วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน กันยายน 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน กันยายน 2565 ในฉบับพบกับ .. 'อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์' จะขจัดความเชื่อมโยงการใช้ 'แรงงานบังคับ' ได้หรือไม่? [หน้า 13] เมื่อ 'อุตสาหกรรมแบตเตอรี่' เติบโตอย่างรวดเร็ว ต้องจับตาการละเมิดสิทธิแรงงานด้วย [หน้า 20] ILO ประเมิน 50 ล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในสถานการณ์แรงงานทาสยุคใหม่ [หน้า 27] ผลสำรวจพบแรงงานฝึกงานจากต่างชาติต้องเป็นหนี้เพื่อมาทำงานที่ญี่ปุ่น [หน้า 34]


ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/yheex5bb

docdroid.net >> https://docdro.id/dBpLsKn

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน สิงหาคม 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน สิงหาคม 2565 ในฉบับพบกับ .. 'ค่าจ้างรายอาชีพ' ของคนไทย ปี 2563 และ 2564 [หน้า 14] คนทำงานรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ ตั้งเป้าเก็บออมเพื่อการเกษียณมากกว่าคนรุ่นก่อน [หน้า 20] คลื่นการประท้วงของ 'คนทำงานก่อสร้าง' ภายใต้ความไม่แน่นอนของ 'ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน' [หน้า 24] นักวิชาการชี้ไทยควรยกเลิกยุทธศาสตร์ 'ค่าแรงถูก' เพื่อดึงดูดการลงทุน [หน้า 31]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/38a8psed

docdroid.net >> https://docdro.id/nfJUb0G

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565

JobsDB จับมือผู้ประกอบการ SME ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจเปิดคัมภีร์แนะการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน



กรุงเทพฯ (17 สิงหาคม 2565) – ท่ามกลางการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศไทยที่ผันแปรไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ประกอบกับการพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการเทคโนโลยีและดิจิทัล สร้างความท้าทายใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่ความอยู่รอดและความมุ่งมั่นที่จะเติบโตฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจเป็นโจทย์สำคัญ การปรับแนวคิดและการริเริ่มปรับตัวของธุรกิจเพื่อสอดรับสถานการณ์จึงเป็นตัวแปรหลักสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่ง  ล่าสุด จ๊อบส์ดีบี แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย แนะแนวผู้ประกอบการกลุ่ม SME สู่หนทางรอด นำเสนอแนวคิดธุรกิจในแบบฉบับใหม่ แนะผู้ประกอบการ SME ปรับ mindset เพื่อบริหารองค์กร บุคลากร และสานสัมพันธ์ลูกค้าเมื่อธุรกิจก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว  

 

เมื่อแบบแผนการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป 

โลกแห่งธุรกิจในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของวงการเทคโนโลยีและดิจิทัล มวลความรู้ทางการจัดการธุรกิจใหม่ ๆ จึงถูกพัฒนาขึ้นตามไปด้วย ขั้นตอนการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ อย่างการเริ่มต้นจากการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการขึ้นมาก่อน แล้วค่อยตามหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Potential customer) ภายหลัง อาจเป็นวิธีการที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิ SME อีกต่อไป  

 


คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด จึงแนะนำว่า “เพื่อรักษาทรัพยากร จัดสรรเงินทุน และใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจ SME ควรประยุกต์ใช้แนวคิดธุรกิจที่แพร่หลายในปัจจุบันอย่าง Lean Startup หรือการให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของสินค้าหรือแบรนด์เป็นหลัก โดยยึด 3 คอนเซ็ปต์หลักคือ สร้าง วัดผล และเรียนรู้ (Build – Measure – Learn) เริ่มต้นจาก สร้าง (Build) คือการทำความเข้าใจและสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่าต้องการอะไร เพื่อนำไอเดียมาพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง แล้ว วัดผล (Measure) ภายหลังจากพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ ควรกำหนดตัวชี้วัดอย่างมีหลักการชัดเจน หมั่นเก็บข้อมูลและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านการทำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายและข้อมูลทางสถิติต่าง ๆ เพื่ออัปเดตมุมมองใหม่ ๆ อยู่เสมอ และ เรียนรู้ (Learn) นำข้อมูลที่ได้จากการวัดผลมาวิเคราะห์ ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและมองหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”  

ผู้ประกอบการคือหัวเรือสำคัญ นำทางองค์กรสู่การปรับเปลี่ยน  

นอกเหนือจากการปรับตัวทางธุรกิจแล้ว ผู้ประกอบการถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นหลักที่นำพาให้องค์กรก้าวต่อไปในยุคสมัยที่ทัศนียภาพทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อธุรกิจและพนักงานต้องการที่พึ่ง ผู้ประกอบการควรเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยน Mindset ที่มีต่อ องค์กร บุคลากร และลูกค้า เพื่อเป็นหลักยึดและให้สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพ 

 

ด้านองค์กร – เมื่อประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัล ธุรกิจเริ่มขับเคลื่อนและเรียนรู้จากการศึกษาข้อมูล ผู้ประกอบการต้องติดตามความเคลื่อนไหวของวงการดิจิทัล การพัฒนาของเครื่องไม้เครื่องมือเทคโนโลยี พร้อม เปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ อาทิ โซเชียลมีเดีย การจัดการข้อมูลบน Cloud Collection มีการ ใช้เครื่องมือวัดผลทางดิจิทัล อาทิ Google Analytics ที่ถือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยม มาประยุกต์ใช้ศึกษาพฤติกรรมทางดิจิทัลของผู้บริโภค นำ insight ที่ได้มาต่อยอด สร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่นอกจากจะสร้างประโยชน์ให้ทั้งลูกค้าและองค์กรในระยะยาวได้แล้ว ยังมีประสิทธิภาพและสามารถนำกลับมาทำซ้ำได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจวัฎจักรของธุรกิจ เมื่อประสบพบเจอกับปัญหา ต้อง เตรียมพร้อมแก้ปัญหาและเริ่มต้นใหม่ อยู่เสมอ 

 

ด้านบุคลากร – ในยุคดิจิทัล ลักษณะงานและรูปแบบการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการต้องรู้จักรักษาบุคลากรคุณภาพผ่าน การพัฒนาทักษะพนักงาน เพิ่มเติมความรู้ทางด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีให้แก่พนักงาน อาทิ การใช้งาน Cloud หรือ การใช้งานโซเชียลมีเดียเพื่อการตลาด  พร้อมพิจารณา เพิ่มความยืดหยุ่นให้พนักงาน เพื่อปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานที่บ้านท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด การให้สิทธิวันพักร้อนที่ยาวนานกว่าเดิม เมื่อถึงเวลามองหาบุคลากรใหม่ ต้องยึดหลักการ สร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ มีความรู้รอบด้าน ทั้งทักษะด้าน Hard Skill และ Soft Skill สามารถบริหารจัดการเวลา บริหารงานภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำงานเป็นทีมหรือทำงานทดแทนบุคลากรในส่วนที่ขาดได้ จดจำ ให้ความสำคัญ และตอบแทนพนักงาน ที่พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปพร้อมกับองค์กร ผ่านค่าตอบแทนและสวัสดิการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล  หมั่นสำรวจปัญหาความขัดแย้ง ความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน และนำมาปรับปรุงพัฒนาสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความผูกพันต่อองค์กรและผลิตภาพ (Productivity) ในการทำงานสูงสุด  

 

ด้านลูกค้า – เมื่อผู้ประกอบการนำเอาหลักการ Lean Startup มาปรับใช้โดย ให้ความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้งต้น องค์กรจะรู้จักและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และสามารถนำมาพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อสร้างรายได้และทำกำไรต่อยอดธุรกิจได้ในที่สุด 

 

แม้ว่าธุรกิจตั้งต้นจากลูกค้า แต่ลูกค้าสัมพันธ์อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จในทุกธุรกิจ SME  

หลายธุรกิจเริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงวิธีการดำเนินการต่าง ๆ คงหนีไม่พ้นการสร้างความพึงพอใจและความประทับใจเพื่อต่อยอดสูงสุดให้แก่ลูกค้าเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าธุรกิจ SME จะเริ่มจากลูกค้า แต่ไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจ SME จะมีความจำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อ Customer Relationship Management (CRM) หรือกลยุทธ์การบริหารลูกค้าที่ดีที่สุด ธุรกิจ SME สามารถรักษาฐานผู้บริโภคผ่านวิธีการต่าง ๆ อาทิ การสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกพอใจมากกว่ามูลค่าที่ใช้จ่ายการบริการก่อนและหลังการขายอย่างจริงใจ เต็มใจ และเป็นกันเอง รวมถึงการใช้ Call Center การใช้โปรแกรมส่งเสริมการขายที่หวังผลระยะยาว ฯลฯ หากธุรกิจพัฒนาและประสบความสำเร็จมากขึ้น ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาขยับขยายเพื่อลงทุนใน CRM โดยจะต้องสามารถระบุให้ได้ว่าลูกค้าขององค์กรคือใครและมีพฤติกรรมอย่างไร ลูกค้าเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในระดับใด เป็นลูกค้าประจำ หรือมีความจงรักภักดี กับตราสินค้าขององค์กรหรือไม่ หรือเป็นผู้ที่ใช้สินค้า และบริการหลากหลาย เป็นต้น เพื่อให้การลงทุน CRM เกิดประสิทธิภาพและเป็นการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าที่สุดแก่องค์กร  

 

