Showing posts with label เนปาล. Show all posts
Showing posts with label เนปาล. Show all posts

Wednesday, May 13, 2026

ผู้นำสหภาพแรงงานเอเชียใต้ชี้การปฏิรูปกฎหมายแรงงานคือกลยุทธ์ลดทอนอำนาจต่อรองของคนทำงาน

ผู้นำสหภาพแรงงานจากบังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล และศรีลังกา ได้ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ซึ่งจัดโดยอินดัสทรีออล (IndustriALL) เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการปฏิรูปกฎหมายแรงงานในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยระบุว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอว่าเป็นการปฏิรูปนั้น แท้จริงแล้วคือการปรับโครงสร้างอำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายนายจ้าง ผ่านการทำให้การจ้างงานแบบกำหนดระยะเวลาเป็นเรื่องปกติและการขยายระบบสัญญาจ้าง ซึ่งส่งผลให้ค่าจ้างหยุดนิ่งและลดความรับผิดชอบของสถานประกอบการที่มีต่อพนักงานในระยะยาว

ที่ประชุมยังกังวลว่ารัฐบาลหลายประเทศกำลังใช้การแก้กฎหมายเพื่อจำกัดนิยามของคำว่าแรงงานให้แคบลง ทำให้การรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพแรงงานทำได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม นอกจากนี้ แม้จะมีการสนับสนุนให้ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานที่เปราะบางและขาดสวัสดิการคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน การที่กฎหมายแรงงานที่มีอยู่เดิมไม่มีการบังคับใช้จริงอย่างแพร่หลาย ได้กลายเป็นข้อสงสัยว่านี่คือกลยุทธ์ตั้งใจของรัฐบาลในการเอื้อต่อการลดกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยแลกกับสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ภูมิภาคเอเชียใต้จึงต้องสร้างความร่วมมือที่เหนียวแน่นเพื่อตอบโต้การลดมาตรฐานแรงงานข้ามพรมแดน โดยจะใช้กลไกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization - ILO) เข้ามาช่วยกดดันให้เกิดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรณีของอินเดียที่ถูกบรรจุในรายชื่อตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้นำสหภาพแรงงานเน้นย้ำว่าการต่อสู้ร่วมกันในระดับภูมิภาคไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องสิทธิที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการถูกลดทอนลงในนามของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ที่มา: IndustriALL, 12/5/2026 

Wednesday, September 10, 2025

การประท้วงของคนรุ่นใหม่ในเนปาล สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจและการขาดโอกาสในประเทศ

การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเนปาลเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 ท่ามกลางการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหารากฐานที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องการสั่งแบนโซเชียลมีเดีย ผู้ประท้วงออกมาแสดงพลังเนื่องจากความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่สามารถสร้างงานและโอกาสที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ได้

ชนวนเหตุเริ่มต้นจากการที่รัฐบาลสั่งแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักหลายแห่ง ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการหางาน ติดตามข่าวสาร และการใช้ชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการลงโทษโดยรวมและเป็นความพยายามที่จะควบคุมพื้นที่สาธารณะในสถานการณ์ที่คนหนุ่มสาวเผชิญกับอัตราการว่างงานที่สูงถึง 20.82% ในปี 2024

สาเหตุหลักของความไม่พอใจมาจากรูปแบบการพัฒนาของประเทศที่เน้นการส่งออกแรงงานไปยังต่างประเทศเพื่อรับค่าตอบแทน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 33% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2024 ตัวเลขที่น่าตกใจจากรายงานของกระทรวงแรงงานแสดงให้เห็นว่า มีแรงงานชาวเนปาลเกือบ 840,000 คนเดินทางไปทำงานต่างประเทศในช่วงปีงบประมาณ 2024/2025 ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสร้างงานที่มีศักดิ์ศรีภายในประเทศ และเป็นประเด็นที่คนรุ่นใหม่ใช้เป็นเครื่องตัดสินใจทางการเมือง

การประท้วงที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดความสูญเสีย ทั้งผู้เสียชีวิต 19 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 300 คน จนในที่สุดรัฐบาลก็ต้องยอมยกเลิกคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียและนายกรัฐมนตรีก็ลาออกตามมา การประท้วงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเรียกร้องสิทธิทางดิจิทัลเท่านั้น แต่เป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่า หากรัฐบาลยังคงล้มเหลวในการสร้างโอกาสที่มั่นคงให้กับคนหนุ่มสาวแล้ว ถนนจะเป็นพื้นที่แห่งเดียวที่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงศักดิ์ศรีและความไม่พอใจได้

ที่มา: Peoples Dispatch, 9/10/2025 

Wednesday, April 16, 2025

ครูในเนปาลประท้วงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการรับสมัครนักเรียนและการสอบ

การประท้วงที่นำโดยสหพันธ์ครูเนปาล (Nepal Teachers Federation) ในกรุงกาฐมาณฑุยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยครูทั่วประเทศยังคงนัดหยุดงานเพื่อกดดันให้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการศึกษาโรงเรียน (School Education Act) โดยทันที

นับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 2025 ครูได้จัดการชุมนุมประท้วงและนั่งปิดถนนในพื้นที่ไมติฆาร์-นายา บาเนชวอร์ (Maitighar-Naya Baneshwor) โดยไม่เชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลที่ให้เริ่มการรับสมัครนักเรียนสำหรับปีการศึกษาใหม่ซึ่งกำหนดเริ่มในช่วงกลางเดือน เม.ย. 2025

การประท้วงนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการรณรงค์รับสมัครนักเรียนระดับชาติและทำให้ภารกิจทางวิชาการสำคัญล่าช้า เช่น การตรวจกระดาษคำตอบจากการสอบประเมินผลการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education Examination หรือ SEE) ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อค่ำวันจันทร์ สหพันธ์ฯ ได้ยืนยันจุดยืนและขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูทั้งหมดงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ซึ่งรวมถึงการตรวจข้อสอบ การประกาศผล การรับสมัครนักเรียน การอบรม และการเข้าร่วมในโครงการทางวิชาการเช่นการสัมมนาและทัศนศึกษา

การประท้วงนี้ส่อเค้าว่าจะส่งผลกระทบต่อการสอบระดับมัธยมศึกษา ที่มีกำหนดจะเริ่มในวันที่ 24 เม.ย. 2025 สหพันธ์ฯ ได้ขอให้หัวหน้าศูนย์สอบและกรรมการคุมสอบคว่ำบาตรหน้าที่การสอบจนกว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาจะได้รับการแก้ไข

สหพันธ์ฯ ได้เรียกร้องให้เกิดความสามัคคี โดยขอการสนับสนุนจากนักเรียน ผู้ปกครอง ฝ่ายบริหารโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษาให้สนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยอ้างว่ามีความสำคัญต่อการปฏิรูปในระยะยาวและการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา

แม้ว่าจะมีการเจรจาสองรอบกับกระทรวงศึกษาธิการ แล้ว สหพันธ์ฯ กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งนำไปสู่การขยายการประท้วงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: Nepal News, 15/4/2025 

เรื่องที่ได้รับความนิยม