Showing posts with label CPI Worker. Show all posts
Showing posts with label CPI Worker. Show all posts

Tuesday, October 27, 2020

ทำความรู้จัก 'ดัชนีราคาผู้บริโภคกลุ่มแรงงาน' (CPI Worker)

 


หากการทำงานเรียกว่าทำมาหากิน ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่ของ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคกลุ่มแรงงาน (CPI Worker) น่าจะเป็นคำตอบของคำว่าทำมาหากินได้มากที่สุดเพราะผลของดัชนีชี้ว่าแรงงานส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นส่วนใหญ่ 

โดยดัชนีแรงงานจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำระดับประเทศและจังหวัด ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคกลุ่มแรงงาน หรือ CPi-Worker เป็นดัชนีเศรษฐกิจการค้าใหม่ ที่ สนค.จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดทางเลือกในการสะท้อนภาวะค่าครองชีพของผู้บริโภคกลุ่มแรงงานโดยเฉพาะ เป็นการบูรณาการกระบวนการทำงานระหว่าง สนค. กับกับกระทรวงแรงงาน เพราะพบว่าผู้บริโภคกลุ่มแรงงานมีพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างจากผู้บริโภคกลุ่มทั่วไป 

"กลุ่มแรงงานจะใช้เงินในการบริโภคหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูป และหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า มากกว่าหมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร"  

อย่างไรก็ตาม พบว่าสถานการณืการจ้างงานปีนี้ มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เนื่องจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปี 2563 เป็นติดลบ 7.3% ถึงลบ 7.8% มีค่ากลางที่ลบ 7.5% ซึ่งปรับลดลงจากการแถลงจีดีพีไตรมาสก่อนที่คาดว่าจะติดลบ 5 ถึงลบ 6% โดยการโดย สศช.มองตัวแปรการประมาณการ ดังนี้ 1.การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะจำกัดวงได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้  2.ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐไม่บานปลายกว่านี้ 3.วิกฤติเศรษฐกิจต้องไม่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดเอ็นพีแอลจนนำไปสู่วิกฤติการเงิน 4.ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะหดตัว 4.5% โดยค่าเงินบาทไม่ผันผวนจนเกินไป5.สถานการณ์ภัยแล้งในประเทศที่ไม่รุนแรงจนเกิินไปจนกระทบกับภาคการผลิตในภาคเกษตร

ขณะที่ส่วนภาวะทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นการว่างงานซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญของการฉุดคนเกือบจนให้กลายเป็นคนจนนั้น สศช.สรุปภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งประเมิน

ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการจ้างงาน ซึ่งทำให้ผู้มีงานทำลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 700,000 คน เหลือ 37.1 ล้านคน หรือลดลง 1.9% และมีการว่างงานเพิ่มขึ้น 1.95% หรือ 370,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยสศช.ติดตามข้อมูลพบว่าแรงงาน 1.76 คน มีสถานะทำในสถานประกอบการแต่ไม่ได้รับเงินเดือนจากนายจ้างเพราะหยุดกิจการชั่วคราวหรือบางส่วน จึงเสี่ยงตกงานหากธุรกิจยังไม่ประกอบการได้ปกติ แต่หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นจำนวนคนว่างงานกลุ่มนี้อาจลดลง แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นและสถานประกอบการต้องปิดตัว จะทำให้กลุ่มนี้เสี่ยงว่างงาน  ส่วนแรงงานในระบบที่ตกงานแล้วมี 420,000 คนที่ถูกเลิกจ้างและใช้สิทธิ์ประกันสังคมตามมาตรา 33 ซึ่งรวมแล้วขณะนี้มีแรงงานที่มีความเสี่ยงไม่ได้รับค่าจ้าง 2.18 ล้านคน

แม้คาดการณ์จีดีพีจะไม่ได้รวมประเด็นทางการเมืองไว้ แต่สศช.ได้แสดงความเป็นห่วงก่อนหน้านี้ว่า ควรมีการรักษาบรรยากาศทางการเมืองในประเทศที่ต้องระวังไม่ให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง หรือเกิดสถานการณ์การเมืองไม่มีเสถียรภาพเพิ่ม ขึ้นมาซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นไปอย่างช้าๆ และยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงอยู่มากต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไป

ที่มา : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.),สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)


เรื่องที่ได้รับความนิยม