บทสรุปคัมภีร์ช่วยธุรกิจ SME ให้รอดในยุคดิจิทัล  

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมต้องการการปรับตัวของทั้งฝ่ายองค์กรและผู้ประกอบการเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ ทางฝ่ายองค์กรธุรกิจ SME หรือสตาร์ทอัพ ที่อาจมีข้อจำกัดทางด้านเงินทุนและทรัพยากรอื่น ๆ สามารถนำหลัก Lean Startup หรือการทำธุรกิจแบบ “น้อยแต่มาก” มาประยุกต์ใช้ โดยให้ความต้องการของลูกค้าเป็นตัวจุดประกายสำคัญ อาจเริ่มต้นจากการสร้างอย่างน้อย ๆ เท่าที่จำเป็น ภายใต้งบประมาณที่มี ตามด้วยการปรับปรุงและพัฒนาทีละขั้นอย่างต่อเนื่องผ่านการเรียนรู้ หาข้อมูล ทั้งนี้ ทางด้านผู้ประกอบการควรมีการปรับแนวคิดและการบริหารองค์กร บุคลากร และลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป 

ซึ่งแน่นอนว่า จ๊อบส์ดีบี เป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมสนับสนุนองค์กรและธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กที่ดำเนินกิจการภายในประเทศตลอดจนธุรกิจขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ ในส่วนของการจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ มีความสามารถ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจให้อยู่รอด ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลให้มากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ อาจพิจารณาการลงทุนในด้านเครื่องมือเทคโนโลยี การเสริมทักษะ ความสามารถให้พนักงานองค์กร หรือ CRM เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณดวงพรเสริม 

 

สนใจข้อมูลดี ๆ สำหรับ SME ทุกองค์กร คลิกเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://jobsdb.me/SME-report  

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน กรกฎาคม 2565


ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน กรกฎาคม 2565 ในฉบับพบกับ .. ILO เผย 'คนทำงานในชนบท' ขาดแคลน 'งานที่มีคุณค่า' [หน้า 14] ผู้เชี่ยวชาญชี้ ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’ จำเป็นต่อแรงงานและเอกชนยุคหลังโควิด-19 [หน้า 19] องค์กรแรงงานเผยดัชนี 10 ประเทศ 'ยอดแย่' ของ 'คนทำงาน' ปี 2565 [หน้า 25] ผลสำรวจชี้คนทำงานในอังกฤษ 85% อยากเริ่มธุรกิจเป็นของตนเอง [หน้า 29]


ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://tinyurl.com/5855eurt

docdroid.net >> https://docdro.id/sBcMLnL

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

workazine.com >> https://tinyurl.com/workazinedownload

 

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน มิถุนายน 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน พฤษภาคม 2565 ในฉบับพบกับ .. วิทยาลัยชุมชนในสหรัฐฯ ช่วยเติมเต็มช่องว่างทักษะแรงงาน [หน้า 17] นศ.จบใหม่ในญี่ปุ่นลาออกจากงานแรกภายใน 3 ปีกว่า 30% [หน้า 26] 'โรงงานสีเขียว' แต่กลับละเลย 'คนทำงาน' ตัวอย่างจากโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่บังกลาเทศ [หน้า 29] ผลสำรวจพบคนทำงานไอร์แลนด์ 30% ยอมลดค่าจ้างตนเองเพื่อให้ได้ทำงานทางไกล-ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ [หน้า 34]



ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3QEgNap

docdroid.net >> https://docdro.id/XFN3rJ1

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine






วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

รู้หรือไม่ประเทศจีนมี 'วิชาแรงงาน' เป็นหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ

CRI สื่อของรัฐบาลจีนรายงานเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. 2022 ว่าเมื่อเร็วๆ นี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน นายสี จิ้นผิง เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประธานาธิบดีจีนกล่าวปราศรัยสำคัญระบุว่า ช่วงวัยเยาว์หล่อเลี้ยงความหวังไร้ขีดจำกัด เยาวชนสร้างอนาคตที่สดใส ชนเผ่าหนึ่งมีเพียงฝากความหวังอันดีงามไว้กับคนรุ่นใหม่และคงรักษาจิตใจที่หนุ่มสาวไว้เท่านั้น จึงจะสามารถเจริญรุ่งเรืองสืบไปได้

ทั้งนี้ จีนให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการจีนตีพิมพ์ “หลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาภาคบังคับ” อย่างเป็นทางการ จัด “วิชาแรงงาน” เป็นการเฉพาะ และประกาศ “มาตรฐานวิชาแรงงานสำหรับการศึกษาภาคบังคับ (ปี 2022)” คือ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 คือ เด็กในช่วงการศึกษาภาคบังคับรวม 9 ปี ในช่วงวัยระหว่าง 6 ขวบถึง 15 ปี

ก่อนหน้านี้ จีนมีการเรียนการสอนเนื้อหาที่เกี่ยวกับวิชาแรงงานกันอยู่ก่อนแล้ว แต่ชั้นเรียนวิชาดังกล่าวมักถูกแทนที่ด้วยวิชาอื่นๆ หลักสูตรใหม่นี้จึงกำหนดให้มีการจัดตั้ง “วิชาแรงงาน” แยกออกจากวิชากิจกรรมโดยเฉพาะ

หลักสูตรฯ ใหม่ดังกล่าวระบุว่า เริ่มตั้งแต่เปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 เป็นต้นไป   “วิชาแรงงาน” จะเป็นวิชาหนึ่งสำหรับเด็กนักเรียนประถม-ม.ต้น อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการแบ่งส่วนประเภทอย่างลงรายละเอียด เช่น

ในส่วนของการใช้แรงงานในชีวิตประจำวัน จะรวมถึงการทำความสะอาด การรักษาความสะอาด การจัดของ-การเก็บของ การปรุงอาหาร-การคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ การใช้เครื่องใช้ไม้สอยอุปกรณ์ในบ้าน-การซ่อมแซมเครื่องใช้อุปกรณ์ในบ้าน

ในส่วนของการใช้แรงงานในภาคการผลิต จะรวมถึงการใช้แรงงานในภาคการเกษตร การประดิษฐ์ตามกรรมวิธีดั้งเดิม การใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรม การสัมผัสและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น

ในส่วนของการใช้แรงงานในภาคบริการ จะรวมถึงการใช้แรงงานในภาคบริการสมัยใหม่ การใช้แรงงานเพื่อการกุศล และการบริการอาสาสมัคร

เฉพาะ 3 ส่วนดังกล่าวก็มีการใช้แรงงานกว่า 10 รายการ อย่างการทำอาหารนั้น นักเรียนต้องเรียนรู้วิธีการเลือกผัก การล้างผักและการปอกผลไม้ การต้ม (อย่างการต้มเกี๊ยว) การนึ่ง (อย่างการนึ่งบ๊ะจ่าง) การปรุงอาหาร 3-4 เมนู ฯลฯ



ทั้งนี้ในภาพรวมแล้ว การจัดหลักสูตร “วิชาแรงงาน” สั่งสอนเด็กให้รักแรงงานประเภทต่างๆ ถือเป็นการเพิ่มทักษะขั้นฐานในการดำรงชีวิต มีส่วนสร้างเสริมจริยศึกษา พุทธิศึกษา พลศึกษา และสุนทรียศึกษา ช่วยให้เด็กมีคุณภาพและความสมบูรณ์มากขึ้น เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จะเป็นคนมีคุณภาพและความสมบูรณ์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้น


ที่มา: CRI, 6/6/2022 

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน พฤษภาคม 2565


ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน พฤษภาคม 2565 ในฉบับพบกับ .. คนทำงานหนุ่มสาวเกาหลีใต้หวั่น 'วัฒนธรรมบังคับสังสรรค์หลังเลิกงาน' จะกลับมาอีกครั้งหลังโควิด-19 [หน้า 12] ญี่ปุ่นจะรับมือการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรได้อย่างไร[หน้า 16] ผลการศึกษาในสหรัฐฯ ชี้ 'นักศึกษาฝึกงาน' 70% มีทัศนคติลบต่อ 'การทำงานทางไกล' [หน้า 20] สหภาพแรงงานเผยฟินแลนด์ต้อนรับแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น [หน้า 23]



ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

docdroid.net >> https://docdro.id/wGG8jBz

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน เมษายน 2565

 


ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน เมษายน 2565 ในฉบับพบกับ .. ผลการศึกษาชี้บุคลากรทางการแพทย์ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ในที่ทำงาน [หน้า 13] 'การทำงานแบบไฮบริด' อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม [หน้า 16] อาชีพ 'บาร์เทนเดอร์-พนักงานเสิร์ฟ' ในสหรัฐฯ มีอัตราหย่าร้างสูงสุด [หน้า 20] ผลสำรวจสหภาพแรงงานญี่ปุ่นพบคนทำงานหญิงที่ไม่ใช่พนักงานประจำมีรายได้ลดลง [หน้า 22]



ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3vKYVkK

docdroid.net >> https://docdro.id/JzExvli

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine


วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน มีนาคม 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน มีนาคม 2565 ในฉบับพบกับ .. ผลสำรวจพบพนักงานอาจลาออก หากถูกบังคับกลับมาทำงานเต็มเวลาที่ออฟฟิศ [หน้า 14] เหตุผลที่คนอเมริกันลาออกจากงานเมื่อปี 2564 'ค่าจ้างต่ำ-ไม่ก้าวหน้า-ไม่ได้รับความเคารพ' [หน้า 17] พบ 'Gig worker ในแอฟริกา' เผชิญ 'การเลือกปฏิบัติ-งานไม่มั่นคง' [หน้า 21] ILO เผยมาตรฐานที่พักแรงงานข้ามชาติในอาเซียนอยู่ในระดับต่ำ จำเป็นต้องปรับปรุงเร่งด่วน [หน้า 26]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3ICcU0m

docdroid.net >> https://docdro.id/IEuCGna

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565

'จ๊อบไทย' เผยสถานการณ์ตลาดแรงงานช่วงโควิด-19

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกองค์กรต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้อยู่ตลอดเวลา โดย แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหางานและสมัครงานออนไลน์ เปิดเผยถึงข้อมูลภาพรวมการหางาน สมัครงาน และการจ้างงานปี 2564 พร้อมเผยผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานจากฝั่งขององค์กรและฝั่งของคนทำงาน

