Showing posts with label ออสเตรเลีย. Show all posts
Showing posts with label ออสเตรเลีย. Show all posts

Monday, August 17, 2026

ออสเตรเลียประกันค่าจ้างขั้นต่ำและประกันอุบัติเหตุให้แรงงานแพลตฟอร์ม

สมาชิกสหภาพแรงงานขนส่ง (Transport Workers Union - TWU) และคนทำงานเศรษฐกิจรับจ้างชั่วคราว (Gig Economy) หรือ "แรงงานแพลตฟอร์ม" ในประเทศออสเตรเลีย ได้รับข่าวดีหลังคณะกรรมการการทำงานที่เป็นธรรม (Fair Work Commission) อนุมัติข้อตกลงร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Uber Eats และ DoorDash เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและค่าตอบแทนให้แก่คนทำงานส่งอาหารทั่วประเทศ โดยคนทำงานจะได้รับประกันค่าจ้างขั้นต่ำระหว่าง 31.30 ถึง 32.00 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ต่อชั่วโมงการทำงานจริง พร้อมทั้งได้รับสิทธิประกันอุบัติเหตุ สิทธิในการมีตัวแทนเจรจา และกระบวนการยุติข้อพิพาทที่เป็นธรรม

เลขาธิการสหภาพแรงงานระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะช่วยลดความดันและอันตรายในการทำงานบนท้องถนนลง เนื่องจากในอดีตคนทำงานต้องเร่งทำเวลาแข่งขันกับระบบอัลกอริทึมและรับค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาตรฐานจนนำไปสู่อุบัติเหตุเสียชีวิตรวมกว่า 25 รายนับตั้งแต่ปี 2017 ขณะที่ผู้แทนของแพลตฟอร์มยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแทนการปรับขึ้นค่าบริการส่งอาหาร เพื่อให้คนทำงานได้รับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อผู้บริโภค

ที่มา: News.com.au, 17/8/2026 


Friday, August 7, 2026

รายงานเผยพนักงานเรือสำราญร้องเรียนถูกละเมิดสิทธิและเผชิญสภาพการทำงานที่ย่ำแย่

พนักงานบนเรือสำราญของบริษัท Carnival ในประเทศออสเตรเลีย ออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกกดค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ยากลำบาก โดยลูกเรือระบุว่าต้องทำงานหนักถึงวันละ 12-14 ชั่วโมง ต่อเนื่องตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ แต่ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเพียง 2.75 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด การจัดห้องพักที่แออัดจนเกิดการแพร่ระบาดของโรคผิวหนัง รวมถึงการถูกปฏิเสธไม่ให้ลาหยุดหรือรับการรักษาพยาบาลเมื่อมีอาการเจ็บป่วย

สาเหตุสำคัญของปัญหานี้เกิดจากการที่เรือสำราญต่างชาติได้รับการยกเว้นกฎหมายแรงงานของประเทศออสเตรเลียมาตั้งแต่ปี 1998 ส่งผลให้ลูกเรือซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจากทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขาดการคุ้มครองทางกฎหมาย ขณะที่สหภาพแรงงานการขนส่งทางเรือแห่งออสเตรเลีย ได้รับข้อร้องเรียนนับร้อยฉบับและกำลังผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบและยกเลิกข้อเว้นดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน

ที่มา: ABC News, 7/8/2026 



Thursday, August 6, 2026

รายงานสภาออสเตรเลียชี้แรงงานข้ามชาติเผชิญทาสยุคใหม่ เรียกร้องปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วน

คณะกรรมการรัฐสภานิวเซาท์เวลส์ในประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยรายงานผลการสอบสวนวิกฤตทาสยุคใหม่ที่เกิดขึ้นกับแรงงานข้ามชาติชั่วคราวในพื้นที่ชนบทและภูมิภาค โดยพบรายงานการข่มขู่ การหลอกลวง และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม คนทำงานจำนวนมากต้องอาศัยในสภาพแวดล้อมที่แทบไม่สามารถอยู่อาศัยได้ และถูกบังคับให้ทำงานหนักหลายชั่วโมงโดยไม่สามารถร้องเรียนได้เนื่องจากเกรงกลัวผลกระทบ

รายงานฉบับดังกล่าวได้เสนอข้อเสนอแนะ 31 ข้อแก่รัฐบาล ซึ่งรวมถึงการจัดทำระบบใบอนุญาตบริษัทจัดหางานการเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานคุ้มครองความปลอดภัยในที่ทำงาน SafeWork NSW รวมถึงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขวีซ่าเปิดทางให้แรงงานเปลี่ยนนายจ้างได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนกลุ่มนายหน้าจัดหางานเถื่อนในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกดขี่แรงงานข้ามชาติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

