fine of up to 60,000 baht, or both.

The Department of Employment said it is gathering additional evidence from all victims before referring the case to police for criminal prosecution.

Saturday, August 1, 2026

รัฐบาลไนจีเรียปฏิเสธข่าวประเทศคูเวตสั่งห้ามรับแรงงานแม่บ้านระลอกใหม่

กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไนจีเรียออกมาชี้แจงปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า ประเทศคูเวตได้สั่งห้ามรับแรงงานแม่บ้านชาวไนจีเรียระลอกใหม่ โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อน ทั้งนี้การระงับการจัดส่งแรงงานแม่บ้านไปยังประเทศคูเวตแท้จริงแล้วเป็นมาตรการที่สถานเอกอัครราชทูตไนจีเรียประจำประเทศคูเวตเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการเองเมื่อหลายปีก่อน ไม่ใช่ข้อห้ามใหม่ที่เพิ่งประกาศโดยรัฐบาลคูเวตแต่อย่างใด

การสั่งระงับดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และเงื่อนไขการทำงานของแรงงานแม่บ้านในพื้นที่ โดยในขณะนี้ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ระหว่างการหารือผ่านช่องทางการทูตเพื่อจัดทำกรอบความร่วมมือในการสรรหาแรงงานที่เป็นธรรม รวมถึงสร้างการคุ้มครองทางกฎหมายและสภาพการทำงานที่เหมาะสม พร้อมกันนี้กระทรวงยังได้เตือนให้สาธารณชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความกังวลของครอบครัวแรงงาน

ที่มา: Punch Newspapers, 1/8/2026 

Friday, July 31, 2026

รายงานวิจัยชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพและผลผลิตของคนทำงานตลอดปี

รายงานวิจัยฉบับแรกในประเทศอังกฤษที่ศึกษาการปรับตัวของคนทำงานต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ พบว่าภาวะความเครียดจากความร้อนถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการลาป่วย แต่คนทำงานยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่กว้างขึ้น เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ และมลพิษทางอากาศ ผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนทำงานมากกว่า 1,200 คน ใน 7 สาขาอาชีพที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศ พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วขณะทำงาน ซึ่งส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาวะทางร่างกาย และประสิทธิภาพในการทำงานอย่างชัดเจน

กลุ่มผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งและผู้ที่ต้องใช้แรงงาน เช่น งานเกษตรกรรม บริการฉุกเฉิน และการขนส่ง ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบจะเพิ่มขึ้น แต่ที่ทำงานส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อม โดยมีนายจ้างเพียงหนึ่งในสี่ที่มีแผนรับมือ และมีคนทำงานไม่ถึงหนึ่งในสามที่ได้รับการฝึกอบรมการบริหารความเสี่ยงจากสภาพอากาศ ผู้เชี่ยวชาญจึงเรียกร้องให้นายจ้างและภาครัฐเร่งกำหนดมาตรการคุ้มครอง รวมถึงออกกฎหมายกำหนดอุณหภูมิสูงสุดที่ปลอดภัยในการทำงานอย่างจริงจัง

ที่มา: University of Leeds, 31/7/2026 

Thursday, July 30, 2026

รายงานเผยล่ามในสหรัฐอเมริกาเผชิญสภาพการทำงานที่เครียดและไม่ปลอดภัย

 

รายงานฉบับใหม่จากองค์กรแรงงาน CWA ซึ่งเป็นสมาชิกของ UNI Global Union เผยให้เห็นว่า ล่ามแปลภาษาและล่ามภาษามือที่ทำงานให้กับบริษัทผู้ให้บริการเอาต์ซอร์ซ TP ในประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างน่ากังวล โดยผลการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างล่ามจำนวน 245 คน พบว่ามากกว่าสามในสี่เห็นว่าบริษัทไม่ได้จัดเวลาให้พักผ่อนเพียงพอระหว่างการรับสายแต่ละครั้ง นอกจากนี้ คนทำงานส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาภาวะหมดไฟ รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และมีอาการปวดหลังหรือปวดคอจากการทำงานเป็นประจำทุกสัปดาห์

จากปัญหาดังกล่าว กลุ่มล่ามจึงได้รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานร่วมกับ CWA เพื่อเรียกร้องค่าจ้างที่เป็นธรรมและสภาพการทำงานที่ยั่งยืนขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อตกลงระดับโลกว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ฝ่ายบริหารของบริษัทกลับปฏิเสธไม่ให้พนักงานจัดตั้งคณะกรรมการด้านสุขภาพและความปลอดภัยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เลขาธิการ UNI Global Union เรียกร้องให้บริษัทในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เร่งเปิดทางให้คนทำงานจัดตั้งคณะกรรมการ และร่วมมือกับสหภาพแรงงานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว

