ผู้นำสหภาพแรงงานจากบังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล และศรีลังกา ได้ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ซึ่งจัดโดยอินดัสทรีออล (IndustriALL) เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการปฏิรูปกฎหมายแรงงานในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยระบุว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอว่าเป็นการปฏิรูปนั้น แท้จริงแล้วคือการปรับโครงสร้างอำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายนายจ้าง ผ่านการทำให้การจ้างงานแบบกำหนดระยะเวลาเป็นเรื่องปกติและการขยายระบบสัญญาจ้าง ซึ่งส่งผลให้ค่าจ้างหยุดนิ่งและลดความรับผิดชอบของสถานประกอบการที่มีต่อพนักงานในระยะยาว
ที่ประชุมยังกังวลว่ารัฐบาลหลายประเทศกำลังใช้การแก้กฎหมายเพื่อจำกัดนิยามของคำว่าแรงงานให้แคบลง ทำให้การรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพแรงงานทำได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม นอกจากนี้ แม้จะมีการสนับสนุนให้ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น แต่กลับพบว่าส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานที่เปราะบางและขาดสวัสดิการคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน การที่กฎหมายแรงงานที่มีอยู่เดิมไม่มีการบังคับใช้จริงอย่างแพร่หลาย ได้กลายเป็นข้อสงสัยว่านี่คือกลยุทธ์ตั้งใจของรัฐบาลในการเอื้อต่อการลดกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยแลกกับสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ภูมิภาคเอเชียใต้จึงต้องสร้างความร่วมมือที่เหนียวแน่นเพื่อตอบโต้การลดมาตรฐานแรงงานข้ามพรมแดน โดยจะใช้กลไกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization - ILO) เข้ามาช่วยกดดันให้เกิดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรณีของอินเดียที่ถูกบรรจุในรายชื่อตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้นำสหภาพแรงงานเน้นย้ำว่าการต่อสู้ร่วมกันในระดับภูมิภาคไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องสิทธิที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการถูกลดทอนลงในนามของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