ที่มา: ABC News, 6/8/2026 


Saturday, July 18, 2026

สิทธิแรงงานในยุค AI จ่อเป็นวาระใหญ่ที่ประชุมพรรคแรงงานออสเตรเลีย

ประเด็นสิทธิแรงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังจะกลายเป็นหัวข้อหลักในการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคการเมืองในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแอดิเลด เพื่อพิจารณาและลงมติกำหนดแพลตฟอร์มนโยบายระดับชาติสำหรับอีก 3 ปีข้างหน้า ท่ามกลางความเห็นที่ยังไม่ลงตัวในนาทีสุดท้ายเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับเทคโนโลยีดังกล่าว โดยร่างนโยบายล่าสุดระบุถึงความจำเป็นในการควบคุมให้บริษัทผู้พัฒนา AI ต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายและค่านิยมของประเทศ รวมถึงต้องให้คนทำงานมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารืออย่างมีความหมายเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานที่ทำงานจากการใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ

ผู้นำรัฐบาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานที่มั่นคง โดยระบุว่าต้องการให้ AI เข้ามาสนับสนุนและสร้างงานที่ดี ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ พร้อมกระตุ้นให้คนทำงานปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนแสดงความกังวลว่า แม้คนทำงานจะเริ่มหันมาใช้งานเทคโนโลยีนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความไว้วางใจอย่างเต็มที่ ด้านผู้นำสหภาพแรงงาน ACTU ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ว่าสหภาพแรงงานต้องการสิทธิในการยับยั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยชี้แจงว่าเป้าหมายหลักคือการป้องกันผลกระทบและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตำแหน่งงานของประชาชน ไม่ใช่การขัดขวางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ที่มา: ABC News, 18/7/2026 

Friday, July 10, 2026

สหภาพแรงงานออสเตรเลียชี้รัฐบาลเลิกคุมเป้าหมายจัดจ้างเอกชน ทำงบจ้างพนักงานชั่วคราวพุ่ง

สหภาพบริการสาธารณะและชุมชน (CPSU) ของออสเตรเลีย ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกลางอย่างรุนแรง หลังมีการยกเลิกข้อกำหนดเป้าหมายความรับผิดชอบภายใต้กรอบการจัดจ้างเชิงยุทธศาสตร์ (SCF) ซึ่งแต่เดิมออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้หน่วยงานรัฐโอนย้ายงานหลักไปให้บริษัทเอกชนภายนอก (Outsourcing) โดยสหภาพแรงงานเตือนว่าการปล่อยปละละเลยครั้งนี้จะส่งผลให้การกำกับดูแลลดลงและผลักดันให้เกิดการจ้างงานนอกระบบมากขึ้น ซึ่งขัดแย้งกับงบประมาณการจัดจ้างบุคลากรชั่วคราวตามข้อมูลของหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (AusTender) ในปีงบประมาณ 2025–2026 ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 52% เป็นมูลค่า 3.53 พันล้านดอลลาร์ และมีปริมาณสัญญาจ้างเพิ่มขึ้น 18% เป็น 9,160 สัญญา

ทางสหภาพแรงงานระบุว่า ปัจจุบันหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงพึ่งพาแรงงานภายนอกในภารกิจหลักอย่างมีนัยสำคัญ เช่น สำนักงานสรรพากรและสำนักงานประกันผู้พิการแห่งชาติที่ยังคงใช้พนักงานคอลเซ็นเตอร์จากบริษัทข้ามชาติรวมกว่า 3,000 คน รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่จ้างผู้รับเหมาเอกชนในหน่วยเดินเรือแห่งชาติ แทนที่จะนำเงินภาษีของประชาชนมาลงทุนกับข้าราชการประจำที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่งบจ้างงานชั่วคราวพุ่งขึ้นเกือบสามเท่าตัว ขณะที่คณะกรรมการบริการสาธารณะแห่งออสเตรเลีย (APSC) ออกมาโต้แย้งว่า การลดระดับเป้าหมายลงเป็นเรื่องปกติเนื่องจากหน่วยงานส่วนใหญ่รายงานว่าแทบไม่มีงานหลักที่ตกค้างในระบบจัดจ้างภายนอกแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ANAO) กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสิทธิภาพของกรอบการทำงานดังกล่าว โดยมีกำหนดรายงานผลต่อสาธารณะในเดือนตุลาคม 2026 นี้