โดยภาพรวมของผู้ใช้บริการหางาน และสมัครงานในปี 2564 พบว่ามีการใช้งานมากกว่า 18.5 ล้านคน เติบโตขึ้น 12.38% มีการสมัครงาน 17,161,667 ครั้ง ด้านผลสำรวจรูปแบบการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า คนทำงานส่วนใหญ่กว่า 56.65% ไม่ได้ทำงานแบบ Work from Home ส่วนคนทำงานที่ได้ Work from Home กว่า 70.95% ให้ความคิดเห็นว่าการทำงานแบบนี้ทำให้ขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

ในปี 2564 ความต้องการแรงงานมีอัตราสูงขึ้น

ส่วนข้อมูลด้านความต้องการแรงงานขององค์กรในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม พบว่า องค์กรมีความต้องการแรงงานในปี 2564 ทั้งหมด 602,436 อัตรา มีอัตราการเปิดรับเพิ่มขึ้นจากปี 2563 คิดเป็น 24% โดย 5 สายงานที่เปิดรับมากที่สุด ได้แก่ 1.งานขาย 321,505 อัตรา 2.งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ 183,903 อัตรา 3.งานช่างเทคนิค 175,083 อัตรา 4.งานธุรการ/จัดซื้อ 87,731 อัตรา 5.งานวิศวกร 81,982 อัตรา

ในส่วนของ 5 บริษัทที่คนสมัครงานเยอะมากที่สุดในปี 2564 ได้แก่ 1.บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีการสมัครงานถึง 90,727 ครั้ง 2.บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) มีการสมัครงาน 76,642 ครั้ง 3.บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีการสมัครงาน 64,558 ครั้ง 4.บริษัท โรม อินทิเกรเต็ด ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีการสมัครงาน 51,854 ครั้ง และ 5.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มีการสมัครงาน 48,265 ครั้ง

เป็นการนับจำนวนครั้งการสมัครที่เกิดขึ้นผ่านจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม นอกจากตัวเลขดังกล่าวแล้ว ยังมีการสมัครผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การส่งใบสมัครผ่านอีเมล

ส่วนด้านธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้ผลกระทบทางลบโดยตรงจากโควิดทำให้การเปิดรับคนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 2563 เริ่มกลับมามีแนวโน้มความต้องการของแรงงานเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 และมีแนวโน้มดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน

อุปสรรคในการสรรหาบุคลากรช่วงโควิด-19

นอกจากนี้ แสงเดือน ยังได้เผยผลสำรวจด้านอุปสรรคในการสรรหาบุคลากรในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำการสำรวจความคิดเห็นขององค์กรทั่วประเทศจำนวน 1,178 คน โดยองค์กรต่าง ๆ บอกว่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของการสมัครงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังนี้ ได้รับใบสมัครที่มาจากนักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้น ได้รับใบสมัครงานที่คุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการ และได้รับใบสมัครงานที่มาจากผู้สมัครที่ทำการย้ายสายงานตามลำดับ รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้องค์กรมีการยกเลิกสวัสดิการต่าง ๆ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้องค์กรมีการยกเลิกสวัสดิการต่าง ๆ โดยมีการยกเลิกสวัสดิการเหล่านี้มากที่สุด ได้แก่ 1.กิจกรรมสันทนาการ เช่น งานกีฬาสี งานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ ท่องเที่ยวประจำปี 2.จัดคอร์สอบรมและพัฒนาความรู้ภายในองค์กร 3.โบนัส 4.ตรวจสุขภาพประจำปี และ 5.เงินรางวัลประจำปี /รางวัลพนักงานดีเด่น

- ปัญหาที่ HR มักจะพบมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ผู้สมัครงานไม่มาสัมภาษณ์งานโดยไม่แจ้งให้ทราบ 72.92% 2.ผู้สมัครงานเรียกเงินเดือนสูงกว่าคุณสมบัติที่ตัวเองมี 42.11% 3.ทักษะของผู้สมัครงานไม่ตรงหรือมีไม่มากเท่าที่ระบุไว้ในประกาศงาน 39.39% 4.ผู้สมัครงานที่ผ่านการคัดเลือกแต่ไม่มาเริ่มงานตามกำหนด 33.11% และ 5.ผู้สมัครงานไม่ศึกษาข้อมูลองค์กร 30.05%

- สิ่งที่ HR ให้ความสำคัญในการพิจารณาใบสมัครงานมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ทักษะของผู้สมัครที่ตรงกับตำแหน่งงาน 2.คุณสมบัติของผู้สมัครที่ตรงกับประกาศงาน 3.ประสบการณ์เดิมจากที่ทำงานเก่า 4.ทักษะอื่น ๆ ที่ส่งเสริมกับตำแหน่งงาน และ 5.ความถูกผิดของการสะกดต่าง ๆ ในใบสมัครงาน

- สิ่งที่ HR ให้ความสำคัญในการพิจารณาใบสมัครงานน้อยที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ศาสนาของผู้สมัคร 2.เพศของผู้สมัคร 3.ตัวตนในโลกออนไลน์ 4.สถาบันที่จบการศึกษา และ 5.ความสวยงามของ Resume

- ทักษะที่ HR มองหานอกจากทักษะเฉพาะทาง 5 อันดับ ได้แก่ 1.ทักษะการรับมือกับปัญหา สามารถปรับตัวเพื่อฟื้นฟูตัวเองเมื่อเจอกับปัญหาหรือความล้มเหลว (Resilience and Adaptability) 2.ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) 3.ทักษะการคิดเชิงเหตุผลและตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน 4.ทักษะในการรับมือและจัดการกับความเครียด เมื่อเจอกับปัญหา หรือความเปลี่ยนแปลง และ 5.ทักษะในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ด้วยตนเอง (Active Learning)



ปัจจัยที่ส่งผลต่อการหางาน และการสมัครงาน

ส่วนด้านผลสำรวจเรื่องการหางาน สมัครงานจากคนทำงานทั่วประเทศจำนวน 12,511 คน พบว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2565 กลุ่มคนทำงานประจำและสัญญาจ้าง 53.60% จะยังไม่จริงจังกับการหางานใหม่มากแต่เป็นการเปิดโอกาสไว้และถ้ามีงานน่าสนใจกลุ่มจะลองสมัครงานนั้นดู และคนทำงานอีกกว่า 26.76% จะทำการหางานใหม่อย่างจริงจัง กลุ่มที่ไม่ได้หางานใหม่ แต่ถ้าได้รับการเสนองานให้ก็จะพิจารณา 14.58% และกลุ่มที่บอกว่าจะไม่หางานใหม่อย่างแน่นอน 5.05% ซึ่งปัจจัยที่คนทำงานใช้พิจารณาเลือกย้ายงานหรือทำงานในองค์กรเดิมต่อ ได้แก่ 1.เงินเดือน 2.สวัสดิการ 3.โบนัส 4.ความก้าวหน้าในอาชีพ และ 5.การเดินทางที่สะดวก

คนหางานจะหาข้อมูลก่อนการสมัครงานผ่านช่องทางดังนี้ 1.เว็บไซต์หางาน สมัครงาน 2.เว็บไซต์บริษัท 3.โซเชียลมีเดียขององค์กร และคนทำงานยังเผยสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่อยากสมัครงานกับองค์กรหากมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในขั้นตอนสมัครงาน คือ 1.ต้องมีผู้ค้ำประกัน 2.ค้นหาข้อมูลบริษัทได้น้อย เช่น ค้นหาไม่เจอบน Maps 3.มีการสัมภาษณ์งานมากกว่า 2 รอบขึ้นไป 4.ไม่มีความเคลื่อนไหวบน Social Media ของบริษัท และ 5.ต้องมีบุคคลรับรอง

จะเห็นได้ว่า 2 ใน 5 เรื่องที่คนทำงานให้ความสำคัญเป็นเรื่องของข้อมูลองค์กร ยิ่งในยุคที่ข้อมูลมากมายความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม ดังนั้นฝั่งองค์กรเองควรทำเรื่องภาพลักษณ์นายจ้าง (Employer Branding) ให้มีความน่าสนใจดึงดูดให้คนอยากร่วมงานด้วย โดยการสร้างตัวตนให้คนสามารถค้นหาเจอบนออนไลน์ และต้องสื่อสารเรื่องราวขององค์กรในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมองค์กร บรรยากาศในการทำงาน สวัสดิการที่น่าสนใจ อัปเดตข่าวสารและผลงาน รวมไปถึงกิจกรรมภายใน ภายนอกองค์กร





วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน กุมภาพันธ์ 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน กุมภาพันธ์ 2565 ในฉบับพบกับ .. ‘แรงงานแลกความหวัง-แรงงานขายฝัน’: ‘สื่อมวลชนฝึกงาน’ อีกตำแหน่งงานที่ไม่มั่นคงในอุตสาหกรรมสื่อ [หน้า 10] WHO และ ILO เรียกร้องให้มีมาตรการเพื่อปกป้องสุขภาพ 'คนทำงานทางไกล' [หน้า 14] ผ่านมา 2 ปี คนทำงานด่านหน้าสู้กับ COVID-19 ในจีนยังขาดการคุ้มครองที่ดี [หน้า 17] ผลสำรวจพบผู้หญิงออสเตรเลียเผชิญความรุนแรงเมื่อคู่ครองตกงานช่วง COVID-19 [หน้า 21]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่
scribd.com >> https://bit.ly/3t90SG2
docdroid.net >> https://docdro.id/HbWtxKI
mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565

