Showing posts with label Remote Work. Show all posts
Showing posts with label Remote Work. Show all posts

Saturday, July 10, 2021

ถ้าอยู่ในสายงานที่ต้องการ - อยากทำงานจากบ้านหรือต้องเข้าสำนักงานอาทิตย์ละ 3 วัน

เมื่อปี 2020 แล้วธุรกิจหลายแห่งหาวิธีเพื่อให้พนักงานทำงานจากบ้านได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางการระบาดของโควิด-19

และหนึ่งปีให้หลังเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ขณะนี้ธุรกิจต่างๆ กำลังพยายามขบแก้ปัญหาว่าควรมีนโยบายเรื่องการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่างไรเพื่อสร้างความสมดุลย์ระหว่างพนักงานที่ต้องการทำงานจากบ้านหรือจากระยะไกล กับความต้องการให้พนักงานกลับเข้ามาในสำนักงาน

รายงานจาก Kastle Systems บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยที่ติดตามการใช้การ์ดเข้าออกอาคารราว 2,600 แห่งทั่วประเทศระบุว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน อาคารสำนักงานต่างๆ ในนครใหญ่ของสหรัฐฯ 10 แห่งมีอัตราการเข้าใช้พื้นที่เฉลี่ยราว 32% เท่านั้นและเฉพาะที่ย่านแมนฮัตตันในนครนิวยอร์กก็มีพนักงานเพียงแค่ 12% ที่กลับเข้าไปในสำนักงาน

ทั้งนี้ตามรายงานของ Partnership for New York City ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และขณะที่ธุรกิจหลายแห่งกำลังเริ่มพิจารณานโยบายเพื่อสร้างความสมดุลย์ระหว่างปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่ลดลงกับกระแสต่อต้านจากพนักงานที่ยังไม่พร้อมจะกลับเข้าไปในที่ทำงานนั้น

ผลการสำรวจของหน่วยงานดังกล่าวก็ชี้ว่าอย่างน้อยเกือบ 40% ของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานจะยังคงทำงานจากที่บ้านหรือจากสถานที่อื่นซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งสำนักงานของตนในเดือนกันยายนนี้

ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 นั้นธุรกิจหลายแห่งอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือย้ายออกไปในพื้นที่อื่นเพื่ออยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวหรืออยู่ในบริเวณที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า และขณะนี้คนทำงานในบางสาขาซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก เช่น ด้านเทคโนโลยีหรือการบริการลูกค้าก็ยังมีทางเลือกหรือข้อต่อรองที่จะสามารถทำงานจากระยะไกลได้ต่อไป

โดยคุณ Chris Riccobono ซีอีโอของบริษัทเสื้อผ้า Untuckit LLC ในนครนิวยอร์กบอกว่าคนทำงานจำนวนมากเมื่อย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้วก็ไม่อยากจะย้ายกลับมา และนี่ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับผู้บริหารธุรกิจในขณะนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามผู้บริหารบางคนให้เหตุผลว่ายังมีความจำเป็นให้พนักงานกลับเข้าไปในที่ทำงานอยู่ เพราะจะเป็นโอกาสของการเรียนรู้และการสร้างทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานใหม่

โดยในตอนนี้ก็มีบริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัท เช่น Amazon, Ford และ General Motors ที่สัญญาว่าจะใช้นโยบายแบบผสมผสานคือสร้างความยืดหยุ่นระหว่างการทำงานจากที่บ้านและการเข้าไปในที่ทำงานเป็นบางวัน

แต่แนวโน้มดังกล่าวอาจใช้ไม่ได้กับทุกบริษัทหรือในภาคธุรกิจ เพราะงานบริการบางอย่างเช่นในภัตตาคาร โรงเรียน โรงพยาบาลหรือในโรงงานผลิตนั้นคนงานอาจไม่มีทางเลือกที่จะทำงานจากระยะไกลได้