ที่มา: National Tribune, 9/7/2026 

Wednesday, July 8, 2026

ออสเตรเลียจ่อบังคับใช้มาตรฐานค่าแรงไรเดอร์ส่งอาหารเป็นแห่งแรกของโลกสิงหาคม 2026

สหภาพแรงงานขนส่ง (TWU) ของออสเตรเลียแสดงความยินดีต่อการประกาศแสดงเจตจำนงของคณะกรรมการแรงงานที่เป็นธรรม (FWC) ซึ่งเตรียมบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานสำหรับแรงงานในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Gig Workers) นับหมื่นคน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้สอดรับกับข้อเสนอร่วมระหว่างสหภาพแรงงานร่วมกับแพลตฟอร์มหลักอย่าง Uber Eats และ DoorDash ที่ยื่นเสนอคำสั่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (MSO) ซึ่งกำหนดให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของไรเดอร์ต้องไม่น้อยกว่า 31.30 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใสเรื่องรายได้ การทำประกันภัย และสิทธิ์การเป็นตัวแทนสหภาพ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2024 ภายหลังจากรัฐบาลผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีลักษณะคล้ายลูกจ้าง ซึ่งการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานโลกในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตครั้งใหญ่ของกลุ่มไรเดอร์ที่เคยขาดการคุ้มครองทางกฎหมายและต้องเผชิญแรงกดดันจนนำไปสู่อุบัติเหตุเสียชีวิตบนท้องถนนถึง 25 รายนับตั้งแต่ปี 2017 นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังมีมาตรการป้องกันการปิดบัญชีคนงานอย่างไม่เป็นธรรมจากระบบคะแนนรีวิว รวมถึงการกำหนดคำสั่งโซ่ตรวนสัญญา (Contract Chain Order) ที่บังคับให้แพลตฟอร์มต้องช่วยแบกรับและชดเชยต้นทุนค่าน้ำมันตามจริงให้แก่ผู้ขับขี่ ซึ่งถือเป็นต้นแบบการปฏิรูปแรงงานแพลตฟอร์มในระดับสากลร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ที่มา: Mirage.News, 8/7/2026 

Friday, March 27, 2026

พนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติออสเตรเลียหยุดงานประท้วงครั้งแรกในรอบ 20 ปี

พนักงานของ บรรษัทการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งออสเตรเลีย (Australian Broadcasting Corporation - ABC) ตัดสินใจรวมตัวประท้วงหยุดงานเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 หลังจากสหภาพแรงงานสื่อ บันเทิง และศิลปะ (Media, Entertainment & Arts Alliance - MEAA) และสหภาพแรงงานภาคบริการสาธารณะและชุมชน (Community and Public Sector Union - CPSU) ปฏิเสธข้อเสนอสัญญาจ้างฉบับใหม่จากฝ่ายบริหารที่เสนอเพิ่มค่าจ้างเพียงร้อยละ 10 ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศออสเตรเลียที่พุ่งสูงขึ้น

การประท้วงครั้งนี้ส่งผลให้การออกอากาศทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ และแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องหยุดชะงัก โดยพนักงานเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มค่าจ้างที่เป็นธรรม การสร้างความมั่นคงในอาชีพ และการกำหนดระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อป้องกันการเลิกจ้างพนักงาน ขณะที่ฝ่ายบริหารระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวมีความเหมาะสมด้านงบประมาณแล้ว ทั้งนี้ สหพันธ์นักขมนานาชาติ (International Federation of Journalists - IFJ) ได้แสดงความสนับสนุนการต่อสู้ของแรงงานในครั้งนี้ เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพต่อไป

ที่มา: IFJ, 25/3/2026 

Thursday, March 19, 2026

สหภาพแรงงานออสเตรเลียจี้เก็บภาษีลาภลอยบริษัทพลังงาน 25% หลังวิกฤตสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง

สภาสหภาพแรงงานแห่งออสเตรเลีย (Australian Council of Trade Unions - ACTU) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลกลางเร่งแก้ไขระบบการจัดเก็บภาษีทรัพยากรปิโตรเลียม (Petroleum Resource Rent Tax - PRRT) โดยเสนอให้เปลี่ยนมาเป็นการเก็บภาษีร้อยละ 25 จากรายได้การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แทน เพื่อให้มั่นใจว่าผลกำไรมหาศาลหรือ "กำไรจากลาภลอย" (Windfall profits) ของบริษัทข้ามชาติด้านน้ำมันและก๊าซอย่าง Woodside และ Santos จะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของชาวออสเตรเลียในช่วงที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน

ทางสหภาพระบุว่า ในขณะที่คนทำงานต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่แพงขึ้นและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นจากการประชุม ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia - RBA) แต่ระบบภาษีปัจจุบันกลับล้มเหลวในการจัดเก็บรายได้จากทรัพยากรของชาติ โดยในปีงบประมาณ 2023-2024 ระบบเดิมจัดเก็บภาษีได้ไม่ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 9 ของยอดที่ควรจะได้ตามข้อเสนอใหม่ที่อาจสูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ACTU ย้ำว่ารัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ที่บริษัทพลังงานกวาดกำไรไปกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัดจากภาวะเงินเฟ้อที่ลามไปทั่วห่วงโซ่อุปทาน