วารสารคนทำงาน มกราคม 2565

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน มกราคม 2565 ในฉบับพบกับ .. ILO ชี้คนทำงานทั่วโลก 'ทำงานเหมาะสมกับระดับการศึกษา' เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น [หน้า 11] ญี่ปุ่นหวังผลักดันให้พนักงานชายใช้สิทธิ์ลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตร 30% ภายในปี 2568 [หน้า 17] เตือนฟรีแลนซ์ในสหรัฐฯ ระวัง 'งานหลอกลวง' ที่มิจฉาชีพเสนองานทางไกลรายได้สูงให้ [หน้า 21] เมื่อ 'ผู้หญิง' ก้าวสู่การเป็น 'เจ้านาย' ในโลกของผู้ชาย: บทบันทึกจากผู้ประกอบการหญิงในทาจิกิสถาน [หน้า 26]

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3rD5zaw

docdroid.net >> https://docdro.id/VkHbZOA

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564

วารสารคนทำงาน ธันวาคม 2564

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน ธันวาคม 2564 ในฉบับพบกับ .. เมื่อคนทำงานถูกนายจ้างติดตามสอดส่องมากขึ้น  [หน้า 10] บริษัทท้องถิ่นในสหรัฐฯ เสนอให้ 'บ้าน' เป็น 'โบนัส' แก่พนักงาน [หน้า 16] ทั่วโลกมีแนวโน้มขาดแคลนพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจาก COVID-19 ยืดเยื้อ [หน้า 19] ผลสำรวจระบุ 'การทำงานไฮบริด' จะเป็นเทรนด์ใหม่ของ 'กอง บ.ก.ข่าว' [หน้า 22]


ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3JmZ6IU

docdroid.net >> https://docdro.id/OlOA155

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564

'โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย' เผยผลสำรวจเงินเดือน - แนวโน้มการจ้างงานปี 2565

 


โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย เผยผลสำรวจเงินเดือน - แนวโน้มการจ้างงานปี 2565 เผย 10 ข้อน่ารู้ แนวโน้มตลาดงานในประเทศไทย ค่าตอบแทนการย้ายงานขยับ 10 - 30% ในสาขาดิจิทัลเรียกเงินเดือนเพิ่มสูงสุด 30% หากย้ายงานใหม่ วัฒนธรรมองค์กรยืดหยุ่น การสื่อสารช่วยดึงดูดการทำงาน

ปี 2565 เป็นปีที่ภาคธุรกิจมีความหวังว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นชัดเจนหลังจากที่ในปี 2563 - 2564 ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายระลอกทำให้เศรษฐกิจและภาคธุรกิจโดยรวมได้รับผลกระทบ 

โดยตลาดแรงงานถือว่าเริ่มมีสัญญาณในการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีเมื่อการควบคุมการระบาดในประเทศและในภาคการผลิตทำได้ดีขึ้น มีการเร่งรัดเรื่องการฉีดวัคซีนที่ช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้ ช่วยให้ตลาดแรงงานฟื้นตัว ความต้องการจ้างงานของภาคเอกชนมีมากขึ้น 

"กรุงเทพธุรกิจ" สัมภาษณ์ "ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา"   ผู้จัดการโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประจำประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงลอนดอนและ สำนักงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   เกี่ยวกับแนวโน้มการจ้างงาน ตำแหน่งงานที่ได้รับความสนใจ รวมทั้งข้อมูลแนวโน้มเงินเดือนในสาขางานที่น่าสนใจใน ในปี 2565 

ปุณยนุช กล่าวว่าการระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทยและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก  น้อยกว่าเมื่อเทียบกับปี 2563  

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2564 การจ้างงานในหลายประเทศในภูมิภาคได้มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในประเทศไทยการฟื้นตัวยังค่อนข้างช้าเนื่องจากการระบาดในช่วงแรกยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการผลิต  ขณะที่ในภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล ได้มีการจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกอุตสาหกรรมและพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดและนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัล

ผลการสำรวจเงินเดือนในปี 2565 ของโรเบิร์ต วอลเทอร์สสำหรับประเทศไทย มีสาระสำคัญน่าสนใจ 10 ข้อ ได้แก่ 

1.อัตราเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-30% สำหรับผู้ที่หางานใหม่ในปี 2565 โดยสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากเช่น ตำแหน่งที่เกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์ การควบคุมไลน์การผลิตให้มีความต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ที่มีความรู้เรื่องวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สามารถปรับเพิ่มเงินเดือนได้กว่า 30% กรณีที่มีการย้ายงานไปที่ใหม่

2.ความต้องการในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจะเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกิดการขาดแคลนบุคลากร สืบเนื่องมาจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างแพร่หลายในทุกอุตสาหกรรม

3.พนักงานที่มีทักษะทางเทคโนโลยีจะเป็นที่ต้องการอย่างสูงด้วยข้อเสนอที่น่าจูงใจ ในขณะที่บริษัทจะต้องปรับค่าตอบแทนและสวัสดิการเพื่อให้สามารถรักษาบุคลากรด้านเทคโนโลยี  ด้านระบบการจัดการอัตโนมัติและการวิเคราะห์ผล ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดไว้ได้

ในขณะที่การสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถภายในประเทศยังคงดำเนินต่อไป  ตำแหน่งที่สามารถทำงานจากระยะไกลได้ (remote working) จะดึงดูดผู้สมัครจากต่างประเทศที่ไม่จำเป็นต้องย้ายมาประเทศไทย

4.ภาคการผลิตของไทยจะฟื้นตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับความต้องการที่มาจากทั่วโลก โดยการผลิตในไทยจะได้รับอานิสงค์จากการกระจายฐานการผลิตจากประเทศอุตสาหกรรมมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

5.ผู้สมัครงานต้องการการทำงานที่ยืดหยุ่น และแผนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น 

6.การทำงานระยะไกล (remote working) กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับทักษะการสื่อสารที่จำเป็นเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.อัตราการลาออกของพนักงานจะสูงขึ้นเนื่องจากพนักงานกำลังมองหางานใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การระบาดของโควิดจะยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานตระหนักถึงความเสี่ยงในการเปลี่ยนงาน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะในบางด้านเท่านั้น

8.การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะเป็นทักษะที่นายจ้างต้องการในตัวผู้สมัครควบคู่ไปกับทักษะการเรียนรู้และการทำงานเชิงรุก

9.การเพิ่มขึ้นของทำงานจากระยะไกล (remote working) ส่งผลต่อการเพิ่มความหลากหลายของพนักงาน นำไปสู่พนักงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น พนักงานให้ความสำคัญกับเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรมากขึ้น และบางองค์กรต้องการการทำงานแบบไฮบริดที่มีการทำงานทั้ง

และ 10.สิ่งที่ถูกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น คือ การที่นายจ้างจะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนแก่พนักงานในกรณีที่ต้องมีการเรียกมาทำงานที่หน้างานโดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวงกว้าง 

ปุณยนุชกล่าวต่อว่าสำหรับทิศทางการจ้างงานในปี 2565 การทำงานแบบในออฟฟิศจะถูกให้ความสำคัญน้อยลง แต่จะเน้นรูปแบบการทำงานจากระยะไกล (remote working) ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้มากขึ้น

รวมไปถึงความต้องการในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลจะมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน   ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในด้านเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ การขาย และการตลาด รวมไปถึงตำแหน่งที่ผู้สมัครสามารถใช้ทักษะของตนได้โดยไม่ต้องมีการฝึกอบรมใดๆ จะสามารถเรียกเงินเดือนที่สูงได้  การปรับตัวของเงินเดือนในปี 2565 ยังคงสอดคล้องกับปีก่อนหน้าที่ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ จะอิงตามความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ในปี 2565  การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจ ได้ก่อให้เกิดความต้องการจ้างงานในหลายตำแหน่ง  ตัวอย่างเช่น บริการทางการเงิน ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงข่าย 5G  การวิเคราะห์ข้อมูล และบล็อกเชน รวมถึงการบริการลูกค้า การบริการทางธนาคารแบบเสมือนจริง   นอกเหนือจากนี้ ในปี 2565  เทคโนโลยีจะยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคโนโลยีด้านการศึกษา  เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และเทคโนโลยีการผลิตแบบอัตโนมัติ  จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การทำงานจากที่บ้านทำให้เกิดการขยายขอบเขตการสรรหาบุคลากรซึ่งมุ่งเน้นที่ความหลากหลายและการทำงานร่วมกันมากขึ้น  ทักษะด้านการจัดการ (soft skills)  และการสื่อสารถือว่ามีความจำเป็น

"ในปี 2565 ในทุกอุตสาหกรรมพนักงานมีความมั่นใจในโอกาสการจ้างงานใหม่และส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมแล้ว ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่านโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อนร่วมงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานทำงานอย่างดีที่สุด รวมถึงการทำงานที่ท้าทายและน่าสนใจมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญสูงที่สุดในลำดับแรก" ปุณยนุช กล่าว

ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วารสารคนทำงาน พฤศจิกายน 2564



ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน พฤศจิกายน 2564 ในฉบับพบกับ .. พบผู้หญิงในสหรัฐฯ ไม่อยากกลับมาทำงาน แม้วิกฤต COVID-19 คลี่คลายบ้างแล้ว [หน้า 9] รายงาน ILO ชี้ให้เห็นผลกระทบ COVID-19 ต่อการจ้างงานภาคท่องเที่ยว 5 ประเทศ [หน้า 14] 'ดินแดนที่กลืนกินแรงงาน' รายงานตีแผ่การละเมิดสิทธิด้านสุขภาพแรงงานต่างชาติในภาคเกษตรอิสราเอล [หน้า 20] พบคนทำงานกะกลางคืนในอังกฤษได้รับค่าแรงต่ำ-สัญญาจ้างไม่มั่นคง [หน้า 24] 

ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3cMwJon
docdroid.net >> https://docdro.id/lE9NLUB
mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine


วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564

วารสารคนทำงาน ตุลาคม 2564


ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน ตุลาคม 2564 ในฉบับพบกับ .. Rocket Media Lab: สำรวจสภาพการทำงาน 'ไรเดอร์' ทั่วโลก [หน้า 14] วุฒิสภาออสเตรเลียไต่สวนการละเมิดสิทธิคนทำงานต่างชาติในภาคเกษตร [หน้า 34] ผลสำรวจ 94 ประเทศ ชี้ 'ครู' ทำงานหนัก-ค่าจ้างต่ำ และถูกประเมินค่าต่ำเกินไป [หน้า 37] จำนวนคนทำงานสูงวัยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 17 ปี แตะ 9.06 ล้านคน [หน้า 40]


ดาวน์โหลดฟรีได้ที่
scribd.com >> https://bit.ly/3m2yLGe
docdroid.net >> https://docdro.id/CfcNKlE
mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine


วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

Manpower เผยผลสำรวจ 'อัตราเงินเดือน' ปี 2564-2565 และแนวโน้มตลาดงานหลัง COVID-19

28 ก.ย. 2564 มร.ไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการระดับภูมิภาคประจำประเทศไทย, แถบตะวันออกกลาง และเวียดนาม แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เปิดเผยว่า  สถานการณ์ตลาดแรงงานในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทำให้ภาคอุตสาหกรรม, ธุรกิจต่างๆ รวมทั้งแรงงานต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ยังมีส่วนขับเคลื่อนให้การเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สืบเนื่องจากวิกฤตด้านสุขภาพ เชื่อมโยงไปยังเศรษฐกิจโลกและสังคม องค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังเผชิญกับแนวโน้มและทิศทางการดำเนินงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น  จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลให้องค์กรจำเป็นต้องปฏิรูปวิธีการทำงานรวมถึงการวางแผนกำลังคน การตรวจสอบทักษะและความสามารถของพนักงานที่จำเป็น เพื่อการปรับตัวและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีขึ้น

แนวโน้มในอนาคตของโลกการทำงานตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครงสร้างทางประชากร มีการปฏิวัติเทคโนโลยี ทางเลือกของแต่ละบุคคลและความซับซ้อนต่างๆ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้  แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย มีความตระหนักถึงสถานการณ์และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในองค์กรธุรกิจต่างๆ และประสงค์เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทุกองค์กรและกลุ่มแรงงานให้ทุกคนสามารถผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ล่าสุดได้จัดทำ “ManpowerGroup Thailand Salary Guide 2021 - 2022” โดยรวบรวมข้อมูลจากทุกมิติของกลุ่มงานต่างๆ ให้มีความครอบคลุมทุกทักษะในแต่ละระดับและประเภทของการจ้างงานที่หลากหลาย  ซึ่งการจัดทำและเตรียมข้อมูลทั้งหมดมีความเป็นปัจจุบันเพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรธุรกิจนำไปใช้ในการวางแผนกำลังคนและการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทยยังได้เห็นสัญญาณของตลาดงานในปีนี้ซึ่งมีการปรับตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  พร้อมยังเห็นทิศทางการจ้างงานระยะสั้นประเภทต่างๆ โดยเฉพาะการจ้างงานแบบเอาท์ซอร์ส (Outsource) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานระยะสั้นเป็นสำคัญ ผู้ประกอบการต่างๆ ปรับเปลี่ยนองค์กรมีให้ความยืดหยุ่น คล่องตัว และใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาคแรงงานกำลังเร่งเพิ่มทักษะ (Upskill) และทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานและอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่

อย่างไรก็ตาม นายจ้างจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตด้านกำลังคน (แรงงาน) และแผนการจัดการความปลอดภัยของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการติดตั้งมาตรการคัดกรองที่ชัดเจนและเป็นระบบ จัดให้มีการทดสอบ COVID-19 ก่อนกลับไปทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการความปลอดภัยส่วนบุคคลทั้งหมดถูกนำมาใช้ ซึ่งรวมถึงการสวมหน้ากาก การล้างมือ การฉีดวัคซีน การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ และการประเมินผลกระทบใดๆ  รวมทั้ง

ความพร้อมเชิงรุกจะนำไปสู่การปรับตัวที่ดีขึ้น โดยมีระบบการจัดการสำหรับพนักงานและนายจ้าง มีการวิเคราะห์สถานการณ์จากทุกมุม โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงจะช่วยให้ทุกคนมีทางเลือกที่ดีขึ้น ความเข้าใจที่ดีขึ้นและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกฝ่ายจะช่วยให้ทุกคนผ่านสถานการณ์ปัจจุบันและพร้อมที่จะไปสู่ภาวะปกติต่อไปได้สำเร็จ  

ทางด้านนางสาวสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยต่อว่า สำหรับแนวโน้มด้านค่าตอบแทนในกลุ่มสายงานต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะหลังวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด (COVID-19)  เป็นอัตราเร่งให้ทุกองค์กรมีการปรับวิถีชีวิตและการทำงานสู่รูปแบบใหม่ จากวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)สู่วิถีชีวิถัดไป (Next Normal) ทำให้รูปแบบการทำงานขององค์กรเปลี่ยนไปเป็นการทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา “Work Anywhere Anytime” เป็นการทำงานแบบรีโมทและทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) มากขึ้น  อย่างไรก็ตามในแต่ละองค์กรมีค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจ โดยโครงสร้างเงินเดือนของบุคลากรในสายต่างๆ ตั้งแต่ระดับบัณฑิตจบใหม่ ไปจนถึงระดับผู้บริหาร โดยเริ่มตั้งแต่ต้นที่ 15,000 ไปจนถึง 850,000 ต่อเดือน  ทั้งนี้อยู่กับคุณสมบัติและประสบการณ์ ทักษะด้านเทคโนโลยีและทักษะด้านภาษา

สำหรับการจ้างงานแบบพนักงานประจำ ในระดับผู้จัดการจนถึงระดับผู้บริหารในกลุ่มสายงานต่างๆ มีระดับเงินเดือนแตกต่างกัน ดังนี้ งานระดับผู้บริหารระดับเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 67,200 – 850,000 บาทต่อเดือน  งานทรัพยากรมนุษย์ระดับเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 42,000 - 340,000 บาทต่อเดือน  งานบัญชีและการเงิน เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 40,000 – 189,500 บาทต่อเดือน  งานขายและการตลาดเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 45,000 – 460,000 บาทต่อเดือน  งานภาคการผลิตและวิศวกรเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 55,000 – 250,000 บาทต่อเดือน งานบริการลูกค้าเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 48,000 – 120,000 บาทต่อเดือน   งานบริการสำนักงานเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 35,000 – 120,500 บาทต่อเดือน งานซัพพลายเชนและโลจิสติกส์เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 28,000 – 250,000 บาทต่อเดือน  กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 42,000 – 340,000 บาทต่อเดือน  งานด้านไอทีเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 40,000 – 525,000 บาทต่อเดือน

จับตากลุ่มงานสัญญาจ้าง, งานชั่วคราว รวมถึงงานโปรเจกต์ วิถีเปลี่ยนความต้องการโตต่อเนื่อง ในระดับผู้จัดการเป็นต้นไป  งานบริการลูกค้าเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 60,000 – 120,000 บาทต่อเดือน   งานบัญชีและการเงินเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 50,000 – 100,000 บาทต่อเดือน  งานขายและการตลาดเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 35,000 – 80,000 บาทต่อเดือน  เภสัชกรรมและสุขภาพการแพทย์เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 150,000 – 200,000 บาทต่อเดือน  งานภาคการผลิตและช่างเทคนิคเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 120,000 – 200,000 บาทต่อเดือน  งานโครงการโยธาเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 70,000 – 120,000 บาทต่อเดือน 

ในส่วนการจ้างงานชาวต่างประเทศในระดับผู้บริหาร ในกลุ่มหัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการ ประธานเจ้าหน้าที่ และกรรมการผู้จัดการ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ 140,000 – 1,000,000 บาทต่อเดือน 

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในแต่ละสายงานมีตัวเร่งและปัจจัยในการขับเคลื่อนที่แตกต่างกันบ้างตามแต่ละสายงาน  แต่มีหนึ่งเครื่องมือที่ในยุคดิจิทัลปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การนำเทคโนโลยี (IT) เข้ามามีบทบาทในการทำงานส่งผลให้บุคลากรต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดทั้งการรีสกิล (Reskill) และ อัพสกิล (Upskill) เพื่อมาช่วยในการทำงาน รวมทั้งทักษะการทำงานร่วมกัน การสื่อสารที่เข้าใจและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะความสามารถเฉพาะทางที่สำคัญเหล่านี้นับเป็นการสร้างความได้เปรียบ รวมไปถึงเป็นการเพิ่มโอกาสเข้าทำงานในบริษัทหรือองค์กรชั้นนำอีกด้วย สำหรับการก้าวสู่ยุคความปกติถัดไป (Next Normal) ทิศทางแรงงานอาจเปลี่ยนแปลงไปเปิดกว้างสำหรับการจ้างงานแบบระยะสั้นประเภทต่างๆมากขึ้น สำหรับวิถีชีวิตและการทำงานแบบออนด์ดีมานด์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา บูรณาการเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเข้าด้วยกัน เพราะความสำเร็จอยู่ที่การออกแบบชีวิตของแต่ละคน องค์กรควรเตรียมความพร้อมตั้งรับวิถีคนทำงานภายใต้บริบทใหม่  โควิด ดิสรัปชั่น นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปรับตัวได้ก่อน รับมือก่อน เพราะความสำเร็จ…คุณออกแบบได้


วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564

วารสารคนทำงาน กันยายน 2564

ดาวน์โหลดฟรี วารสารคนทำงาน กันยายน 2564 ในฉบับพบกับ .. รายงานฉบับใหม่ ILO ชี้ประชากรโลกมากกว่า 4 พันล้านคน ยังคงขาดการคุ้มครองทางสังคม [หน้า 9] หมู่บ้านประมงร่ำรวยในญี่ปุ่น ไม่สามารถหาคนทำงานในโรงงานแปรรูปได้ [หน้า 14] คนทำงานภาคสาธารณสุขเสี่ยง PTSD ช่วง COVID-19 [หน้า 18] สหรัฐฯ เผชิญวิกฤตขาดแคลนพยาบาล และยิ่งรุนแรงขึ้นในช่วง COVID-19 [หน้า 21]


ดาวน์โหลดฟรีได้ที่

scribd.com >> https://bit.ly/3EUq3kP

docdroid.net >> https://docdro.id/r6LbZHt

mebmarket.com >> https://tinyurl.com/mebworkazine

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

แนวคิดการสร้างสหภาพแรงงาน (Trade Union Organising Manual)


หนังสือ "แนวคิดการสร้างสหภาพแรงงาน (Trade Union Organising Manual)" โดย ศูนย์การศึกษาแรงงาน (Labour Education Centre) พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2553

ไรเดอร์ไทย เป็นอยู่ยังไง อยากได้อะไรบ้าง




'Rocket Media Lab' สำรวจความต้องการของไรเดอร์ส่งอาหารทั่วประเทศ 1,136 คน พบว่าสวัสดิการที่ไรเดอร์ต้องการมากที่สุด คือ 'เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ' | ที่มาภาพ: ILO/Alin Sirisaksopit via flickr (CC BY-NC-ND 2.0)

24 ก.ย. 2564 Rocket Media Lab รายงานว่าธุรกิจ Food Delivery ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และนโยบาย ‘Work From Home’ ทำให้คนอยู่กับบ้านมากขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด คนจำนวนหนึ่งจึงออกจากบ้านน้อยลง ดังนั้น Food Delivery จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าธุรกิจ Food Delivery ทำมีมูลค่ารวมสูงถึง 5.31 – 5.58 หมื่นล้านบาท ซึ่งขยายตัวมากกว่าปีที่แล้ว สูงถึง 18.4 – 24.4%

แต่เหมือนว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Food Delivery ก็มาพร้อมปัญหามากมาย จากการที่ไรเดอร์ในไทยไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการกำกับดูแลจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในฐานะ ‘แรงงานแพลตฟอร์ม’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราค่าแรงของไรเดอร์ในธุรกิจหรือสวัสดิการต่างๆ

ในช่วงปี 2563 – 2564 ที่ผ่านมา กลุ่มไรเดอร์ได้ออกมาประท้วงหลายครั้ง ตั้งแต่ประเด็นที่กรมอนามัยประกาศหลักเกณฑ์ มาตรการควบคุมการประกอบกิจการให้บริการจัดส่งอาหารที่ไรเดอร์จำนวนไม่น้อยมองว่าทำให้พวกเขาทำงานยากขึ้น หรือในกรณีที่ไรเดอร์ทั่วประเทศออกมาประท้วงแพลตฟอร์มในเดือนมิถุนายน เกี่ยวกับประเด็นที่ทางแพลตฟอร์มลดค่ารอบโดยที่ทางแพลตฟอร์มไม่ได้แจ้งล่วงหน้า อย่างในกรณีไรเดอร์ของไลน์แมนที่ออกมาประท้วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังทางบริษัทลดค่ารอบของไรเดอร์ จาก 38 บาทเหลือเพียง 24 บาทโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ไม่เพียงแต่ไรเดอร์ของไลน์แมนเท่านั้น เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ไรเดอร์ของฟู้ดแพนด้าจากเชียงใหม่ก็ได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม เนื่องจากต้องการเรียกร้องขอคืนค่ารอบ 21-27 บาท จากบริษัทแพลตฟอร์ม รวมไปถึงปัญหาอื่นๆ ที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียอยู่เป็นระยะ อันเป็นผลจากการไม่ได้รับการปกป้อง คุ้มครอง หรือดูแลจากแพลตฟอร์ม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

Rocket Media Lab จึงได้ทำการสำรวจไรเดอร์ส่งอาหารในประเด็นต่างๆ ทั้งข้อมูลส่วนตัว การทำงาน สวัสดิการที่ต้องการ ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชีวิตการทำงานของไรเดอร์ในอนาคต
 






ไรเดอร์ คือใคร

แบบสำรวจของ Rocket Media Lab ในครั้งนี้ จัดทำขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2564 ทั้งในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล รวมไปถึงในจังหวัดอื่นๆ ทั้ง ศรีสะเกษ เชียงใหม่ พิษณุโลก สงขลา และทางออนไลน์ รวม 1,136 คน จากผลสำรวจสามารถแยกไรเดอร์ส่งอาหารแต่ละแพลตฟอร์มได้ดังนี้ ฟู้ดแพนด้า 37.5% แกร็บฟู้ด 25.79% ไลน์แมน 25.62% โกเจ็ก 4.4% โรบินฮู้ด 2.38% อื่นๆ เช่น แอนท์เดลิเวอรี่ ลาลามูฟ หรือไรเดอร์ที่ทำงานมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม 1.42% และผู้ที่ไม่ระบุแพลตฟอร์มในแบบสอบถาม 2.89%

โดยแบ่งเป็นเพศชาย 80.41% เพศหญิง 14.3% และที่ไม่ได้ระบุเพศในแบบสอบถามอีก 5.3% สำหรับช่วงอายุของผู้ที่ประกอบอาชีพไรเดอร์ พบว่ามีช่วงอายุ 23-30 ปี มากที่สุด 44.28% รองลงมาคือ 31-40 ปี 31.69% 18-22 ปี 14.08% 41 ปีขึ้นไป 6.95% และไม่ระบุช่วงอายุในแบบสอบถาม 2.99%

ในส่วนของระดับการศึกษาของไรเดอร์ที่ตอบแบบสอบถามนั้น พบว่า ไรเดอร์ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษามากที่สุด 56.32% รองลงมาก็คือ ปริญญาตรี 23.78% ตามมาด้วยระดับประถมศึกษา 15.3% นอกจากนี้ยังพบว่ามีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี 2.21% ระดับปวส. 1.32% ปวช. 0.27% และอนุปริญญา 0.18% อีก 0.62% ไม่ระบุระดับการศึกษา
ไรเดอร์ = พาร์ทเนอร์ : นิยามสวยหรูจากแพลตฟอร์ม

นิยามไรเดอร์ในฐานะแรงงานตามกฎหมายของไทยยังคงคลุมเครือ ว่าจริงๆ แล้ว ‘ไรเดอร์’ เข้าข่ายเป็น ‘ลูกจ้าง’ หรือไม่ จากนิยามที่ทางบริษัทแพลตฟอร์ม Food Delivery ที่กล่าวว่าไรเดอร์คือ ‘Independent Worker Freelance หรือ Partner’ โดยในเว็บไซต์ของแพลตฟอร์มหนึ่ง ได้ตอบคำถามไว้ว่า “พาร์ทเนอร์ไม่ถือว่าเป็นพนักงานประจำ” จะเห็นว่าบริษัทแพลตฟอร์มมองว่าไรเดอร์เป็นพนักงานอิสระที่ทำงานเป็นรายชิ้นและไม่ได้ทำประจำ อีกทั้งในทางนิติสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับแพลตฟอร์ม ไรเดอร์ไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้าง เพื่อที่ทางแพลตฟอร์มจะลดต้นทุนในการจัดจ้างแรงงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จึงทำให้ไรเดอร์กลายเป็นแรงงานนอกระบบตามกฎหมาย

เมื่อกลุ่มไรเดอร์เดินทางไปพบนายณัฐวัฒน์ จีรทัศน์ธำรง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน วันที่ 3 ธ.ค. 63 นายณัฐวัฒน์ก็ระบุว่าทราบปัญหาของแรงงานแพลตฟอร์มดี แต่ปัญหาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายรูปแบบงานของไรเดอร์ของบริษัทเป็นแรงงานอิสระ ทำงานกับแพลตฟอร์มไม่มีสัญญาจ้าง เป็นบริษัทต่างชาติ จึงเกิดเป็นข้อจำกัดที่รัฐจะเข้าไปดูแล

ถึงแม้สถานะจะคลุมเครือ แต่เมื่อตลาดของ Food Delivery เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในสถานการณ์การแพร่ระบายของโควิด-19 และอัตราคนว่างงานในไทยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไรเดอร์กลายเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมในยุคนี้ที่มีคนหันมาทำมากขึ้น ทั้งในฐานะอาชีพหลักและอาชีพเสริม





