Saturday, August 15, 2026

Thai Lawmaker Calls for Sweeping Reform to Protect Berry-Picking Workers in Finland and Sweden

 BANGKOK — A Thai opposition lawmaker has proposed a comprehensive overhaul of the system for sending Thai workers to pick berries in Finland and Sweden, calling for stronger labor protections and measures to prevent human trafficking and exploitation.

Sahatsawat Khumkong, a Chon Buri MP from the People’s Party, said the system should be reformed from recruitment in Thailand through employment and follow-up after workers return home. Previous cases of human trafficking and labor rights violations have damaged confidence in the recruitment system and prompted destination countries to tighten scrutiny of seasonal worker visas, he said.

He proposed a three-phase reform plan.

Immediate measures

The first phase would introduce a standard employment contract approved by Thailand’s Ministry of Labour. Recruitment companies would be required to provide workers with benefits and protections that meet or exceed the specified standards.

The proposal also calls for a support and protection system for Thai workers, including guides explaining labor laws and workers’ rights in destination countries, easily accessible complaint channels and emergency contact services.

Stronger oversight of recruitment agencies

For the medium term, Sahatsawat proposed that the Ministry of Labour establish a reliability rating system for recruitment agencies, including a credit system and blacklist for companies that violate labor laws.

The screening should extend to company directors and potential use of nominee arrangements. Licenses should be revoked when serious violations are found, he said.

He also proposed requiring recruitment fees and other expenses to be paid through the banking system to prevent fraudulent charges and practices that could leave workers trapped in debt.

Another key proposal is a joint monitoring mechanism with destination countries. Thailand should coordinate with Finland’s Ministry of Labour so that Thai officials can conduct random inspections of working conditions on the ground.

A follow-up system should also monitor workers after they return to Thailand to determine whether they actually received the wages, rights and benefits promised in their employment contracts.

Move toward government-to-government recruitment

For the long term, Sahatsawat called for amendments to Thailand’s Employment and Job Seeker Protection Act to reflect modern cross-border employment arrangements.

He also proposed bilateral agreements between Thailand and destination countries to shift recruitment away from reliance on private brokers and toward government-to-government (G2G) cooperation.

Such agreements could provide stronger guarantees for workers’ rights and welfare in line with international labor standards.

Sahatsawat said the solution should focus on systemic reform rather than dealing with individual cases after problems occur. The Ministry of Labour, he said, should play a stronger role in regulating recruitment agencies, establishing effective monitoring mechanisms and coordinating with destination-country authorities.

He added that the proposals had already been discussed with the Labour Minister, who had given preliminary support, particularly for the immediate measures. Medium- and long-term proposals will be discussed further within the Ministry of Labour before decisions are made on implementation.



สหภาพแรงงานเมโทรแวนคูเวอร์ผละงานประท้วง กระทบงานบริการสวนสาธารณะและประปา

 พนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานในเขตเมโทรแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ได้ยกระดับการนัดหยุดงานประท้วงโดยการเดินออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานในส่วนบริการสวนสาธารณะและระบบน้ำประปา ส่งผลให้สวนสาธารณะระดับภูมิภาคกว่า 25แห่ง ขาดบริการเก็บขยะ การซ่อมบำรุงเส้นทาง และการปฐมพยาบาลฉุกเฉินตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ การผละงานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหภาพแรงงานพนักงานเขตภูมิภาคเกรเทอร์แวนคูเวอร์ (Greater Vancouver Regional District Employees' Union - GVRDEU) เจรจาข้อตกลงร่วมกับฝ่ายบริหารไม่เป็นผล โดยพนักงานต้องทำงานโดยไม่มีข้อตกลงร่วมมานานถึง 19 เดือน

ประธานสหภาพแรงงานเปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งเกิดจากการที่ฝ่ายบริหารปฏิเสธที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาพร้อมข้อเสนอใหม่ ขณะที่มีรายงานการใช้งบประมาณบานปลายในโครงการก่อสร้าง รวมถึงการเพิ่มค่าตอบแทนและอัตรากำลังของฝ่ายบริหารขึ้นถึง 69% ในช่วงปี 2019 ถึง 2024 นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การจำกัดการจ้างเหมาช่วง และการยกระดับสวัสดิการเพื่อดึงดูดแรงงานมีฝีมือ ขณะที่ตัวแทนของเขตเมโทรแวนคูเวอร์ระบุว่า ได้ยื่นข้อเสนอปรับขึ้นค่าจ้างมากกว่า 10% เป็นเวลา 3 ปีแล้ว และพร้อมที่จะเจรจาเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน

ที่มา: CityNews, 15/8/2026 


สหภาพแรงงานจีนสนับสนุนพนักงานที่ถูกลงโทษจากการลากิจฉุกเฉินในช่วงพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน

หน่วยงานกำกับดูแลและสหภาพแรงงานนครเซี่ยงไฮ้ ออกมาโต้ตอบอย่างเด็ดขาดกรณีบริษัทแห่งหนึ่งลงโทษตัดเงินเดือนพนักงานอย่างหนัก เนื่องจากขอลาหยุดฉุกเฉินในช่วงพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (Typhoon Dolphin) พัดกระหน่ำ โดยย้ำว่ากฎระเบียบภายในของบริษัทไม่สามารถอยู่เหนือคำสั่งฉุกเฉินของรัฐบาลหรือมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของคนทำงานได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังจนระบบขนส่งมวลชนหยุดให้บริการ ทำให้พนักงานหญิงรายหนึ่งขอลาหยุด 1 ชั่วโมงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับจากการมาสาย ซึ่งแม้ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจะอนุมัติ แต่ผู้บริหารระดับสูงกลับปฏิเสธและสั่งลงโทษตัดเงินประจำตำแหน่งพนักงานถึง 20% รวมถึงลงโทษผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่อนุมัติคำร้องดังกล่าวด้วย

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรมนุษย์และการประกันสังคมเขตชิงผู่ ระบุว่าการลงโทษดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและละเมิดแนวทางปฏิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉินของเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่สมาพันธ์สหภาพแรงงานนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Federation of Trade Unions) เน้นย้ำว่าความปลอดภัยของคนทำงานต้องมีความสำคัญเหนือกว่าตัวชี้วัดการเข้าทำงาน และพร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ทนายความผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่าสภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงถือเป็นเหตุสุดวิสัย และกฎหมายคุ้มครองแรงงานจีนให้สิทธิแก่คนทำงานในการปฏิเสธการเดินทางที่มีความเสี่ยงสูงโดยไม่ถูกลงโทษทางวินัย

ที่มา: Chinadaily, 14/8/2026 

Friday, August 14, 2026

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการจ้างงาน ย้ำห้ามกีดกันแรงงานอเมริกัน

กระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (Department of Justice - DOJ) ได้ยกระดับการตรวจสอบกระบวนการจ้างงานและการรับรองแรงงานต่างชาติ (PERM) อย่างเข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและกีดกันแรงงานชาวอเมริกัน โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ล่าสุดบริษัท OpenAI Inc. ได้ตกลงจ่ายเงินยอมความจำนวน 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กระทรวงยุติธรรม หลังถูกตรวจสอบพบว่ากำหนดขั้นตอนการสมัครงานสำหรับตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติให้ยุ่งยากกว่าปกติ เช่น การบังคับให้ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ แทนที่จะเปิดให้สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ตามปกติ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อคิดริเริ่มคุ้มครองแรงงานอเมริกัน (Trump Protecting US Workers Initiative) ซึ่งส่งผลให้หลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเคยถูกตรวจสอบและปรับเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐเตือนให้ผู้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการสรรหาบุคลากรให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (Department of Labor - DOL) กำลังเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการทดสอบตลาดแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบันและเพิ่มมาตรการคุ้มครองสิทธิของแรงงานภายในประเทศให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ที่มา: Bloomberg Law, 14/8/2026 

สหภาพแรงงานโรงงานปูนซีเมนต์ในคีร์กีซสถานนัดหยุดทำความสะอาดจนคว้าชัยชนะเพิ่มค่าจ้าง 50%