ที่มา: ACTU, 18/3/2026 

Tuesday, February 24, 2026

สหภาพแรงงานออสเตรเลียฟ้องเจ้าของร้านหนังสือ ฐานตัดกะพนักงานที่นัดหยุดงานประท้วง

สหภาพแรงงานค้าปลีกและพนักงานฟาสต์ฟู้ด (Retail and Fast Food Workers Union - RAFFWU) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในนามของพนักงานร้านหนังสือ Berkelouw Books และ Harry Hartog กรณีผู้บริหารตอบโต้การนัดหยุดงานในช่วงเดือนธันวาคมปีก่อนด้วยการตัดกะทำงานของพนักงานที่ร่วมประท้วง แล้วนำกะเหล่านั้นไปมอบให้แก่แรงงานที่ไม่มีประสบการณ์ซึ่งได้รับโบนัสพิเศษเพื่อมาทำงานแทนพนักงานที่หยุดงานประท้วง โดยสหภาพฯ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจมิชอบต่อพนักงานที่เรียกร้องค่าจ้างและสภาพการทำงานที่เป็นธรรม

ความขัดแย้งนี้มีชนวนเหตุมาจากพนักงานกว่า 100 คน ต้องทำงานภายใต้ข้อตกลงจ้างงานแบบ "ซอมบี้" ตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งไม่ครอบคลุมค่าตอบแทนพิเศษในช่วงวันหยุดหรือนอกเวลาทำงาน พนักงานจึงรวมตัวหยุดงานเพื่อเรียกร้องความมั่นคงในอาชีพ แต่กลับถูกนายจ้างใช้ความไม่มั่นคงของงานมาเป็นอาวุธกดขี่แรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน การฟ้องร้องครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้ศาลลงโทษผู้ประกอบการและปกป้องสิทธิของสมาชิกในการดำเนินกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้พนักงานที่ใช้สิทธิอันชอบธรรมตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งจากนายจ้างอีกต่อไป

ที่มา: Green Left, 23/2/2026 

Monday, February 2, 2026

วิกฤตความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ NDIS ในออสเตรเลีย หลังแผนปฏิรูปล่าช้าท่ามกลางเหตุคุกคามรุนแรงที่พุ่งสูงขึ้น

 วิกฤตความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ NDIS ในออสเตรเลีย หลังแผนปฏิรูปล่าช้าท่ามกลางเหตุคุกคามรุนแรงที่พุ่งสูงขึ้น

พนักงานของ หน่วยงานประกันผู้พิการแห่งชาติ (National Disability Insurance Agency - NDIA) ในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับสภาวะการทำงานที่อันตรายอย่างหนัก โดยมีการรายงานเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยกว่า 445 ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2025 ซึ่งรวมถึงการถูกสะกดรอยตาม การคุกคามทางโทรศัพท์ การขู่ฆ่า ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายในศูนย์บริการ แม้ว่าจะมีผลการตรวจสอบความปลอดภัยที่เสนอแนะมาตรการเร่งด่วนถึง 36 ข้อตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 แต่หน่วยงานกลับมีแผนที่จะดำเนินมาตรการป้องกันทางกายภาพ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ฉากกั้นนิรภัย และประตูล็อกอัตโนมัติให้ครบถ้วนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งถือเป็นความล่าช้าเกือบสามปีนับจากได้รับรายงาน

สหภาพแรงงานภาครัฐและชุมชน (Community and Public Sector Union - CPSU) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้านี้ว่า "น่ารังเกียจ" และไม่เพียงพอต่อการปกป้องชีวิตพนักงานที่ต้องรับมือกับความเกรี้ยวกราดของผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนกฎหมายและงบประมาณสนับสนุนผู้พิการในเดือนตุลาคม 2024 โดยข้อมูลระบุว่าพนักงานต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต เช่น ผู้รับบริการพยายามขับรถเข็นไฟฟ้าพุ่งชนพนักงาน หรือการขู่วางระเบิดและทำร้ายตัวเองในพื้นที่สาธารณะ แม้ทางโฆษกของหน่วยงานจะยืนยันว่าได้เริ่มอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยและจัดอบรมด้านสุขภาพจิตแก่พนักงานแล้ว แต่ทางสหภาพฯ และพนักงานยังคงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสถานที่ทำงานให้ปลอดภัยในทันทีเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นก่อนจะถึงกำหนดการในปีหน้า

ที่มา: The Guardian, 2/2/2026 

Monday, January 19, 2026

คนทำงานสาธารณสุขออสเตรเลียกว่า 10,000 คน นัดหยุดงานประท้วง จี้รัฐบาลปรับค่าจ้างสู้เงินเฟ้อ

บุคลากรทางการแพทย์ในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย กว่า 10,000 คน เตรียมยกระดับการประท้วงหยุดงานในวันที่ 20 มกราคม 2026 ส่งผลให้ต้องมีการปิดเตียงคนไข้และเลื่อนการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วนออกไปเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เวรเปล ช่างเทคนิคห้องผ่าตัด และพนักงานทำความสะอาด เรียกร้องให้รัฐปรับเพิ่มค่าจ้างร้อยละ 6 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเงินเฟ้อ หลังจากที่การเจรจายืดเยื้อมานานกว่า 13 เดือนแต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่น่าพอใจได้