นอกจากนั้นนโยบายของผู้บริหารธุรกิจก็อาจมีส่วนกำหนดเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะมีรายงานว่าบริษัทการเงินบางแห่งในนครนิวยอร์ก เช่น JPMorgan Chase และ Goldman Sachs ได้แสดงท่าทีว่าพนักงานควรพร้อมจะกลับเข้าไปในสำนักงาน

โดยเมื่อต้นเดือนนี้ James Gorman ซีอีโอของ Morgan Stanley กล่าวว่าถ้าคุณสามารถเข้าไปทานอาหารในภัตตาคารที่นครนิวยอร์กได้คุณก็ควรสามารถกลับเข้าไปทำงานในสำนักงานได้ด้วยเช่นกัน และว่าผู้ที่อยากได้เงินเดือนที่จ่ายในระดับค่าครองชีพของนครนิวยอร์กก็ควรพร้อมจะอยู่ทำงานในนครแห่งนี้ด้วย

จะเห็นได้ว่ายังมีความแตกต่างกันอยู่ในเรื่องของความยืดหยุ่นและลักษณะงานที่ต้องทำในสำนักงานหรืออาจทำได้จากระยะไกล และสำหรับคุณ Chris Riccobono ซีอีโอของบริษัทเสื้อผ้า Untuckit LLC เขาเชื่อว่าการให้คนงานกลับเข้าไปในออฟฟิศจะช่วยส่งเสริมผลผลิตของงาน

โดยตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ทางบริษัทจะกำหนดให้พนักงานเข้าที่ทำงานอาทิตย์ละสามวัน คือจันทร์ พุธ และพฤหัส และตามรายงานของ Salesforce บริษัทเทคโนโลยีในนครซานฟรานซิสโกนั้น วันพฤหัสบดีก็เป็นวันที่พนักงานพร้อมจะกลับไปทำงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่สุดด้วย

เพราะต่อจากวันพฤหัสบดีก็คือวันศุกร์แล้วก็ถึงวันเสาร์นั่นเอง

Thursday, April 29, 2021

JobThai เผย 3 องค์กรในไทยประกาศให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ไปตลอด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ถูกพูดถึงว่าเป็นอนาคตของโลกการทำงาน (Future of Work) ซึ่งพนักงานออฟฟิศหลายคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานรูปแบบนี้   

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในไทยทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น ซึ่งหลายองค์กรก็มีผลลัพธ์ในด้านประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น จึงได้เริ่มปรับนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ไปตลอด ซึ่งรูปแบบการทำงานนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องปกติของการทำงาน และจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานกับองค์กรด้วย

ด้วยเหตุนี้จ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้นำบริการแพลตฟอร์มหางานและสมัครงานออนไลน์ของประเทศไทย จึงพาไปเจาะลึก 3 บริษัทในไทยที่ให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ไปตลอด

THiNKNET - บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด

ทิงค์เน็ต เป็นบริษัทไอทีด้านการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นประโยชน์กับสังคมไทยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้มีการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) โดยปรับรูปแบบการทำงาน (Workflow) ให้พร้อมกับวิธีการทำงานแบบใหม่ และจัดสรรเครื่องมือและเทคโนโลยีให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

พัฒนาแอปฯ จัดการงานทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีครบครันเพื่อความสะดวกในการทำงาน

การทำงานแบบเดิมที่ต้องทำงานออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นไม่มีอีกต่อไป เพราะทิงค์เน็ตให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า พนักงานสามารถจัดเวลาการทำงานของตัวเองได้ โดยทิงค์เน็ตได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ในการบริหารจัดการพนักงานสำหรับการทำงานจากระยะไกล (Remote Working) โดยแอปพลิเคชันนี้มีหน้าที่ในการจัดการเรื่องเข้า-ออกงาน และการแจ้งลา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังยืดหยุ่นเวลาทำงานมากขึ้นจากเดิมที่ให้พนักงานเข้างาน 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ปรับเป็นการเก็บชั่วโมงทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรเครื่องมือทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสาร โปรแกรมจัดการเอกสารออนไลน์ และโปรแกรมเฉพาะสำหรับงานของแต่ละทีม รวมถึงคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์สำนักงานอย่างโต๊ะทำงาน เก้าอี้ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกด้วย