จากการสำรวจของ Rocket Media Lab พบว่ามีไรเดอร์ที่ทำงาน Food Delivery เป็นอาชีพหลักสูงถึง 59.44% และเป็นอาชีพเสริม 40.56% นอกจากนี้ยังพบว่าอาชีพเดิม (ในกรณีที่ทำงานไรเดอร์เป็นอาชีพหลัก) และอาชีพปัจจุบัน (ในกรณีทำเป็นอาชีพเสริม) ของไรเดอร์นั้น คือ อาชีพรับจ้างทั่วไป มีจำนวนมากที่สุด 27.27% รองลงมาก็คือพนักงานบริษัทเอกชน 23.12% ตามมาด้วยไม่มีงานทำ 20.21% อาชีพขับรถ 12.53% รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 2.91% อื่น เช่น ค้าขาย ช่างภาพ เชฟโรงแรม พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานสปา ฯลฯ 2.82% และไม่ได้ระบุอาชีพในแบบสอบถามอีก 11.12%

โดยไรเดอร์เหล่านี้มีรายได้ต่อเดือน 10,001 – 15,000 บาท มากที่สุด คิดเป็น 48.77% รองลงมาก็คือ 15,001–20,000 บาท 27.69% มากกว่า 20,001 บาท 10.76% น้อยกว่า 5,000 บาท 6.88% มากกว่า 30,000 บาท 4.5% และ 5,001 – 10,000 บาท 1.41%

ในส่วนของภาระการรับผิดชอบต่อครอบครัวหรือตนเองนั้น พบว่าจำนวนคนที่ไรเดอร์ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 1-2 คนนั้นมีมากที่สุด คิดเป็น 38.41% รองลงมาคือแค่ตัวไรเดอร์เอง 32.86% 3-4 คน 23% 5 คนขึ้นไป 5.29% และไม่ระบุคำตอบ 0.44% และเมื่อถามถึงความเพียงพอของรายได้ พบว่า ไรเดอร์มีรายได้พอใช้จ่ายเป็นจำนวนมากที่สุด คิดเป็น 46.33% รองลงมาก็คือ ไม่พอใช้จ่าย และมีหนี้สิน 19.63% ซึ่งใกล้เคียงกับที่ตอบว่า ไม่พอใช้จ่าย แต่ไม่มีหนี้สิน จำนวน 19.1% และไรเดอร์ที่บอกว่าเหลือใช้ และมีไว้เก็บมีเพียง 14.94%

ไรเดอร์ : การทำงานและสวัสดิการที่ไม่เคยมี

แม้ว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโต แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทแพลตฟอร์มก็ยังมีการปรับลดค่ารอบในการส่งอาหารของไรเดอร์ลง และเพิ่มนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของไรเดอร์หลายครั้ง ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่สถานะของไรเดอร์เองก็ไม่เอื้อให้พวกเขาเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้นัก

จากการสำรวจของ Rocket Media Lab พบว่า ประสบการณ์การทำงานของไรเดอร์ มีไรเดอร์ที่ทำงานอาชีพนี้เป็นเวลา 6 เดือน–1 ปี มากที่สุด คิดเป็น 40.92% ซึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบเกือบสองปีที่ผ่านมาที่ทำให้ผู้คนตกงานและหันมาประกอบอาชีพไรเดอร์จำนวนมากขึ้น รองลงมาก็คือ 1–3 ปี 27.78% มากกว่า 3 ปี 16.76% น้อยกว่า 6 เดือน 14.2% และไม่ได้ระบุในแบบสอบถาม 0.34%

ในส่วนของชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันพบว่าไรเดอร์ทำงาน 6–8 ชั่วโมงต่อวันมีสูงถึง 38.36% รองลงมาก็คือมากกว่า 8 ชั่วโมง 37.13% 3–5 ชั่วโมง 22.49% 2 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า 1.41% และอื่นๆ 0.61%




จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่าทั้งประสบการณ์การทำงานและชั่วโมงทำงานต่อวันของไรเดอร์ แทบไม่ต่างจากแรงงานในระบบที่ได้รับความคุ้มครองและสวัสดิการทางกฎหมาย แต่เมื่อแพลตฟอร์มไม่ได้มองว่า ‘ไรเดอร์เป็นลูกจ้าง’ แต่แรก แพลตฟอร์มจึงไม่จำเป็นที่จะจัดสรรสวัสดิการ หรือเพิ่มต้นทุนในการจัดสรรสวัสดิการให้กับไรเดอร์ ซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่ ขั้นตอนของการสมัครเป็นไรเดอร์ ที่จะต้องซื้อเครื่องมือหรือยูนิฟอร์มของบริษัทเองทั้งหมด รวมถึงประกันอุบัติเหตุที่ไม่ได้ครอบคลุมการทำงานของไรเดอร์ทั้งหมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไรเดอร์ที่ทำเป็นพาร์ทไทม์จะไม่มีประกันอุบัติเหตุให้ หรือหากแพลตฟอร์มมอบประกันอุบัติเหตุให้ ก็มีนโยบายที่เข้มงวด ซึ่งมีเพียงไม่กี่แพลตฟอร์มในไทยเท่านั้นที่ประกาศว่ามีประกันอุบัติเหตุให้กับไรเดอร์ในช่วงที่มีออเดอร์

เหตุนี้เมื่อไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุจึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากแพลตฟอร์มหรือกฎหมายตั้งแต่ต้น แม้แพลตฟอร์มประกาศว่ามีประกันอุบัติเหตุให้กับไรเดอร์ แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มที่จะรับพิจารณา และใช้เวลานานในการประสานงาน ทั้งยังอาจถูกปิดระบบชั่วคราวเป็นการลงโทษ ซึ่งทำให้ขาดรายได้อีกด้วย

จากการสำรวจของ Rocket Media Lab พบว่าไรเดอร์ทำงานส่งอาหารจำนวน 11–16 รอบ มีมากที่สุด คิดเป็น 34.51% รองลงมาก็คือ มากกว่า 16 รอบ 31.33% 5-10 รอบ 30.71% 4 รอบหรือน้อยกว่า 2.74% อื่นๆ 0.71%

แต่ในขณะเดียวกันเมื่อถามถึงประสบการณ์การประสบอุบัติเหตุของไรเดอร์ พบว่าเคยประสบอุบัติเหตุ 1-4 ครั้ง มากที่สุด คิดเป็น 65.96% รองลงมาก็คือ 5-10 ครั้ง 17.72% 11–16 ครั้ง 6.79% มากกว่า 16 ครั้ง 3.62% ไม่เคย 2.47% และไม่ระบุ 3.44%

ส่วนสวัสดิการและประกันสุขภาพที่ไรเดอร์มีอยู่แล้วนั้น พบว่าคือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เป็นจำนวนมากที่สุด 33.89% รองลงมาคือการใช้สิทธิประกันสังคมจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 คิดเป็น 19.42% เป็นผู้มีสวัสดิการรัฐและซื้อประกันเอง 17.03% ใช้สิทธิประกันสังคมจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 11.3% และอื่นๆ 18.36%

ไรเดอร์กับสวัสดิการในฝัน
 



จากการสำรวจของ Rocket Media Lab ว่าด้วยเรื่องสวัสดิการที่ไรเดอร์ต้องการมากที่สุด พบว่า ‘เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ’ คือสวัสดิการที่ไรเดอร์เลือกเป็นอันดับ 1 มากที่สุด คิดเป็น 26.06%

กรณีนี้อาจสืบเนื่องมาจากข้อบังคับของแพลตฟอร์มในกรณีที่ไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุ โดยแต่ละแพลตฟอร์มจะกำหนดเกณฑ์ที่จะทำให้ไรเดอร์ได้รับสิทธิประกันอุบัติเหตุต่างกันไป ผ่านการกำหนดอายุงานและจำนวนรอบในการทำงาน เช่น ต้องทำงานต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป จึงจะได้รับสิทธิคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

การที่ไรเดอร์พยายามขับหลายๆ แพลตฟอร์มนั้น เพื่อต้องการกระจายความเสี่ยงในการทำงาน เพราะหากวันหนึ่งระบบของแพลตฟอร์มที่ทำอยู่ถูกระงับไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ยังสามารถรับงานจากแพลตฟอร์มอื่นได้ เพื่อให้ยังมีงานมีรายได้ แต่การกระจายความเสี่ยงนี้ก็ต้องแลกด้วยการไม่ได้รับสวัสดิการประกันอุบัติเหตุ หรือไม่สามารถทำเป้าได้ตามเกณฑ์ที่จะได้รับประกันอุบัติเหตุที่ดีนั่นเอง

สวัสดิการที่ไรเดอร์เลือกเป็นอันดับ 1 รองลงมาก็คือ เป็นลูกจ้างแทนการเป็นพาร์ทเนอร์ คิดเป็น 16.19% ตามมาด้วย ประกันสุขภาพ 13.38% ประกันรายได้ขั้นต่ำรายวัน 12.06% ประกันอุบัติเหตุไม่ว่าจะอยู่ในเวลางานหรือไม่ 9.42% สิทธิลาโดยยังได้รับค่าจ้าง 6.16% ระบบให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ และกู้ง่าย 4.75% เงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง 4.23% เสื้อ กระเป๋า หมวกกันน็อก ฯลฯ ฟรี 2.55% จุดพักรถ 0.53% และแบบสอบถามที่มีความผิดพลาดในการกรอกหมวดนี้ที่ไม่ได้นับรวมมาคำนวณด้วย 4.67%
สหภาพแรงงานและกฎหมายกำกับแพลตฟอร์ม : ความหวังเดียวของไรเดอร์

ในปัจจุบัน ไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับสำหรับกำกับแพลตฟอร์ม Food Delivery ทำให้แพลตฟอร์มสามารถมีคำสั่ง การเปลี่ยนแปลง ที่มีผลต่อพาร์ทเนอร์ได้โดยตรง ทั้งการปรับลดค่ารอบ หรือตั้งกฎกติกาการให้บริการหรือออกนโยบายโดยไม่ต้องฟังเสียงจากกลุ่มไรเดอร์