สหภาพแรงงานบุคลากรสาธารณสุข (Health Workers Union - HWU) ระบุว่าการนัดหยุดงานครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาลกว่า 80 แห่งทั่วรัฐ โดยปัจจุบันมีการปิดเตียงคนไข้ไปแล้ว 1 ใน 4 และพนักงานเริ่มปฏิเสธการทำความสะอาดในพื้นที่ที่ไม่ใช่ส่วนคลินิกเพื่อเป็นการกดดันรัฐบาล ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังขอความช่วยเหลือจาก คณะกรรมาธิการงานที่เป็นธรรม (Fair Work Commission - FWC) เพื่อหาข้อยุติ อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพฯ ขู่ว่าหากยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนภายในเดือนกุมภาพันธ์ อาจมีการยกระดับเป็นการนัดหยุดงานอย่างไม่มีกำหนด โดยจะยกเว้นเฉพาะโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าเท่านั้น

ที่มา: 9 News, 18/1/2026 

Friday, October 31, 2025

Sex Worker ในออสเตรเลียประท้วงการบุกตรวจและเนรเทศแรงงานข้ามชาติ ชี้ปฏิบัติการมุ่งเป้าเชื้อชาติ

กลุ่ม Sex Worker และพันธมิตรในออสเตรเลียได้รวมตัวกันประท้วงการบุกตรวจซ่องของหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกวีซ่าและการควบคุมตัวแรงงานข้ามชาติเข้าศูนย์กักกัน โดยเฉพาะชาวเอเชียอายุน้อย

องค์กรระดับชาติ Scarlett Alliance ระบุว่า การบุกตรวจในช่วงค่ำได้สร้างความหวาดกลัวและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของพนักงาน ตัวเลขตั้งแต่ปี 2022 ชี้ว่า มีผู้ถูกควบคุมตัวและเนรเทศแล้วอย่างน้อย 30 คน และมีผู้ถูกปฏิเสธเข้าประเทศกว่า 200 คน จากการสงสัยว่าจะเข้ามาทำงานบริการทางเพศอย่างผิดกฎหมาย

กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวว่า ปฏิบัติการเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ชาวเอเชียอายุน้อยอย่างชัดเจน โดยสถิติชี้ว่าผู้ที่ถูกปฏิเสธและควบคุมตัวส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและมาจากประเทศญี่ปุ่น พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการดำเนินการที่เหยียดเชื้อชาติ สร้างช่องทางวีซ่าที่ยุติธรรม และให้ความเคารพสิทธิมนุษยชนแก่ผู้ถูกควบคุมตัว

ที่มา: Green Left, 31/10/2025 

Thursday, October 16, 2025

คนทำงานภาครัฐออสเตรเลียเรียกร้องขึ้นเงินเดือน 20%

ข้าราชการภาครัฐของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) กว่า 2,000 คนรวมตัวชุมนุมประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เรียกร้องขึ้นค่าจ้าง 20% ภายใน 18 เดือน โดยสหภาพแรงงาน Public Service Association ระบุว่าข้าราชการได้รับการขึ้นเงินเดือนเพียง 6% ใน 6 ปี หรือประมาณปีละ 1% ทำให้ดำรงชีพไม่ได้ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง

ผู้ชุมนุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เรือนจำ นายอำเภอ พนักงานห้องปฏิบัติการ พนักงาน Service SA และบุคลากร TAFE โดยถือป้ายวิพากษ์รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนกอล์ฟและฟุตบอลมากกว่าสวัสดิการคนทำงานภาครัฐ

รัฐบาลเสนอขึ้นค่าจ้าง 10% ใน 3 ปี แต่สหภาพปฏิเสธ โดยคลังเงินเตือนว่าประชาชนอาจมองว่า 20% เป็นจำนวนมากเกินไป การเจรจาดำเนินมาตั้งแต่กันยายน 2024 และสหภาพแรงงานขู่จะมีการประท้วงเพิ่มหากไม่ได้ข้อเสนอที่ดีกว่า

ที่มา: 9 News, 16/10/2025 

Monday, September 15, 2025

การสอดส่องพนักงานในที่ทำงานเพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย แรงงานขาดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

รายงานใหม่จากนักวิชาการด้านกฎหมายเปิดเผยว่า บริษัทต่าง ๆ ในออสเตรเลียกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ อีเมล และการพิมพ์แป้นพิมพ์ แต่กลับไม่มีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ก็มีข้อยกเว้นที่สำคัญสำหรับข้อมูลของพนักงาน ทำให้ข้อมูลที่ถูกรวบรวมในระหว่างการทำงานไม่ได้รับการคุ้มครองเท่าที่ควร และสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือถูกนำไปขายได้โดยที่พนักงานไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหานี้ เช่น พนักงานบริษัทประกันภัยคนหนึ่งถูกไล่ออกหลังจากบริษัทตรวจสอบการพิมพ์แป้นพิมพ์และพบว่ามีการทำงานต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการนำอุปกรณ์ติดตามรถยนต์ไปใช้เพื่อสอดส่องพฤติกรรมของพนักงานภาคสนาม และการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพนักงานที่อยู่นอกเวลางาน