ปรับออฟฟิศรับวิถีการทำงานแบบ New Normal

ออฟฟิศของทิงค์เน็ตได้มีการปรับสถานที่ทำงานให้รองรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยจากเดิมที่มีโต๊ะประจำถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานแบบ Open-plan Office และจัดตู้ล็อกเกอร์เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของส่วนตัว และยังมีการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การประชุมที่ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พนักงานมีความสุขในการทำงานจากที่ไหนก็ได้

การทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) มีผลตอบรับที่ดีจากพนักงานทิงค์เน็ต ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำให้พวกเขามีเวลาไปทำกิจกรรมที่ต้องการมากขึ้น พนักงานที่มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัดและมีเวลาดูแลครอบครัว ส่วนพนักงานที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานได้ตามต้องการ และพนักงานหลายคนก็มีเวลาไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือทำงานอดิเรกได้

ทิงค์เน็ต มีตำแหน่งงานน่าสนใจกำลังเปิดรับสมัคร เช่น Software Engineer (Web Developer), Site Reliability Engineer, Software Quality Assurance, Content Marketing Specialist, Product Marketing Specialist

Builk - บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป

บิลค์ วัน กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) จากความเชื่อเดิมที่ว่าการนำคนมารวมกันอยู่ในสถานที่เดียวกันเป็นสิ่งที่ดี จึงมองหาพื้นที่สำหรับขยายออฟฟิศให้ใหญ่ขึ้นอยู่เสมอ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บิลค์ได้ทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งพบว่าองค์กรและพนักงานต่างได้ประโยชน์จากการทำงานแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่ ค่าเดินทาง และยังสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้มากขึ้น

นโยบาย Work from Anywhere มาจากการรับฟังพนักงาน และออกแบบโมเดลการทำงานของตัวเอง

บิลค์ ให้พนักงานเลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นทำงานจากที่บ้าน หรือออฟฟิศสำนักงานใหญ่ และบิลค์ยังได้หาพื้นที่ Co-working Office กระจายในย่านต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานที่พักอยู่ในย่านนั้นไปทำงานร่วมกันได้ โดยบิลค์มีไอเดียที่จะต่อยอดโมเดลนี้ไปใช้ในต่างจังหวัดด้วย เพราะมองว่าโมเดลนี้จะช่วยหาคนเก่งมาร่วมงานได้ และคนเก่งเหล่านั้นก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่พวกเขาต้องการได้

การสื่อสารและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบ Work from Anywhere

การทำงานจากระยะไกล (Remote Working) นั้นคนไม่จำเป็นต้องมาอยู่ร่วมกันในที่เดียวกัน การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบนี้ โดยผู้บริหารมีการสื่อสารกับพนักงานมากขึ้นเพื่อให้มองเป้าหมายเดียวกันชัดเจน และในการทำงานต้องมีการประสานงานกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือในการบริหารจัดการงานด้านต่าง ๆ ซึ่งบิลค์เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีระบบซอฟต์แวร์รองรับการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์สำหรับจัดการอนุมัติเอกสาร การจองสถานที่ที่ออฟฟิศ รวมถึงงานด้านบัญชี ดังนั้นการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) จึงทำได้อย่างรวดเร็ว

เลือกคนให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร

คนที่จะทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ต้องเป็นคนที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ด้วยตัวเอง (Self-Motivated) เนื่องจากการทำงานจากที่ไหนก็ได้จะผสานเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน (Work-Life Harmony) มากขึ้น นอกจากนี้จะต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซี่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกคนมาร่วมงานกับบิลค์

เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป การสร้างวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงการสร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้เกิดความประทับใจ (Employee Experience) เป็นสิ่งที่บิลค์ให้ความสำคัญ โดยบิลค์มีทีม People Communication ที่รวมคนจากหลายแผนกมาสร้างกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ

