วิกฤตความขัดแย้งด้านแรงงานในเนเธอร์แลนด์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026 หลังจากกลุ่มสหภาพแรงงานหลัก ได้แก่ สมาพันธ์สหภาพแรงงานเนเธอร์แลนด์ (Federation of Dutch Trade Unions - FNV), สมาพันธ์สหภาพแรงงานคริสเตียน (National Federation of Christian Trade Unions - CNV) และ สหพันธ์บุคลากรระดับบริหาร (Trade Union Federation for Professionals - VCP) ตัดสินใจวอล์กเอาต์ออกจากการประชุมร่วมกับรัฐบาลภายในเวลาเพียง 45 นาที เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแผนการปรับเพิ่มอายุเกษียณให้สอดคล้องกับอายุขัยเฉลี่ย ซึ่งอาจส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่ต้องทำงานจนถึงอายุ 72 ปี โดยสหภาพแรงงานชี้ว่าแผนดังกล่าวละเมิดข้อตกลงบำนาญปี 2019 ที่เคยทำไว้ร่วมกัน
นอกจากประเด็นอายุเกษียณ สหภาพแรงงานยังคัดค้านแผนของรัฐบาลสายกลาง-ขวาที่จะลดระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานจาก 2 ปีเหลือเพียง 1 ปี รวมถึงการตัดงบประมาณด้านสวัสดิการผู้ทุพพลภาพเพื่อนำงบประมาณ 1.6 หมื่นล้านยูโรไปใช้ในด้านกลาโหมและการศึกษา ผู้นำสหภาพแรงงานระบุว่าสมาชิกในภาคขนส่งและท่าเรือมีความโกรธแค้นอย่างมาก และกำลังเตรียมพร้อมยกระดับการเคลื่อนไหวจากการชุมนุมใหญ่ในกรุงเฮกและอัมสเตอร์ดัมไปสู่การนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ หากรัฐบาลไม่ยอมยกเลิกแผนการตัดลดสวัสดิการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ใช้แรงงานหนัก
