ที่มา: UNI Global, 30/7/2026 

Sunday, July 26, 2026

เกาหลีใต้พบ 'หนุ่มสาวไม่มีงานทำหลังเรียนจบ' เพิ่มขึ้น ซ้ำร้ายว่างงานนานขึ้น

ช่วงปลายเดือนกรกฏาคม 2026 กระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่าอัตราการว่างงานหลังจากสำเร็จการศึกษาของคนอายุน้อยในเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะการว่างงานนานขึ้นของคนรุ่นใหม่วัยหนุ่มสาว

รายงานระบุว่าจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาที่อายุ 15-29 ปีในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 4.003 ล้านคน ลดลง 1.71 แสนคน โดยจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาอายุน้อยที่มีงานทำอยู่ที่ 2.76 ล้านคน ลดลง 2.02 แสนคน แต่จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาอายุน้อยที่ไม่มีงานทำอยู่ที่ 1.243 ล้านคน เพิ่มขึ้น 31,000 คน

ระยะเวลาของการว่างงานในหมู่ผู้สำเร็จการศึกษาอายุน้อยในเกาหลีใต้นั้นนานขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนของคนอายุน้อยที่ไม่มีงานทำเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 48.6 ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.0 จุดเปอร์เซ็นต์ และเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ปี 2009 ขณะสัดส่วนของคนอายุน้อยที่ไม่มีงานทำเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไปพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 19.4 นับตั้งแต่เริ่มต้นเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2007

ส่วนระยะเวลาเฉลี่ยในการสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้อยู่ที่ 4 ปี 5.7 เดือน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.3 เดือน และเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ด้านสัดส่วนนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ลาออกอยู่ที่ร้อยละ 48.9 เพิ่มขึ้น 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาอายุน้อยที่เคยมีงานทำอยู่ที่ร้อยละ 84.8 ลดลง 1.6 จุดเปอร์เซ็นต์

ที่มา: China Xinhua News, 25/7/2026

Tuesday, July 21, 2026

วารสารคนทำงาน กรกฎาคม 2569

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน (Workazine) กรกฎาคม 2569 ในฉบับพบกับ .. ใต้หน้ากากอุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่น เมื่อการเติบโตของตลาดสวนทางกับคุณภาพชีวิตแรงงาน [หน้า 19] งานวิจัยพบ 'ทำงานทางไกล' เพิ่ม 'ความทุกข์ทางจิตใจ' อยู่คนเดียวได้รับผลกระทบมากที่สุด [หน้า 23] เมื่อคนทำงานลาหยุดดูบอลช่วงบอลโลก นายจ้างควรรับมืออย่างไร [หน้า 29] ILO ชี้ GenAI อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานในอาเซียนเกือบ 80 ล้านคน [หน้า 35]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/4vt5tb9u

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

 

Monday, July 20, 2026

สถิติชี้คนทำงานอังกฤษไม่โดดร่มลาป่วยช่วงบอลโลกสวนทางกับผลคาดการณ์

ผลการศึกษาล่าสุดจากข้อมูลการเข้าทำงานของคนทำงานในประเทศอังกฤษมากกว่า 185,000 คน ในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 พบว่ายอดการลาป่วยไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวลก่อนหน้านี้ แม้ว่าช่วงเวลาการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกในบางนัดจะตรงกับช่วงเช้ามืดของเวลาท้องถิ่นก็ตาม โดยสถิติการลาป่วยหลังวันที่มีการแข่งขันกลับมีสัดส่วนที่น้อยกว่าวันปกติทั่วไปด้วยซ้ำ 

รองประธานฝ่ายบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรของ Breathe HR ระบุว่า ข่าวสารที่เน้นย้ำเรื่องการเฝ้าระวังคนทำงานแอบอ้างลาป่วยส่งผลให้พนักงานเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นเนื่องจากกลัวว่าจะถูกจับได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถิติการลาป่วยไม่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพราะนายจ้างจำนวนมากปรับตัวล่วงหน้า โดยอนุญาตให้พนักงานเริ่มงานสายขึ้นหรือทำงานจากที่บ้านได้ในวันรุ่งขึ้นหลังจากมีการแข่งขันนัดดึก ส่งผลให้พนักงานไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อลาป่วย และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นให้แก่ทั้งสองฝ่าย

ที่มา: theHRDIRECTOR, 20/7/2026  

Sunday, July 19, 2026

ไรเดอร์กรีซเตรียมหยุดงานประท้วงช่วงนัดชิงบอลโลกหลังเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต

พนักงานส่งอาหารที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ Efood และ Wolt ในประเทศกรีซ เตรียมรวมตัวหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 5 ชั่วโมงในคืนการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากคนทำงานส่งอาหารอายุ 20 ปีรายหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุทางถนนเสียชีวิตบนถนนสายหลักของเมืองเอเธนส์ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

เดิมทีกลุ่มคนทำงานของ Efood ได้ประกาศแผนหยุดงานประท้วงล่วงหน้ามาก่อนแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องค่าแรงที่สูงขึ้นและเงื่อนไขการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งทางสหภาพแรงงานได้เน้นย้ำข้อเรียกร้องเหล่านี้อีกครั้ง พร้อมระบุว่าปริมาณงานที่ล้นมือ ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การจ่ายค่าจ้างแบบรายชิ้น และแรงกดดันที่ต้องส่งอาหารให้เร็วขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยต่อพนักงานส่งอาหาร

ที่มา: Kathimerini English Edition, 19/7/2026 

Saturday, July 18, 2026

สิทธิแรงงานในยุค AI จ่อเป็นวาระใหญ่ที่ประชุมพรรคแรงงานออสเตรเลีย

ประเด็นสิทธิแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังจะกลายเป็นหัวข้อหลักในการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคการเมืองในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแอดิเลด เพื่อพิจารณาและลงมติกำหนดแพลตฟอร์มนโยบายระดับชาติสำหรับอีก 3 ปีข้างหน้า ท่ามกลางความเห็นที่ยังไม่ลงตัวในนาทีสุดท้ายเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับเทคโนโลยีดังกล่าว โดยร่างนโยบายล่าสุดระบุถึงความจำเป็นในการควบคุมให้บริษัทผู้พัฒนา AI ต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายและค่านิยมของประเทศ รวมถึงต้องให้คนทำงานมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารืออย่างมีความหมายเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานที่ทำงานจากการใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ

ผู้นำรัฐบาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานที่มั่นคง โดยระบุว่าต้องการให้ AI เข้ามาสนับสนุนและสร้างงานที่ดี ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ พร้อมกระตุ้นให้คนทำงานปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนแสดงความกังวลว่า แม้คนทำงานจะเริ่มหันมาใช้งานเทคโนโลยีนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความไว้วางใจอย่างเต็มที่ ด้านผู้นำสหภาพแรงงาน ACTU ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ว่าสหภาพแรงงานต้องการสิทธิในการยับยั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยชี้แจงว่าเป้าหมายหลักคือการป้องกันผลกระทบและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตำแหน่งงานของประชาชน ไม่ใช่การขัดขวางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ที่มา: ABC News, 18/7/2026 

สหภาพฮุนไดชี้โปรเจกต์การนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ จุดชนวนสไตรก์ครั้งแรกของโลก หวั่นบดบังบทบาทแรงงานคน

วิกฤตความขัดแย้งด้านแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีใต้ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) ลงพื้นที่ทำข่าวการนัดหยุดงานประท้วงบางส่วน ณ โรงงานฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor) เมืองอุลซาน ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์โรงงานชัตดาวน์จากเหตุประท้วงการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ครั้งแรกในโลกของอุตสาหกรรมนี้ โดยชนวนเหตุเกิดจากการเปิดตัวหุ่นยนต์ "Atlas" รุ่นปรับปรุงใหม่สำหรับอุตสาหกรรมของบริษัทบอสตัน ไดนามิกส์ ที่มีความสูงถึง 190 เซนติเมตร ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่แรงงานคนอย่างมาก จนนำไปสู่การเจรจาที่หยุดชะงักยาวนานหลายเดือน และการสไตรก์วันละ 4 ชั่วโมงในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อยอดผลิตรถยนต์ราว 5,000 คัน คิดเป็นมูลค่าทางยอดขายสูงถึง 2 แสนล้านวอน (ประมาณ 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

แม้ฮุนไดจะวางแผนนำร่องใช้งาน Atlas ในโรงงานรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ ซึ่งไม่มีสหภาพแรงงานภายในปี 2028 ด้วยเหตุผลด้านความคุ้มทุนที่สามารถคืนทุนค่าหุ่นยนต์ตัวละ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ภายใน 2 ปีผ่านการประหยัดค่าแรง ทว่าสหภาพแรงงานเกาหลีใต้ที่มีสมาชิกราว 40,000 คน ได้ยื่นข้อเรียกร้องเชิงรุกอย่างไม่เคยมีมาก่อนเพื่อรับมือยุค AI ทั้งการขอปรับเปลี่ยนระบบค่าจ้างพนักงานผลิตเป็นแบบเงินเดือนประจำเพื่อรองรับชั่วโมงทำงานที่ลดลงจากระบบอัตโนมัติ การขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี และการขอโบนัสก้อนโตจากกำไรสะสมของบริษัท ท่ามกลางสถิติจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ที่ระบุว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีสัดส่วนการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมสูงที่สุดในโลก 