จากผลสำรวจของ Rocket Media Lab ในหัวข้อไรเดอร์จะเข้าร่วมสหภาพแรงงานหรือไม่ (ถ้ามี) พบว่า ไรเดอร์ 64.94% ตอบว่าต้องการเข้าร่วม ในขณะที่ 26.74% ตอบว่าขอคิดดูก่อน และ 8.32% ตอบว่าไม่เข้าร่วม ส่วนประเด็นความต้องการให้มีกฎหมายกำกับแพลตฟอร์ม พบว่า 66.22% อยากให้มีกฎหมายกำกับแพลตฟอร์ม 23.27% ตอบว่าขอคิดดูก่อน และอีก 10.42% ตอบว่าไม่อยาก

ปัจจุบันแม้จะมีการรวมตัวของไรเดอร์เกิดเป็นกลุ่มสหภาพไรเดอร์ขึ้นก็ตาม แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสถานะเป็นลูกจ้าง เนื่องจากตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ระบุว่า ‘สหภาพแรงงาน หมายถึงองค์กรของลูกจ้างที่จัดตั้งตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานจะต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันหรือเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน’

ในหลายประเทศ รัฐบาล และแพลตฟอร์มพยายามหาทางออกร่วมกัน ในการแก้ปัญหาให้ไรเดอร์มีสถานะในฐานะลูกจ้าง ในขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้โดยเฉพาะในข้อกฎหมายแรงงาน รวมถึงทางแพลตฟอร์มเองยังคงยืนยันว่าไรเดอร์ยังคงสถานะเป็นเพียงพาร์ทเนอร์ ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่เห็นหนทางในการนำไปสู่สิ่งนั้นได้อย่างง่าย

ซึ่งมานำสู่ผลสำรวจสุดท้ายของ Rocket Media Lab ซึ่งถามว่า ถ้ามีโอกาส ไรเดอร์คิดอยากจะเปลี่ยนอาชีพหรือไม่ โดย 47.31% ตอบว่าอยากเปลี่ยน 34.95% ตอบว่าขอคิดดูก่อน และ 17.65% ตอบว่ายังไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพ

ดูผลสำรวจทั้งหมดได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-rider



อ้างอิง:

สำนักต่างประเทศ. “กฎหมายว่าด้วยไรเดอร์.” Thai Parliament, รัฐสภาไทย, 11 พฤษภาคม 2564, https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=78193&filename=index.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. “โควิด-19 และมาตรการควบคุมการระบาด…คาดทั้งปี 2564 มูลค่าตลาดจัดส่งอาหารขยายตัวร้อยละ 18.4 – 24.4.” กระแสทรรศน์, vol. 3256, 2564, https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/food-delivery-z3256.aspx.

กัลยาวีร์ แววคล้ายหงษ์. “ไรเดอร์รวมตัว (อีกครั้ง) ขอกฎหมายดูแลชีวิตและสวัสดิภาพ “แรงงานแพลตฟอร์ม.”” DeCode, 4 ธันวาคม 2563, https://decode.plus/20201114/.

จุฬารัตน์ ยะปะนัน. “สหภาพแรงงาน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย.” จุลนิติ, vol. จุลนิติ, 2553, pp. 153 – 161, https://www.senate.go.th/assets/portals/93/fileups/272/files/S%E0%B9%88ub_Jun/12know/K90_jul_7_1.pdf.

อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ และเกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร. แพลตฟอร์มอีโคโนมีและผลกระทบต่อแรงงานในภาคบริการ: กรณีศึกษาในประเทศไทย. 1 ed., มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (Friedrich-Ebert-Stiftung) สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม, 2561.

เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร และวรดุลย์ ตุลารักษ์. รูปแบบงานใหม่ของคนขี่มอเตอร์ไซต์ส่งอาหาร ที่กำกับโดยแพลตฟอร์ม. 1 ed., มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม, 20 มิถุนายน 2563.

Foodpanda. “ประกันสำหรับไรเดอร์.” Panda Eiders, https://www.https://www.pandariders.info/rider-insurance.info/rider-insurance.

GRAB. “ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจากแกร็บ.” Grab Driver TH, https://help.grab.com/driver/th-th/360035972951.

GRAB. “GrabBenefits (สิทธิประโยชน์คนขับ).” Grab Driver TH, https://grabdriverth.com/grabbike-express-club.

Lee, Suh-yoon. “Food delivery workers’ union granted legal status in Seoul, recognising workers as formal employees.” Business Human Rights, Business & Human Rights Resource Centre, 4 ธันวาคม 2562, https://www.business-humanrights.org/en/latest-news/south-korea-food-delivery-workers-union-granted-legal-status-in-seoul-recognising-workers-as-formal-employees/.




ภาคผนวก

เมื่อให้ไรเดอร์รีวิวระบบการทำงานในด้านต่างๆ ของแพลตฟอร์มตนเอง พบว่า

ระบบจีพีเอส มีความพอใจ 46.71% เฉยๆ 31.49% พอใจมาก 16.55% ไม่พอใจ 4.72% ไม่พอใจมาก 0.53%

การแบ่งโซนรับบงาน พอใจ 48.71% เฉยๆ 34.28% พอใจมาก 12.02% ไม่พอใจ 4.36% ไม่พอใจมาก 0.62%

การให้ค่ารอบมากน้อยตามพื้นที่ พอใจ 43.49% เฉยๆ 34.31% พอใจมาก 11.05% ไม่พอใจ 8.65% ไม่พอใจมาก 2.5%

ระบบลงโทษ พอใจ 40.52% เฉยๆ 37.58% ไม่พอใจ 11.49% พอใจมาก 7.84% ไม่พอใจมาก 2.4% อื่นๆ 0.18% ความสมเหตุสมผลในการให้ซ่อมงาน/พักงาน พอใจ 39.98% เฉยๆ 38.47% ไม่พอใจ 10.24% พอใจมาก 8.73% ไม่พอใจมาก 2.58%

ระบบเลื่อนขั้น เฉยๆ 41.9% พอใจ 39.15% ไม่พอใจ 9.52% พอใจมาก 7.74% ไม่พอใจมาก 1.51% อื่นๆ 0.18%

ระบบป้อนงาน เฉยๆ 40.64% พอใจ 37.61% ไม่พอใจ 11.41% พอใจมาก 8.65% ไม่พอใจมาก 1.69%

ความง่ายในการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ พอใจ 36.42% เฉยๆ 34.02% ไม่พอใจ 14.87% พอใจมาก 7.84% ไม่พอใจมาก 6.86%

ความคุ้มค่าของค่าจ้าง พอใจ 39.27% เฉยๆ 38.11% ไม่พอใจ 12.02% พอใจมาก 8.9% ไม่พอใจมาก 1.69%

ระบบการจ่ายค่าจ้าง พอใจ 43.1% เฉยๆ 37.31% พอใจมาก 9.97%

ไม่พอใจ 8.64% ไม่พอใจมาก 0.89% อื่นๆ 0.09%

การจ่ายโบนัส พอใจ 40.61% เฉยๆ 40.43% พอใจมาก 9.53% ไม่พอใจ 8.01% ไม่พอใจมาก 1.42%

การจ่ายเงินผ่านระบบวอลเล็ต พอใจ 43.94% เฉยๆ 38.59% พอใจมาก 10.43% ไม่พอใจ 6.6% ไม่พอใจมาก 0.45%

การช่วยเหลือแก้ไขเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย เฉยๆ 38.5% พอใจ 37.61% ไม่พอใจ 14.26% พอใจมาก 6.42% ไม่พอใจมาก 3.12% อื่นๆ 0.09%

การช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เฉยๆ 39.43% พอใจ 36.49% ไม่พอใจ 14.45% พอใจมาก 6.07% ไม่พอใจมาก 3.48% อื่นๆ 0.09%

เงื่อนไขในการเคลมอาหารคืน เฉยๆ 39.55% พอใจ 38.39% ไม่พอใจ 12.59% พอใจมาก 7.23% ไม่พอใจมาก 2.23%

การจ่ายค่าเสียเวลารอลูกค้า เฉยๆ 38.77% พอใจ 35.47% ไม่พอใจ 14.88% พอใจมาก 5.79% ไม่พอใจมาก 4.99% อื่นๆ 0.09%

การจ่ายค่าเสียเวลารอร้านอาหาร เฉยๆ 38.84% พอใจ 34.64% ไม่พอใจ 15.09% พอใจมาก 5.8% ไม่พอใจมาก 5.54% อื่นๆ 0.09%

ระบบสำรองจ่ายค่าอาหารเมื่อลูกค้าจ่ายเงินสด เฉยๆ 47.36% พอใจ 38.16% ไม่พอใจ 7.06% พอใจมาก 5.27% ไม่พอใจมาก 2.06% อื่นๆ 0.09%

จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ไรเดอร์ให้ ‘พอใจมาก’ มากที่สุด คือระบบจีพีเอส 16.55% ให้ ‘พอใจ’ มากที่สุดคือ การแบ่งโซนรับงาน 48.71% ให้ ‘เฉยๆ’ มากที่สุดคือ ระบบสำรองจ่ายค่าอาหารเมื่อลูกค้าจ่ายเงินสด 47.36% ให้ ‘ไม่พอใจ’ มากที่สุดคือ การจ่ายค่าเสียเวลารอร้านอาหาร 15.09% และให้ ‘ไม่พอใจมาก’ มากที่สุด คือความง่ายในการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ 6.86%

เรื่องที่ได้รับความนิยม