กลุ่มพนักงานทำความสะอาดซึ่งเป็นหญิงส่วนใหญ่ในโรงงานปูนซีเมนต์ Kant Cement Plant ในประเทศคีร์กีซสถาน ร่วมมือกับสหภาพแรงงานสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายบริหารสำเร็จ หลังจากที่เคยร้องเรียนขออุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดฝุ่นปูนซีเมนต์แบบเปียกมาเป็นเวลานานแต่ถูกละเลย กลุ่มพนักงานจึงรวมตัวหยุดปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาดแบบเปียก ส่งผลให้ฝุ่นปูนซีเมนต์ฟุ้งกระจายไปทั่วโรงงานกระทบต่อการหายใจและการทำงานของคนทำงานทุกคน จนฝ่ายบริหารต้องยินยอมจัดหาอุปกรณ์ให้ตามข้อเรียกร้องภายในเวลาเพียง 3 วัน

นอกจากจะได้รับอุปกรณ์ที่เหมาะสมแล้ว สหภาพแรงงานยังได้เจรจาต่อรองเรื่องค่าตอบแทนจนประสบความสำเร็จ โดยสามารถปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ยทั้งโรงงานได้ 22% ขณะที่กลุ่มพนักงานทำความสะอาดได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างสูงถึง 50% สะท้อนให้เห็นว่าการรวมตัวผ่านสหภาพแรงงานสามารถสร้างอำนาจต่อรองเพื่อยกระดับสภาพการทำงานและทำให้บทบาทของคนทำงานทำความสะอาดได้รับการยอมรับในฐานะส่วนสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ในการดำเนินงานของโรงงาน

ที่มา: BWI, 13/8/2026 

Thursday, August 13, 2026

ไซต์งานก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นนำเทคโนโลยี AI มาช่วยป้องกันแรงงานจากโรคฮีทสโตรก

 ไซต์งานก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อป้องกันคนทำงานจากโรคพยาธิสภาพจากความร้อนหรือฮีทสโตรก โดยเฉพาะบริษัท Shimizu Corporation ที่นำระบบวิเคราะห์ใบหน้า Kaokara ของบริษัท Pola Medical ในเครือ Pola Orbis Holdings มาติดตั้งผ่านแท็บเล็ต บริเวณพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนในจังหวัดคานากาวะ ซึ่งระบบจะประเมินความเสี่ยงจากสีหน้า การแสดงออก และการหลั่งเหงื่อภายในไม่กี่วินาที เพื่อช่วยคัดกรองสภาพร่างกายของคนทำงานล่วงหน้าก่อนเริ่มปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ สถานที่ทำงานยังได้ผสมผสานการใช้ดัชนีความร้อน WBGT ร่วมกับมาตรการคลายความร้อนอื่นๆ เช่น การแจกเม็ดเกลือแร่และการจัดเตรียมเครื่องดื่มเย็นจัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนทำงาน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบุว่า ระบบวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากคนทำงานหลายรายมักไม่ทราบว่าร่างกายตนเองเริ่มเผชิญภาวะความร้อนสูงเกินไป ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตของคนทำงาน

ที่มา: MarketWatch, 13/8/2026 


สหภาพแรงงานนิวซีแลนด์บรรลุข้อตกลงยุติพิพาท เตรียมจ่ายเงินชดเชยคนขับ Uber กว่า 1,600 ราย

สหภาพแรงงาน Workers First ในประเทศนิวซีแลนด์ บรรลุข้อตกลงกับบริษัท Uber เพื่อจัดทำกรอบการจ่ายเงินชดเชยให้แก่คนขับรถมากกว่า 1,600 ราย หลังดำเนินกระบวนการทางกฎหมายมายาวนานกว่า 6 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากศาลสูงสุดมีคำพิพากษาชี้ขาดว่าคนขับรถมีสถานะเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่ผู้รับจ้างอิสระ จึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำ ค่าทำงานในวันหยุด และสิทธิในการต่อรองร่วมตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แม้จะชนะคดีในชั้นศาล แต่การแก้ไขกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ของรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้จำกัดสิทธิของคนขับในการโต้แย้งสถานะลูกจ้างในอนาคต สหภาพจึงตัดสินใจเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้คนขับได้รับการเยียวยาทางด้านการเงินโดยเร็วที่สุด

ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นายจ้างยื่นข้อเสนอเงินชดเชยแก่คนขับแต่ละราย โดยทางสหภาพระบุว่าการรับข้อเสนอเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและระยะเวลาในการฟ้องร้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สหภาพเน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้ารวมตัวกลุ่มคนขับรถและเรียกร้องให้มีการยกเลิกการแก้ไขกฎหมายแรงงานที่เอื้อประโยชน์แก่บริษัทแพลตฟอร์ม เพื่อปกป้องสิทธิและคุ้มครองคนทำงานในระบบเศรษฐกิจรับจ้างชั่วคราวอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: Scoop, 13/8/2026 

Wednesday, August 12, 2026

รายงานเปิดโปงวิกฤตแรงงานข้ามชาติในโคโซโวเผชิญทาสยุคใหม่และการค้ามนุษย์

รายงานสืบสวนระบุว่า คนทำงานข้ามชาติที่เข้ามาทดแทนการขาดแคลนแรงงานในประเทศโคโซโว กำลังเผชิญกับการถูกกดขี่ในรูปแบบทาสยุคใหม่ โดยอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ตรวจสอบแรงงานพบว่า คนทำงานจากภูมิภาคเอเชีย ละตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก ต้องเผชิญกับสภาพการเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ โดยต้องนอนในโกดังสินค้าที่ใช้ทำงาน ถูกค้างชำระค่าจ้าง บังคับทำงานหนักโดยไม่มีสัญญาจ้าง และถูกจำกัดอิสรภาพในการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ การสอบสวนยังพบเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่หลอกลวงหญิงสาวจากต่างชาติมาทำงานด้านบริการ แต่กลับถูกบังคับให้ค้าประเวณีในสถานบันเทิงและร้านนวด ขณะที่แรงงานแม่บ้านในครัวเรือนยังคงขาดการตรวจสอบจากภาครัฐ ทำให้ผู้แทนจากสำนักงานการจ้างงานและหน่วยงานตรวจแรงงานต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าตรวจค้น ร่วมมือกับตำรวจในการดำเนินคดีกับนายจ้างที่ละเมิดกฎหมาย และเร่งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิแรงงานเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ที่มา: Prishtina Insight, 12/8/2026 


Tuesday, August 11, 2026

รอบ 5 ปีนายจ้างในแอฟริกาใต้ถูกปรับกว่า 8,100 ราย จากการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย


ทางการประเทศแอฟริกาใต้สั่งปรับนายจ้างรวมแล้วมากกว่า 770,000 แรนด์ หลังดำเนินคดีกับนายจ้างกว่า 8,100 ราย ในช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ข้อหาละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองจากการจ้างแรงงานต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง โดยกระทรวงมหาดไทย (Department of Home Affairs - DHA) และกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (Department of Employment and Labour - DEL) ร่วมกับหน่วยงานตำรวจ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเข้าตรวจค้นสถานประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้นายจ้างและผู้บริหารหลายรายถูกจับกุม ดำเนินคดี และถูกลงโทษปรับ

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายการจ้างงานฉบับใหม่เพื่ออุดช่องโหว่และเพิ่มโทษนายจ้าง รวมถึงครัวเรือนที่จ้างแรงงานแม่บ้านต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเสนอบทลงโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 แรนด์ สำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ ขณะที่กฎหมายปัจจุบันกำหนดโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปีสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำหลายครั้ง ทั้งนี้ กฎหมายยังระบุให้สิทธิและหน้าที่ตกเป็นของนายจ้างในการตรวจสอบสถานะของลูกจ้าง หากพบแรงงานผิดกฎหมายในพื้นที่ประกอบการจะถือว่านายจ้างมีความผิดทางอาญาทันที

ที่มา: BusinessTech, 11/8/2026 



รายงานชี้แรงงานไนจีเรียเผชิญภาวะหมดไฟและขาดความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต

รายงานวิเคราะห์สถานการณ์แรงงานในประเทศไนจีเรียระบุว่า คนทำงานจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะเส้นแบ่งระหว่างงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวที่หายไป จากปัญหาชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ภาระงานที่เกินกำลังเนื่องจากองค์กรมีพนักงานไม่เพียงพอ และความกดดันที่ต้องพร้อมตอบสนองเรื่องงานตลอดเวลาผ่านเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ ร่างกาย เสียสุขภาพจิต และขาดเวลาสำหรับครอบครัว โดยปัญหาการเรียกร้องสวัสดิการในปัจจุบันมักมุ่งเน้นไปที่เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น แต่กลับมองข้ามสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในการทำงานจริง

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเอกชนจำนวนมากต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจนต้องลดจำนวนพนักงานและผลักภาระงานให้คนทำงานแบกรับเกินขีดความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญจึงเรียกร้องให้สหภาพแรงงานและนายจ้างหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของคนทำงานในมิติที่กว้างขึ้น โดยปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ จัดสรรอัตรากำลังให้เหมาะสม คุ้มครองสิทธิในการหยุดพักผ่อนตามกฎหมาย และหยุดค่านิยมการโหมงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำงานที่ยั่งยืนไม่ควรก่อตัวขึ้นบนความเหนื่อยล้าเรื้อรังของแรงงาน

ที่มา: Independent Newspaper Nigeria, 11/8/2026 


Monday, August 10, 2026

กลุ่มคนครัวในสวนสนุกดังที่สหรัฐฯ ฟ้องบริษัทผู้บริหารร้านอาหารข้อหาโกงค่าจ้าง

กลุ่มคนครัวประจำร้านอาหารในพื้นที่สวนสนุก EPCOT ของ Disney ได้ยื่นฟ้องบริษัท Patina Orlando และบริษัทแม่ Delaware North ต่อศาลรัฐบาลกลาง ในข้อหาลักลอบโกงค่าจ้างจากการบังคับให้ทำงานนอกเวลาลงตราประทับเวลาปฏิบัติงานเป็นเวลาหลายปี โดยผู้ฟ้องระบุว่าต้องเข้ามารักษาความพร้อมของอุปกรณ์และเปิดเตาอบล่วงหน้า 30 ถึง 60 นาที ก่อนเริ่มกะงาน แต่กลับถูกปฏิเสธการลงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา แม้ว่าจะเคยแจ้งเรื่องต่อหัวหน้างานแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จนกระทั่งนำไปสู่การยื่นฟ้องร้องในที่สุด

การฟ้องร้องครั้งนี้มุ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากการละเมิดกฎหมายแรงงานรัฐบาลกลางและข้อตกลงร่วมกับสหภาพแรงงาน UNITE HERE Local 737 คิดเป็นเงินค่าจ้างค้างจ่ายรวมถึงค่าธรรมเนียมทางกฎหมายจำนวนหลายหมื่นดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายบริหารของคู่ความได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ยกฟ้อง โดยอ้างว่าผู้ฟ้องไม่มีหลักฐานเพียงพอ นอกจากนี้ บริษัทยังกำลังเผชิญกับการสอบสวนจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (National Labor Relations Board - NLRB) เกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงานอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย

ที่มา: Orlando Sentinel, 10/8/2026 

สหภาพแรงงาน Education International แสดงความเสียใจและเรียกร้องความปลอดภัยหลังเหตุยิงในโรงเรียนที่ไทย

สหภาพแรงงาน Education International ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานบุคลากรการศึกษานานาชาติ ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและชุมชนทางการศึกษาในประเทศไทย จากเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งรวมถึงครู 5 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 ราย โดยผู้แทนสหภาพเน้นย้ำว่า สถานศึกษาต้องได้รับการคุ้มครองให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ และครูต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยปราศจากความรุนแรงและความกลัว

พร้อมกันนี้ สหภาพครูระดับโลกได้กล่าวชื่นชมความกล้าหาญของบุคลากรทางการศึกษาที่ช่วยปกป้องและอพยพนักเรียนออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม สหภาพเน้นย้ำว่าไม่ควรมีครูคนใดต้องเผชิญกับวิกฤตร้ายแรงหรือต้องมาเสียชีวิตในสถานที่ทำงานของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำอีก ทั้งในประเทศและทั่วโลก

ที่มา: Education International, 7/8/2026 

Sunday, August 9, 2026

สหภาพแรงงาน ITUC-Africa เตือนระวังการใช้ 'พลังงานเขียว' เป็นการกดขี่ 'อาณานิคมรูปแบบใหม่'