ที่มา: Maeil Business, 18/7/2026 

Friday, July 17, 2026

ทางการจีนสั่งกวาดล้างแรงงานเมียนมาผิดกฎหมาย พบเบาะแสการทารุณกรรม-ซ้ำเติมเหยื่อส่งกลับประเทศ


 ทางการจีนในมณฑลยูนนานยกระดับมาตรการปราบปราม จับกุม และเนรเทศแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาที่ไม่มีเอกสารอย่างเข้มงวดในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยมีรายงานเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ณ โรงงานสิ่งทอซินเฉียง (Xinqiang) ในเมืองรุ่ยลี่ ซึ่งคนงานราว 80 คน ถูกเจ้าหน้าที่กักตัวหลังจากพยายามยื่นใบลาออกเนื่องจากไม่ได้รับค่าล่วงเวลาและต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงงานได้ใช้ท่อนเหล็กทุบตีพนักงานที่พยายามหลบหนี และเกิดเหตุสลดเมื่อคนงานรายหนึ่งจมน้ำเสียชีวิตหลังจากโรงงานต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคนานนับสัปดาห์

นอกจากนี้ กลุ่มแรงงานข้ามชาติยังต้องตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวจากค่านายหน้าที่สูงลิ่ว และถูกจำกัดอิสรภาพด้วยกฎระเบียบการเป็นผู้สนับสนุน (Sponsorship Rules) ที่เปิดโอกาสให้นายจ้างแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจได้ทันทีที่ลูกจ้างลาออก ส่งผลให้แรงงานที่เหลือในจีนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวและกบดานอยู่แต่ในที่ร่ม ขณะที่กลุ่มผู้ถูกเนรเทศหลายพันคนต้องติดค้างอย่างไร้ที่พึ่ง ณ เมืองมูเซ (Muse) บริเวณชายแดน ด้านองค์กรสิทธิแรงงานได้ออกมาเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายและปล่อยตัวผู้ถูกกักขังโดยเร็ว ทว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงย่างกุ้งยังคงปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นการละเมิดสิทธิดังกล่าว มีเพียงกลุ่มชุมชนท้องถิ่นในเมืองมูเซที่ยังคงปักหลักแจกจ่ายอาหารและที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัย

ที่มา: The Business and Human Rights Centre, 17/7/2026 

Thursday, July 16, 2026

สหภาพแรงงานเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แคนาดาจี้รัฐเพิ่มสวัสดิการจิตเวช หลังรายงานชันสูตรชี้อัตราฆ่าตัวตายพุ่งสูง

สหภาพแรงงานเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แห่งออนแทรีโอ (OPSEU) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับสวัสดิการด้านสุขภาพจิตและมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเร่งด่วน ภายหลังรายงานของรองเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเปิดเผยสถิติที่น่าตกใจว่า มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในมณฑลออนแทรีโอเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายรวม 34 รายนับตั้งแต่ปี 2010 โดยสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีหลัง (ปี 2020–2024) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย เท่ากับสถิติในรอบ 10 ปีก่อนหน้ารวมกัน ตัวแทนสหภาพระบุว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้เนื่องจากการตีตราทางสังคม ทำให้เกิดการรายงานข้อมูลต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งนี้ รายงานระบุชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับพฤติกรรมความรุนแรงทั้งทางวาจาและร่างกายในที่ทำงานจนนำไปสู่ความเสี่ยงขั้นรุนแรง

ทางสหภาพแรงงานชี้ว่า ปัจจุบันวงเงินสวัสดิการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ถูกจำกัดไว้ในระดับที่ต่ำมาก ทำให้ผู้ที่อยู่ในภาวะวิกฤตไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายดี และยังขาดการคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับโปรแกรมการบำบัดแบบผู้ป่วยใน ซึ่งแตกต่างจากบุคลากรความปลอดภัยสาธารณะกลุ่มอื่น เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือในระดับที่สูงกว่ามากหรือแบบไม่จำกัดวงเงิน สหภาพฯ จึงเสนอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนระบบสวัสดิการให้เข้าถึงง่ายเหมือนการรักษาอาการบาดเจ็บทางกายภาพทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหารุกรามจนสายเกินแก้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดหลักสูตรอบรมด้านสุขภาพจิตภาคบังคับสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางจิตวิทยาในสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ

ที่มา: Talent Canada, 15/7/2026 

สมาคมนักเขียนบทสหรัฐฯ ยื่นฟ้องระงับดีลควบรวม Paramount-Warner Bros. หวั่นทำค่าจ้างดิ่ง-ผูกขาดตลาด

สมาคมนักเขียนบทภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งอเมริกา (WGA) ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในแคลิฟอร์เนียเพื่อสกัดกั้นการเข้าซื้อกิจการของ Paramount Skydance ในการควบรวมกิจการกับ  Warner Bros. Discovery โดยทางสมาคมฯ แย้งว่าข้อตกลงดังกล่าวละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของสหรัฐฯ เนื่องจากจะช่วยลดการแข่งขันในตลาดจัดจ้างนักเขียนบทซีรีส์โทรทัศน์ รายการสตรีมมิ่ง รวมถึงบทภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่ควบรวมใหม่นี้มีอำนาจในการปรับลดงบประมาณด้วยการกดค่าแรงของนักเขียน และลดปริมาณการผลิตผลงาน ส่งผลให้โอกาสในการจ้างงานของแรงงานสร้างสรรค์ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

การเคลื่อนไหวของสมาคมนักเขียนบทเกิดขึ้นตามหลังการยื่นฟ้องแยกของอัยการรัฐสังกัดพรรคเดโมแครต 12 รัฐ นำโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลเพื่อสั่งระงับการปิดดีลชั่วคราวระหว่างรอการไต่สวน โดยอัยการระบุว่าการควบรวมกิจการมูลค่าสูงถึง 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมหนี้สิน) นี้ จะทำให้สตูดิโอยักษ์ใหญ่ระดับตำนานของฮอลลีวูดลดจำนวนลง ส่งผลกระทบด้านราคาและทางเลือกของผู้บริโภค ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายพาราเมาท์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโต้แย้งว่าการรวมกิจการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่น ๆ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการยุบรวมสตูดิโอภาพยนตร์ และยังคงตั้งเป้าผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างน้อย 30 เรื่องต่อปีเพื่อเปิดโอกาสให้กับเหล่านักเขียนต่อไป

ที่มา: Broadband TV News, 15/7/2026 

Tuesday, July 14, 2026

ผู้นำสหภาพแรงงานอังกฤษเรียกร้องให้บริษัท Rockstar Games ยอมรับรองสหภาพแรงงาน

ผู้นำอาวุโสจากสหภาพแรงงานและกลุ่มประชาสังคม 23 แห่งในสหราชอาณาจักร ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกเพื่อเรียกร้องให้บริษัท Rockstar Games ยอมรับรองสหภาพแรงงานอิสระแห่งสหราชอาณาจักร (IWGB) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่แห่งนี้กำลังเตรียมการเปิดตัวเกมแฟรนไชส์ระดับโลก Grand Theft Auto VI ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกลุ่มตัวแทนแรงงานระบุว่า ความสำเร็จทางรายได้มหาศาลของเกมซีรีส์นี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของคนทำงาน ดังนั้น บริษัทจึงควรเคารพการตัดสินใจของพนักงานในการรวมกลุ่มเพื่อเจรจาต่อรองร่วมอย่างเป็นธรรม

ความเคลื่อนไหวเพื่อขอการรับรองอย่างเป็นทางการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับโครงสร้างค่าจ้าง การจัดสรรเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และข้อกำหนดการทำงานล่วงเวลา นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวยังทวีความตึงเครียดขึ้นหลังจากสมาชิกสหภาพบางส่วนยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยอ้างว่าพวกเขาถูกบริษัทเลิกจ้างอย่างผิดกฎหมายเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพ ทว่าทางร็อกสตาร์เกมส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างรุนแรงและระบุว่าเป็นผลมาจากการประพฤติมิชอบร้ายแรงของตัวพนักงานเอง ทั้งนี้ ผู้นำสหภาพแรงงานดับเพลิง (FBU) ระบุเสริมว่า พระราชบัญญัติสิทธิการจ้างงานฉบับปี 2025 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ จะเป็นเครื่องมือทางกฎหมายชิ้นสำคัญที่ช่วยปกป้องและเปิดโอกาสให้แรงงานในภาคเอกชนสามารถรวมตัวจัดตั้งสหภาพได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ที่มา: Morning Star, 14/7/2026 