นอกจากนี้ การมาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังทำให้การสอดส่องมีความรุนแรงขึ้นไปอีก โดยมีการนำ AI มาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติได้ สหภาพแรงงานได้เรียกร้องให้มีการเจรจากับพนักงานอย่างแท้จริงก่อนนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคนทำงาน

ที่มา: The Guardian, 14/9/2025 

Monday, August 18, 2025

ศาลออสเตรเลียสั่งปรับ Qantas 90 ล้าน คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมช่วงโควิด-19


ศาลออสเตรเลียมีคำสั่งปรับสายการบิน Qantas เป็นจำนวนเงิน 90 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จากกรณีเลิกจ้างพนักงานภาคพื้นดินกว่า 1,800 คนอย่างไม่เป็นธรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยศาลระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศในรอบ 120 ปี

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สายการบินยอมจ่ายเงินชดเชยให้กับอดีตพนักงานไปแล้วกว่า 120 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หลังจากที่ศาลสูงปฏิเสธคำอุทธรณ์และยืนยันว่าการจ้างบริษัทภายนอกมาทำงานแทนพนักงานเดิมเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ศาลตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำของสายการบินขาดความจริงใจในการแสดงความสำนึกผิด ขณะที่สหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้องคดี ระบุว่าหากไม่มีการต่อสู้ทางกฎหมายในครั้งนี้ การกระทำของสายการบินจะไม่ถูกเปิดโปงและไม่มีใครต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว

ที่มา: MSN, 18/8/2025 

Thursday, August 14, 2025

ครูในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียหยุดงานประท้วง เรียกร้องค่าจ้างเพิ่มและทรัพยากรการศึกษา

ครูในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย กว่า 50,000 คน ได้จัดการประท้วงหยุดงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องค่าจ้างที่ดีขึ้นและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับใช้ในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น โดยมีการรวมตัวกันที่ศูนย์การประชุมควีนส์แลนด์ และเดินขบวนไปตามท้องถนนในเมือง นอกจากนี้ยังมีการจัดการประท้วงในอีกกว่า 30 ภูมิภาคทั่วทั้งรัฐ

การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงใหม่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ล้มเหลว เนื่องจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันได้หมดอายุลงไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ตัวแทนสหภาพครูแห่งควีนส์แลนด์ (QTU) กล่าวว่าข้อเสนอของรัฐบาลไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูอย่างรุนแรง รวมถึงปัญหาความรุนแรงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

การหยุดงานประท้วงในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสหภาพแรงงานในภาคส่วนสาธารณะ นับตั้งแต่รัฐบาล LNP เข้ารับตำแหน่ง โดยสหภาพครูได้ลงคะแนนเสียงว่าจะหยุดงานประท้วงอีก 24 ชั่วโมงในอนาคต หากรัฐบาลยังคงยืนยันข้อเสนอเดิม

ที่มา: Green Left, 13/8/2025 

Wednesday, June 4, 2025

ออสเตรเลียปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 3.5% มีผล 1 ก.ค. 2025

คณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์กออสเตรเลียประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำระดับชาติ 3.5% จากเดิม 24.10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เป็น 24.94 ดอลลาร์ หรือจากสัปดาห์ละ 915.90 ดอลลาร์ เป็น 947.95 ดอลลาร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

การปรับครั้งนี้กระทบแรงงานประมาณ 1 ใน 5 คนทั่วประเทศที่ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐาน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและลูกจ้างชั่วคราวหรือพาร์ตไทม์ อดัม แฮทเชอร์ ประธานคณะกรรมการระบุว่า หากไม่ปรับขึ้นในโอกาสนี้ ความสูญเสียค่าแรงตามมูลค่าจริงอาจกลายเป็นปัญหาถาวร

สหภาพแรงงานเสนอให้ขึ้น 4.5% แต่หอการค้าและอุตสาหกรรมต้องการไม่เกิน 2.5% โดยกังวลผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รัฐบาลพรรคแรงงานสนับสนุนการขึ้นสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ 2.4% นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ยืนยันการขึ้นค่าแรงจะไม่ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูง

ที่มา: SBS, 3/6/2025 

Monday, June 2, 2025

แรงงานต่างชาติจากหมู่เกาะแปซิฟิกในออสเตรเลียเผชิญปัญหาเลวร้าย กลัวถูกเนรเทศ

การไต่สวนของรัฐสภาออสเตรเลียเปิดเผยว่าแรงงานต่างชาติจากหมู่เกาะแปซิฟิกในโครงการ PALM เผชิญการถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างรุนแรง

ทนายความจากศูนย์คำแนะนำและสิทธิด้านการย้ายถิ่นเผยว่าแรงงานที่สูญเสียแขนขาหรือตาบอดจากอุบัติเหตุในที่ทำงานกลัวถูกเนรเทศหากไปหาหมอ โดยระบุว่าผู้ถือวีซ่า PALM ถูกเอารัดเอาเปรียบมากที่สุดในออสเตรเลีย