ตำแหน่งงานที่บิลค์เปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้มีหลายตำแหน่ง เช่น Business Analyst, Sales Executive ERP Software 

SCB - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

หลังจากที่ SCB มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แล้วพบว่าพนักงานสามารถทำงานได้โดยมีประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) มากขึ้น SCB จึงได้นำคอนเซปต์การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) มาปรับใช้เพื่อตอบโจทย์วิถีการทำงานใหม่

การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น

การทำงานในองค์กรขนาดใหญ่มักมีกระบวนการพิจารณา และอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการทำงาน การทำงานจากระยะไกล (Remote Working) ทำให้ SCB ทลายกรอบการทำงานแบบเดิม ๆ เช่น กระบวนการรับพนักงานใหม่ ซึ่งต้องมีการอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน ยิ่งในองค์กรใหญ่แล้ว การจัดเก็บและแสดงข้อมูลอย่างทั่วถึงทำได้ยาก แต่เมื่อปรับรูปแบบการทำงานมาเป็นออนไลน์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูล และจัดการแสดงผลข้อมูลได้ตรงกันทั้งหมด รวมถึงสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงกระบวนการได้สะดวกยิ่งขึ้น

มองที่เป้าหมายมากกว่าเวลาเข้า-ออกงาน การสื่อสารและ Collaboration คือสิ่งสำคัญ

เวลาเข้า-ออกงาน ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) เพราะปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบนี้อยู่ที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงาน โดยในแต่ละแผนกสามารถวางแผนงานและบริหารจัดการวิธีการทำงานของตัวเองได้โดยยึดถือวัฒนธรรมการทำงานเดียวกัน และอาศัยสิ่งที่สำคัญในการทำงานคือการสื่อสารมากขึ้น

การเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ของ SCB สามารถบริหารจัดการให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) และพร้อมที่จะปรับตัวตามสถานการณ์อยู่เสมอ

ความสุขของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ

พนักงาน SCB ต่างมีความสุขกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) เพราะทำให้จัดการบริหารเวลาได้มากขึ้น ไม่ต้องเผชิญปัญหารถติด ซึ่ง SCB ก็มองถึงความสุขของพนักงานในหลายมิติ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดย SCB ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพให้กับพนักงานแบบออนไลน์ สามารถพบหมอเพื่อปรึกษาอาการเจ็บป่วยจากที่ไหนก็ได้ พร้อมทั้งส่งยาไปให้ที่บ้าน และยังมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการความเครียดให้กับพนักงานด้วย

ตำแหน่งงานที่ SCB เปิดรับและสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีหลากหลายตำแหน่งในทุก Function ไม่ว่าจะเป็นในฝั่ง Digital , Data Analytic, Operations, รวมถึง Back Office

ปัจจุบันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยยังคงเจอกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้โลกของการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทำงานต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยองค์กรต่าง ๆ มีการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Working) ด้วยการทำงานระยะไกล (Remote Working) ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ผสมกับการทำงานที่ออฟฟิศ ด้านการจ้างงานเองความยืดหยุ่นนี้ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถสรรหาคนเก่งได้จากทั่วประเทศหรือจากที่ไหนก็ได้ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจะต้องมีการปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่กระบวนการสรรหา (Recruitment) การดูแลพนักงานใหม่ (Onboarding) เพื่อให้พนักงานปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบใหม่ รวมทั้งวิธีการที่จะรักษาความสัมพันธ์ของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นแม้ต้องเจอหน้ากันน้อยลง เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรักษาวัฒนธรรมองค์กรด้วย ด้านคนทำงานต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์อยู่เสมอและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilience & Adaptability) และต้องไม่หยุดเรียนรู้พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคตอยู่เสมอ

สำหรับผู้ที่ต้องการหางาน สมัครงาน สามารถใช้งานได้ที่ www.jobthai.com หรือดาวน์โหลด JobThai Application ทั้งในระบบ iOS, Android และ HUAWEI AppGallery



ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์จาก JobThai

เรื่องที่ได้รับความนิยม