Monday, July 13, 2026

บัลแกเรียเร่งนำเข้าแรงงานเอเชียทะลุแสนคน แก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนคนขับรถและภาคบริการ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายสังคมของบัลแกเรีย เปิดเผยว่า ตลาดแรงงานของประเทศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ แม้อัตราการว่างงานในประเทศจะอยู่ในระดับต่ำมากที่ 2.8% ถึง 3.2% แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ว่างงานในท้องถิ่นเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่ขาดทักษะหรือไม่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บัลแกเรียจำเป็นต้องนำเข้าแรงงานต่างชาตินอกสหภาพยุโรปพุ่งสูงกว่า 108,000 คน โดยกลุ่มแรงงานหลักมาจากภูมิภาคเอเชียกลางและเอเชียใต้ เช่น อุซเบกิสถาน อินโดนีเซีย เนปาล และอินเดีย ซึ่งทางการคาดการณ์ว่าจำนวนแรงงานต่างชาติจะทำสถิติสูงสุดใหม่ทุบสถิติของปีที่ผ่านมาที่จำนวน 49,179 คน

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือที่เมืองพล็อฟดิฟ (Plovdiv) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ซึ่งเทศบาลเมืองได้ร่วมมือกับบริษัทจัดหางานเพื่อนำเข้าแรงงานจากอุซเบกิสถานและอินเดียจำนวน 150 คนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นคนขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อทดแทนกลุ่มแรงงานท้องถิ่นเดิมที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของแรงงานข้ามชาติเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการประท้วงของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับระบบคมนาคมที่ย่ำแย่ ขณะเดียวกัน รายงานทางการเงินระบุว่า ปัจจัยดึงดูดสำคัญที่ทำให้แรงงานเอเชียหลั่งไหลเข้ามาคืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของบัลแกเรียที่สูงถึง 620 ยูโรต่อเดือน ซึ่งมากกว่าค่าแรงในประเทศบ้านเกิดอย่างอุซเบกิสถานถึงสองเท่า ทว่าองค์กรตรวจสอบสิทธิแรงงานในคาบสมุทรบอลข่านได้ออกโรงเตือนให้หน่วยงานภาครัฐเพิ่มการคุ้มครองทางกฎหมายแก่แรงงานกลุ่มนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเหยื่อของการถูกกดขี่และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากนายจ้าง

ที่มา: Balkan Insight, 13/7/2026 

สหภาพแรงงานเนเธอร์แลนด์เตือน สถานที่ทำงานไม่พร้อมรับมือวิกฤตความร้อน

สหภาพแรงงานซีเอ็นวี (CNV) ของเนเธอร์แลนด์ ออกโรงเตือนว่าสถานที่ทำงานในประเทศยังไม่มีความพร้อมในการรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน หลังจากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มแรงงานที่ต้องปฏิบัติงานหน้างาน (Physical Presence) จำนวน 1,500 คน ในภาคการก่อสร้าง อุตสาหกรรมโรงงาน และระบบสาธารณสุข พบว่าแรงงานมากกว่าครึ่งหนึ่งยังคงต้องทำงานที่ใช้กำลังทางกายภาพอย่างหนักท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูง โดย 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า สภาพความร้อนจัดส่งผลให้เกิดสภาวะการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และเกือบ 1 ใน 4 ยอมรับว่าเคยประสบกับสถานการณ์ที่เป็นอันตรายจากความร้อนโดยตรง ซึ่งก่อให้เกิดอาการล้มป่วย เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และคลื่นไส้

ทางสหภาพแรงงานระบุว่า นายจ้างส่วนใหญ่ยังขาดการจัดทำ "แผนรับมือความร้อน" (Heat Protocol) ที่เป็นรูปธรรม โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนเวลาทำงานหรือเพิ่มเวลาพักผ่อนให้แก่ลูกจ้างในช่วงที่อากาศร้อนจัด ซึ่งถือเป็นความย้อนแย้งเนื่องจากปัจจุบันมีนโยบายรองรับสภาพอากาศเลวร้ายอื่น ๆ เช่น หิมะตก ลูกเห็บ หรือถนนลื่น อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ กรรมการบริหารของสหภาพแรงงานได้เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ณ กรุงเฮก ออกข้อบังคับทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงานอย่างเร่งด่วน โดยเสนอมาตรการปรับลดชั่วโมงทำงาน เพิ่มช่วงเวลาพักคลุม ติดตั้งระบบทำความเย็นในพื้นที่ปฏิบัติงาน ตลอดจนการสั่งระงับการทำงานทันทีหากสภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงสูง เพื่อให้สอดรับกับผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ที่มา: NL Times, 12/7/2026 

Saturday, July 11, 2026

สถานกงสุลฟิลิปปินส์รุดสอบคดีค้ามนุษย์ หลอกแม่บ้านในฮ่องกงรับอุ้มบุญให้คู่รักเอเชียกลาง