สมาพันธ์สหภาพแรงงานนานาชาติประจำภูมิภาคแอฟริกา (ITUC-Africa) ออกมาเตือนว่าทวีปแอฟริกากำลังเสี่ยงที่จะตกอยู่ภายใต้การกดขี่ในรูปแบบอาณานิคมใหม่ หากไม่มีการควบคุมการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดด้วยตนเอง โดยเน้นย้ำว่าทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนและแร่ธาตุสำคัญที่มีอยู่มหาศาล ควรถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม การสร้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น แทนที่จะเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนต่างชาติเหมือนในอดีต พร้อมทั้งชี้ว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างระบบการแปรรูปแร่ธาตุในพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย

นอกจากนี้ ตัวแทน ITUC-Africa ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้คนทำงานมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจลงทุนด้านพลังงานตั้งแต่เริ่มต้น โดยการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมต้องมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การสร้างหลักประกันค่าจ้างที่เหมาะสม และการคุ้มครองทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สตรี และแรงงานนอกระบบ ทั้งนี้ ITUC-Africa ได้กระตุ้นให้ผู้นำและสหภาพแรงงานในทวีปแอฟริการวมตัวกันสร้างจุดยืนร่วมกันก่อนการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก เพื่อปกป้องอธิปไตยทางพลังงานอย่างแท้จริง

ที่มา: Vanguard, 9/8/2026 

Saturday, August 8, 2026

พยาบาลบริษัทผู้ให้บริการดูแลสุขภาพในนิวซีแลนด์นัดหยุดงานเรียกร้องค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

กลุ่มพยาบาลที่ทำงานให้กับบริษัท Total Care Health ในประเทศนิวซีแลนด์ รวมตัวนัดหยุดงานประท้วงชั่วคราวเพื่อเรียกร้องค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานที่ดีขึ้น โดยทางสหภาพแรงงานพยาบาลนิวซีแลนด์ NZNO เปิดเผยว่า พยาบาลจำนวนมากต้องเดินทางไกลและปฏิบัติงานนอกสถานที่ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้บริการดูแลผู้ป่วยตามบ้านในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลได้อย่างมาก แต่กลับได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุดในกลุ่มพยาบาลชุมชนเมื่อเทียบกับความรับผิดชอบ

การประท้วงจัดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ เช่น ออกแลนด์ และ แฮมิลตัน โดยจะดำเนินไปจนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ด้านหน่วยงานประกันอุบัติเหตุภาครัฐ ACC ได้ออกมาชี้แจงว่า หน่วยงานเป็นเพียงผู้สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อบริการจากบริษัทภายนอกเท่านั้น ซึ่งบริษัทเอกชนดังกล่าวมีอำนาจบริหารจัดการอิสระ และหน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องค่าจ้างหรือเงื่อนไขการทำงานของพนักงานแต่อย่างใด

ที่มา: Radio New Zealand, 8/8/2026 


Friday, August 7, 2026

รายงานเผยพนักงานเรือสำราญร้องเรียนถูกละเมิดสิทธิและเผชิญสภาพการทำงานที่ย่ำแย่

พนักงานบนเรือสำราญของบริษัท Carnival ในประเทศออสเตรเลีย ออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกกดค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ยากลำบาก โดยลูกเรือระบุว่าต้องทำงานหนักถึงวันละ 12-14 ชั่วโมง ต่อเนื่องตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ แต่ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเพียง 2.75 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด การจัดห้องพักที่แออัดจนเกิดการแพร่ระบาดของโรคผิวหนัง รวมถึงการถูกปฏิเสธไม่ให้ลาหยุดหรือรับการรักษาพยาบาลเมื่อมีอาการเจ็บป่วย

สาเหตุสำคัญของปัญหานี้เกิดจากการที่เรือสำราญต่างชาติได้รับการยกเว้นกฎหมายแรงงานของประเทศออสเตรเลียมาตั้งแต่ปี 1998 ส่งผลให้ลูกเรือซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจากทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขาดการคุ้มครองทางกฎหมาย ขณะที่สหภาพแรงงานการขนส่งทางเรือแห่งออสเตรเลีย ได้รับข้อร้องเรียนนับร้อยฉบับและกำลังผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบและยกเลิกข้อเว้นดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน

ที่มา: ABC News, 7/8/2026 



Thursday, August 6, 2026

รายงานสภาออสเตรเลียชี้แรงงานข้ามชาติเผชิญทาสยุคใหม่ เรียกร้องปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วน

คณะกรรมการรัฐสภานิวเซาท์เวลส์ในประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานผลการสอบสวนวิกฤตทาสยุคใหม่ที่เกิดขึ้นกับแรงงานข้ามชาติชั่วคราวในพื้นที่ชนบทและภูมิภาค โดยพบรายงานการข่มขู่ การหลอกลวง และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม คนทำงานจำนวนมากต้องอาศัยในสภาพแวดล้อมที่แทบไม่สามารถอยู่อาศัยได้ และถูกบังคับให้ทำงานหนักหลายชั่วโมงโดยไม่สามารถร้องเรียนได้เนื่องจากเกรงกลัวผลกระทบ

รายงานฉบับดังกล่าวได้เสนอข้อเสนอแนะ 31 ข้อแก่รัฐบาล ซึ่งรวมถึงการจัดทำระบบใบอนุญาตบริษัทจัดหางานการเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานคุ้มครองความปลอดภัยในที่ทำงาน SafeWork NSW รวมถึงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขวีซ่าเปิดทางให้แรงงานเปลี่ยนนายจ้างได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนกลุ่มนายหน้าจัดหางานเถื่อนในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกดขี่แรงงานข้ามชาติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

ที่มา: ABC News, 6/8/2026 


Wednesday, August 5, 2026

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตือนจ้างแรงงานแม่บ้านต่างชาติโดยตรงไร้การคุ้มครองทางกฎหมาย

 

กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการจ้างงานแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ออกประกาศเตือนนายจ้างว่า การจัดหาและจ้างงานแรงงานแม่บ้านจากต่างประเทศโดยตรงโดยไม่ผ่านนายหน้า จะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือหลักประกันทางกฎหมายตามกฎหมายแรงงานแม่บ้านของประเทศ ซึ่งต่างจากการจ้างงานผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

มาตรการดังกล่าวทำให้นายจ้างที่เลือกจ้างงานโดยตรงต้องแบกรับความเสี่ยงและความรับผิดชอบทั้งหมดด้วยตนเอง โดยจะไม่ได้รับสิทธิในการขอเปลี่ยนตัวแรงงาน การขอคืนค่าธรรมเนียมการจัดหางาน หรือหลักประกันอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ นายจ้างจะต้องลงนามในหนังสือยินยอมรับทราบเงื่อนไขดังกล่าวตามที่กระทรวงกำหนดไว้ ทางการจึงเน้นย้ำให้นายจ้างศึกษารายละเอียดและความแตกต่างระหว่างการจ้างงานตรงกับการจ้างผ่านบริษัทจัดหางานให้ชัดเจนก่อนทำสัญญาจ้างงานทุกครั้ง

ที่มา: The Filipino Times, 5/8/2569 

Tuesday, August 4, 2026

เทศบาลในญี่ปุนเผชิญวิกฤตขาดแคลนบุคลากรจนต้องปรับกลยุทธ์รับสมัครงาน

หลายเทศบาลในจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการเปิดรับสมัครงานเพื่อดึงดูดบุคลากร โดยเมืองทามูระได้เปิดโควตาพิเศษสำหรับอดีตพนักงานที่เคยลาออก ให้สามารถสมัครกลับเข้าทำงานได้โดยไม่ต้องสอบข้อเขียน และปรับรูปแบบการสัมภาษณ์เป็นการส่งคลิปวิดีโอเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สมัคร ขณะที่เมืองไอซูวากามัตสึได้เริ่มใช้ระบบรับอดีตพนักงานกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมตั้งแต่ปี 2023 เพื่อให้สามารถเริ่มงานได้ทันที สวนทางกับในอดีตที่การสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยมีการแข่งขันสูงมาก