โครงการ PALM อนุญาตให้ธุรกิจออสเตรเลียจ้างแรงงานจากประเทศเกาะแปซิฟิกและติมอร์-เลสเต มักทำงานในฟาร์มและโรงแปรรูปเนื้อสัตว์

บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ยอมรับพบสภาพที่อยู่เลวร้ายของแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ผู้จัดการด้านสิทธิมนุษยชนเผยว่า "เราตรวจสอบและพบสภาพที่อยู่อาศัยเลวร้ายและไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ"

สหภาพแรงงานรายงานปัญหาที่พักแออัด มีคน 10 คนอยู่บ้านหลังเดียว จ่าย 170 ดอลลาร์ต่อเตียง ตัวแทนสหภาพระบุว่า "นี่คือการเอารัดเอาเปรียบอย่างชัดเจน"

แม้การสำรวจจะพบ 98% ของแรงงาน PALM พอใจโครงการ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแรงงานมีความกลัวลึกซึ้งต่อการร้องเรียนปัญหาเพราะกลัวจะถูกยกเลิกวีซ่าและเนรเทศออกจากประเทศ

ที่มา: SBS, 2/6/2025 


Monday, May 12, 2025

คนงานโรงงาน Doritos ในออสเตรเลียหยุดงานประท้วงข้อเสนอค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมจาก PepsiCo

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2025 สมาชิกของสหภาพแรงงาน United Workers Union (UWU) ซึ่งเป็นพนักงานที่โรงงาน PepsiCo ในเมืองแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ได้หยุดงานเป็นเวลา 4 ชั่วโมงเพื่อประท้วงข้อเสนอค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากบริษัท

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2025 คนงาน 97% ได้ลงมติปฏิเสธข้อเสนอค่าจ้างครั้งสุดท้ายจาก PepsiCo โดยระบุว่าค่าจ้างที่เสนอมานั้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในออสเตรเลียอย่างมาก

คนงานกว่า 150 คนยังคงหยุดงานเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อกะ ตลอด 5 กะการทำงาน และมีกำหนดสิ้นสุดการประท้วงในช่วงบ่ายของวันที่ 10 พ.ค. 2025 

ประเด็นสำคัญของการประท้วงคือคนงานที่ผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์ Doritos, Twisties และมันฝรั่งทอด Smith's ในแอดิเลดได้รับค่าจ้างน้อยกว่าเพื่อนร่วมงานในรัฐควีนส์แลนด์ถึง 12% แม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกจำหน่ายทั่วประเทศในราคาเดียวกันก็ตาม

ทางสหภาพ UWU ได้เปิดให้มีการลงชื่อคัดค้านออนไลน์เพื่อส่งข้อความประท้วงไปยังบริษัท ผู้สนับสนุนสามารถส่งข้อความถึงรามอน ลากวาต้า (Ramon Laguarta) ซีอีโอของ PepsiCo เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมข้อความว่า "ยุติความโลภและแสดงความเคารพต่อคนงาน PepsiCo ในเซาท์ออสเตรเลียด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม!"

คริสต์จัน บรากาสัน (Kristjan Bragason) รักษาการเลขาธิการทั่วไปของ IUF กล่าวว่า "ข้อเสนอการเพิ่มค่าจ้างของ PepsiCo นั้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อมากและไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก UWU การเพิ่มค่าจ้างมีความจำเป็นเพื่อให้ทันกับอัตราเงินเฟ้อและเพื่อให้มั่นใจว่าคนงานเป๊ปซี่โคทุกคนในออสเตรเลียได้รับค่าจ้างที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน IUF ยืนเคียงข้างคนงาน Doritos ในการต่อสู้ครั้งนี้ และเรียกร้องให้ PepsiCo เข้าร่วมการเจรจาด้วยความสุจริตกับ UWU และบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรมที่โรงงานแอดิเลด"

ที่มา: IUF, 9/5/2025 

Thursday, September 23, 2021

COVID-19 เปลี่ยนการทำงานในออสเตรเลียไปตลอดกาล

 


การทำงานจากที่บ้านในสถานการณ์โควิด-19 อาจเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคต หลังรายงานด้านการทำงานของออสเตรเลีย พบคนทำงานจากที่บ้านเพิ่มสูงถึงราว 40% เทียบกับราว 8% ก่อนการแพร่ระบาดจะเกิดขึ้น และคาดว่าจะยังอยู่ในระดับนี้ต่อไป แม้มาตรการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสิ้นสุดลง

คุณแอนดี วิเธอส์ (Andy Withers) เป็นบรรณาธิการอาวุโสจากบริษัทสื่อกีฬานานาชาติ เขารู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ที่บ้านระหว่างทำงานได้มากขึ้น เช่นเดียวกับอีกหลายคน   