สถานกงสุลฟิลิปปินส์ประจำฮ่องกง ร่วมกับทางการฮ่องกง เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีแรงงานแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์ในฮ่องกง ถูกเครือข่ายข้ามชาติหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อไปเป็น "แม่อุ้มบุญ" ให้กับคู่รักจากภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ โดยข้อพิพาทดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนกรกฎาคม 2026 หลังจากมีหญิงผู้เสียหายหลายรายออกมาร้องเรียนว่าถูกอดีตแรงงานแม่บ้านที่ย้ายไปอยู่เอเชียกลางโพสต์โฆษณาชวนเชื่อว่าจะให้ค่าตอบแทนสูงถึง 1 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 16,220 ดอลลาร์สหรัฐ) หากยอมตั้งครรภ์จนครบกำหนดคลอด

รายงานระบุว่า มีผู้เสียหายอย่างน้อย 5 รายที่ตั้งครรภ์จนคลอดบุตรสำเร็จแต่กลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้ โดยมีรายหนึ่งระบุว่าถูกผู้ว่าจ้างปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่าทารกที่เกิดมามีความบกพร่องทางร่างกาย ทั้งนี้ ทางสถานกงสุลฟิลิปปินส์ได้ออกประกาศเตือนแรงงานชาวฟิลิปปินส์ในฮ่องกงที่มีจำนวนมากกว่า 200,000 คน ให้ระมัดระวังโฆษารับสมัครงานทางออนไลน์ที่น่าสงสัย ขณะที่สำนักสาธารณสุขของฮ่องกงระบุว่า นโยบายของรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนหรือต่อต้านการอุ้มบุญ แต่การดำเนินการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานจริยธรรมที่เข้มงวด เนื่องจากปัจจุบันการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งผิดกฎหมายในหลายประเทศ ซึ่งสร้างช่องว่างให้เกิดขบวนการหลอกลวงข้ามพรมแดนที่นำไปสู่การกดขี่และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

ที่มา: The Labour Pulse, 11/9/2026 

Friday, July 10, 2026

จีนคลอดแผน 5 ปี ตั้งเป้าช่วยแรงงานว่างงานกลับเข้าสู่ระบบ 25 ล้านคน

 

กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางสังคมของจีน ประกาศแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางสังคมฉบับใหม่ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) โดยกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณรวม 18 ข้อ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดแรงงานในประเทศ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการตั้งเป้าหมายช่วยให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 25 ล้านคนสามารถกลับเข้าทำงานในระบบได้อีกครั้ง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประสบความยากลำบากในการหางานให้มีอาชีพเพิ่มขึ้นอีก 6.5 ล้านคน นอกเหนือจากนี้ รัฐบาลจีนยังตั้งเป้าหมายที่จะควบคุมอัตราการว่างงานในเขตเมืองจากการสำรวจให้ต่ำกว่า 5.5% และจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการฝึกอบรมวิชาชีพให้ครอบคลุมประชากรมากกว่า 50 ล้านคน ซึ่งรวมถึงกลุ่มแรงงานอพยพจากชนบทจำนวน 17.5 ล้านคนด้วย

ด้านการยกระดับระบบสวัสดิการและความมั่นคงทางสังคม แผนการดังกล่าวตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราการคุ้มครองของประกันบำนาญขั้นพื้นฐานให้อยู่เหนือระดับ 95% พร้อมทั้งขยายระบบประกันการว่างงานให้ครอบคลุมประชากร 255 ล้านคน และประกันอุบัติเหตุจากการทำงานให้ครอบคลุม 345 ล้านคน ซึ่งระบบหลังนี้จะรวมถึงโครงการคุ้มครองการบาดเจ็บจากการทำงานที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มอาชีพยุคใหม่ เช่น คนขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันและไรเดอร์ส่งอาหาร นอกจากนี้ จีนยังตั้งเป้าหมายให้กองทุนเงินบำนาญสะสมสำหรับองค์กรและอาชีพ (Enterprise and Occupational Annuity Funds) ซึ่งเป็นระบบบำนาญเสริมที่นายจ้างร่วมสมทบ มีมูลค่ารวมกันทะลุ 9 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030

ที่มา: China Daily, 10/7/2026 

สหภาพแรงงานออสเตรเลียชี้รัฐบาลเลิกคุมเป้าหมายจัดจ้างเอกชน ทำงบจ้างพนักงานชั่วคราวพุ่ง