นอกจากนี้ เมืองชิรากาวะยังยกเลิกแบบทดสอบข้าราชการเดิมแล้วหันมาใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพและความถนัดแบบเดียวกับบริษัทเอกชน ส่วนเมืองฮิโรโนะได้ขยายเพดานอายุผู้สมัครจาก 39 ปี เป็น 44 ปี เพื่อแก้ปัญหาจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่ครบตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟุกุชิมะระบุว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวันและการดูแลพนักงานใหม่ จึงเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการเปิดรับสมัครงานตลอดทั้งปี

ที่มา: The Japan Times, 4/8/2026 


แรงงานเกาหลีใต้เผชิญคลื่นความร้อนวิกฤต อุณหภูมิพื้นที่ทำงานพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส

สภาพอากาศที่ร้อนจัดในกรุงโซลส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มคนทำงานกลางแจ้งและในพื้นที่เสี่ยง โดยอุณหภูมิภายนอกที่ทะลุ 35 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อุณหภูมิบริเวณผนังคอนกรีตของไซต์ก่อสร้างพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส ขณะที่ภายในตู้บรรทุกสินค้าของรถส่งพัสดุและลานจอดรถในร่มมีอุณหภูมิสะสมสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส กลุ่มคนทำงานก่อสร้างต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนอุปกรณ์คลายความร้อน และไม่กล้าเอ่ยปากขอพักผ่อนเนื่องจากเกรงว่าจะถูกเลิกจ้าง ขณะที่พนักงานส่งพัสดุต้องแบกรับภาระจัดส่งสินค้ากว่า 200 ชิ้นต่อวัน ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะถูกปรับหรือโดนหักเงินหากส่งไม่ทันตามเป้า

ด้านผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารต้องเผชิญไอความร้อนจากพื้นลาดยางและเครื่องยนต์ แม้จะได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเพียง 500 วอนต่อเที่ยว ซึ่งไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงต่อโรคจากความร้อน ตัวแทนจากสหภาพแรงงานก่อสร้างและสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งของจึงออกมารายงานถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิในการหยุดพักผ่อนโดยไม่กระทบต่อรายได้ รวมถึงการจัดตั้งจุดพักผ่อนชั่วคราวที่เข้าถึงได้ง่ายตามเส้นทางปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตของคนทำงานในช่วงวิกฤตความร้อนนี้

ที่มา: The Korea Times, 3/8/2026 

พนักงานลาป่วยจากความเครียดในเยอรมนีพุ่งสูง 80% ในรอบ 8 ปี

 

สถิติวันลาป่วยจากภาวะความเครียดในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 80% นับตั้งแต่ปี 2017 โดยในปี 2025 พบการลาป่วยสูงถึง 119 วันต่อสมาชิก 100 คน ผลสำรวจชี้ว่าพนักงานสายการผลิตรู้สึกกดดันเพิ่มขึ้นถึง 59% เมื่อเทียบกับฝ่ายบริหารที่ 37% อันเป็นผลจากการลดขนาดองค์กรและภาระงาน ขณะที่กลุ่มคนทำงานอายุต่ำกว่า 30 ปี มากถึง 37% กังวลว่าจะสูญเสียงานให้กับระบบ AI ส่งผลให้หลายองค์กรเร่งเพิ่มสวัสดิการดูแลสุขภาพจิตเพื่อรับมือกับปัญหานี้

ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว รัฐบาลกำลังพิจารณาข้อเสนอกฎหมายบังคับยื่นใบรับรองแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่ลาป่วย ซึ่งสมาคมนายจ้างเห็นด้วยเพื่อป้องกันการฉวยโอกาส ขณะที่สหภาพแรงงานคัดค้านเนื่องจากเป็นการสร้างบรรยากาศความไม่ไว้วางใจ ทางด้านประกันสุขภาพ KKH ที่ดูแลผู้เอาประกัน 1.5 ล้านคน พบเคสความเครียดสะสมกว่า 33,425 ราย จึงได้ขยายคอร์สดูแลสุขภาพจิตออนไลน์พร้อมสนับสนุนงบสูงสุด 200 ยูโรต่อปี

ที่มา: Ad-Hoc-News, 3/8/2026 


เรื่องที่ได้รับความนิยม