“ไม่มีวันไหนที่ผมไม่รู้สึกขอบคุณข้อดี และสิทธิพิเศษที่ผมมีในอาชีพการทำงานของผม ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า มีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถทำงานได้จากที่บ้าน” คุณวิเธอส์ กล่าว

ประชากรวัยทำงานประมาณ 2 ใน 3 ไม่มีทางเลือกในการทำงานจากที่บ้านเช่นนั้น แต่สำหรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านได้นั้น สิ่งนี้ก็อาจเป็นประโยชน์กับทั้งลูกจ้าง และนายจ้างด้วยเช่นกัน

คุณไมเคิล เบรนแนน (Michael Brennan) ประธานคณะกรรมการผลิตภาพของออสเตรเลีย เชื่อว่า การเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้านนั้น มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

“แน่นอนว่า คุณต้องการที่จะเข้าใจ คุณต้องการจับตา และติดตามอย่างใกล้ชิด แต่คุณคงไม่ต้องการขัดขวางเทคโนโลยีที่อาจนำพาโอกาสใหม่ ๆ และความเป็นไปได้ที่พนักงานและบริษัทต่าง ๆ จะสามารถทำงานตามแนวทางที่พวกเขาเห็นสมควร” คุณเบรนแนน กล่าว

รายงานจากคณะกรรมการผลิตภาพยังได้เน้นอีกว่า การทำงานจากที่บ้านนั้นก็มีด้านลบ ซึ่งรวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพจิต ขณะที่ผู้นำสหภาพระบุว่า มีผลพลอยได้อื่น ๆ ที่ไม่พึงประสงค์จากการทำงานที่บ้านด้วยเช่นกัน

คุณมิเชล โอนีล (Michelle O’Neill) ประธานสภาหอการค้าออสเตรเลีย (ACTU) อธิบายว่า

“สิ่งที่เราพบจากการทำแบบสำรวจเมื่อปีที่แล้วก็คือ คนทำงานจากที่บ้านในตอนนั้น ต้องทำงานเพิ่มจากชั่วโมงงานปกติที่เคยทำอยู่ในที่ทำงานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และเวลาทำงานที่เพิ่มเติมจากนั้นมา คือชั่วโมงงานที่ไม่มีค่าตอบแทน” คุณโอนีล อธิบาย

นอกเหนือจากความกังวลดังกล่าว คุณโอนีล แสดงความกังวลอีกว่า ผู้หญิงกำลังพบกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“สำหรับผู้หญิงในวัยทำงานส่วนใหญ่ พวกเขายังมีความรับผิดชอบมากขึ้น ในการดูแล และช่วยเหลือการเรียนจากที่บ้านของบุตรหลาน มันจึงไม่ใช่ภาพที่เท่าเทียมกัน ในแง่ว่าใครต้องทำงานบ้านเพิ่มเติมจากการทำงานจากที่บ้าน” คุณโอนีล กล่าว

คุณไมเคิล เบรนแนน ประธานคณะกรรมการผลิตภาพ กล่าวอีกว่า รายงานดังกล่าวสรุปได้ว่า การทำงานแบบผสมจากที่บ้านและที่ทำงานนั้น คือลักษณะการทำงานในอุดมคติ

“รูปแบบการทำงานที่ดูเหมือนว่าธุรกิจจำนวนมากให้ความสนใจ ในฐานะวิธีที่ดีที่สุดในการไกล่เกลี่ยความต้องการให้ความยืดหยุ่นกับคนทำงาน เพื่อทำงานจากที่บ้านในบางครั้ง และยังได้ประโยชน์จากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

“เป็นไปได้ว่า รูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมีความยืดหยุ่นในการทำงานจากที่บ้านได้บางเวลา และยังมีคนทำงานอยู่ในที่ทำงานในช่วงเวลาส่วนใหญ่นั้น อาจเป็นสิ่งที่ลงตัว” คุณเบรนแนน กล่าว

สำหรับคนทำงานอย่าง คุณแอนดี วิเธอส์ เขากล่าวว่า มันเป็นวิธีทำงานที่ทำให้เขาหัวแล่นมากขึ้น

"ผมจะหัวแล่นกว่าเมื่ออยู่ที่บ้าน เพียงเพราะไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มอีกเป็นชั่วโมง ในการเดินทางไปกลับที่ทำงานช่วงเช้าและช่วงเย็น ทำให้เริ่มวันใหม่ได้สดชื่นกว่า เพราะไม่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงบนระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ต้องแก่งแย่งกับคนอื่น ๆ ไม่ต้องเจอรถไฟที่มาสาย หรืออะไรทำน้องนั้น"

"ผมว่าตัวผมเองหัวแล่นมากขึ้น และที่แน่นอนก็คือ ไม่เคยหัวแล่นน้อยไปกว่าเดิม" คุณวิเธอส์ กล่าว



ที่มา: SBS 
ภาพประกอบ: Australian Institute of Family Studies 

เรื่องที่ได้รับความนิยม