สหภาพบริการสาธารณะและชุมชน (CPSU) ของออสเตรเลีย ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกลางอย่างรุนแรง หลังมีการยกเลิกข้อกำหนดเป้าหมายความรับผิดชอบภายใต้กรอบการจัดจ้างเชิงยุทธศาสตร์ (SCF) ซึ่งแต่เดิมออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้หน่วยงานรัฐโอนย้ายงานหลักไปให้บริษัทเอกชนภายนอก (Outsourcing) โดยสหภาพแรงงานเตือนว่าการปล่อยปละละเลยครั้งนี้จะส่งผลให้การกำกับดูแลลดลงและผลักดันให้เกิดการจ้างงานนอกระบบมากขึ้น ซึ่งขัดแย้งกับงบประมาณการจัดจ้างบุคลากรชั่วคราวตามข้อมูลของหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (AusTender) ในปีงบประมาณ 2025–2026 ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 52% เป็นมูลค่า 3.53 พันล้านดอลลาร์ และมีปริมาณสัญญาจ้างเพิ่มขึ้น 18% เป็น 9,160 สัญญา

ทางสหภาพแรงงานระบุว่า ปัจจุบันหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงพึ่งพาแรงงานภายนอกในภารกิจหลักอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สำนักงานสรรพากรและสำนักงานประกันผู้พิการแห่งชาติที่ยังคงใช้พนักงานคอลเซ็นเตอร์จากบริษัทข้ามชาติรวมกว่า 3,000 คน รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่จ้างผู้รับเหมาเอกชนในหน่วยเดินเรือแห่งชาติ แทนที่จะนำเงินภาษีของประชาชนมาลงทุนกับข้าราชการประจำที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่งบจ้างงานชั่วคราวพุ่งขึ้นเกือบสามเท่าตัว ขณะที่คณะกรรมการบริการสาธารณะแห่งออสเตรเลีย (APSC) ออกมาโต้แย้งว่า การลดระดับเป้าหมายลงเป็นเรื่องปกติเนื่องจากหน่วยงานส่วนใหญ่รายงานว่าแทบไม่มีงานหลักที่ตกค้างในระบบจัดจ้างภายนอกแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ANAO) กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสิทธิภาพของกรอบการทำงานดังกล่าว โดยมีกำหนดรายงานผลต่อสาธารณะในเดือนตุลาคม 2026 นี้

ที่มา: National Tribune, 9/7/2026 

Thursday, July 9, 2026

โรงพยาบาลสหรัฐฯ แห่จ้างพยาบาลฟิลิปปินส์ผ่านระบบทางไกล อุดรอยรั่ววิกฤตขาดแคลนแรงงาน

 

โรงพยาบาลและคลินิกทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาหันมาใช้กลยุทธ์จัดจ้างพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์จากฟิลิปปินส์เพื่อทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์เสมือนจริง" (Virtual Healthcare Assistants) ผ่านระบบทางไกลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขวิกฤตการขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพในประเทศกว่า 80,000 อัตรา โดยกลุ่มแรงงานเหล่านี้จะรับหน้าที่ดูแลผู้ป่วยในห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) ตรวจสอบสิทธิ์ประกันภัย คัดกรองผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอล ตลอดจนการจัดการนัดหมาย ซึ่งสมาคมจัดการข้อมูลสุขภาพแห่งฟิลิปปินส์ (HIMAP) ระบุว่า ธุรกิจบริการจ้างเหมาช่วงกระบวนการทางคลินิก (CPO) ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการจ้างงานบุคลากรทางการแพทย์เต็มเวลาสูงถึง 210,000 คน

มาตรการนี้ช่วยให้สถานพยาบาลในสหรัฐฯ ประหยัดต้นทุนค่าแรงได้มากถึง 70% เนื่องจากอัตราค่าจ้างระบบทางไกลอยู่ที่เพียง 5–10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับค่าจ้างเฉลี่ยของพยาบาลในสหรัฐฯ ที่สูงกว่า 45 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่าพยาบาลเสมือนจริงช่วยลดภาระงานเอกสารและเวลาทำงานล่วงเวลาของพยาบาลหน้างานได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในทางกลับกัน สมาคมพยาบาลฟิลิปปินส์รวมใจ (FNU) ได้ออกมาแสดงความกังวลว่าความนิยมในอาชีพพยาบาลทางไกลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าโรงพยาบาลท้องถิ่นถึง 5 เท่า กำลังซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ภายในประเทศฟิลิปปินส์เอง ส่งผลให้โรงพยาบาลในท้องถิ่นต้องเผชิญกับภาวะเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอและต้องแบกรับภาระงานที่หนักเกินตัว

ที่มา: Rest of World, 9/7/2026 

เรื่องที่ได้รับความนิยม

Powered by Blogger.