Showing posts with label ญี่ปุ่น. Show all posts
Showing posts with label ญี่ปุ่น. Show all posts

Thursday, August 13, 2026

ไซต์งานก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นนำเทคโนโลยี AI มาช่วยป้องกันแรงงานจากโรคฮีทสโตรก

 ไซต์งานก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อป้องกันคนทำงานจากโรคพยาธิสภาพจากความร้อนหรือฮีทสโตรก โดยเฉพาะบริษัท Shimizu Corporation ที่นำระบบวิเคราะห์ใบหน้า Kaokara ของบริษัท Pola Medical ในเครือ Pola Orbis Holdings มาติดตั้งผ่านแท็บเล็ต บริเวณพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนในจังหวัดคานากาวะ ซึ่งระบบจะประเมินความเสี่ยงจากสีหน้า การแสดงออก และการหลั่งเหงื่อภายในไม่กี่วินาที เพื่อช่วยคัดกรองสภาพร่างกายของคนทำงานล่วงหน้าก่อนเริ่มปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ สถานที่ทำงานยังได้ผสมผสานการใช้ดัชนีความร้อน WBGT ร่วมกับมาตรการคลายความร้อนอื่นๆ เช่น การแจกเม็ดเกลือแร่และการจัดเตรียมเครื่องดื่มเย็นจัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนทำงาน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบุว่า ระบบวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ช่วยประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากคนทำงานหลายรายมักไม่ทราบว่าร่างกายตนเองเริ่มเผชิญภาวะความร้อนสูงเกินไป ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตของคนทำงาน

ที่มา: MarketWatch, 13/8/2026 


Tuesday, August 4, 2026

เทศบาลในญี่ปุนเผชิญวิกฤตขาดแคลนบุคลากรจนต้องปรับกลยุทธ์รับสมัครงาน

หลายเทศบาลในจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการเปิดรับสมัครงานเพื่อดึงดูดบุคลากร โดยเมืองทามูระได้เปิดโควตาพิเศษสำหรับอดีตพนักงานที่เคยลาออก ให้สามารถสมัครกลับเข้าทำงานได้โดยไม่ต้องสอบข้อเขียน และปรับรูปแบบการสัมภาษณ์เป็นการส่งคลิปวิดีโอเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สมัคร ขณะที่เมืองไอซูวากามัตสึได้เริ่มใช้ระบบรับอดีตพนักงานกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมตั้งแต่ปี 2023 เพื่อให้สามารถเริ่มงานได้ทันที สวนทางกับในอดีตที่การสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเคยมีการแข่งขันสูงมาก

นอกจากนี้ เมืองชิรากาวะยังยกเลิกแบบทดสอบข้าราชการเดิมแล้วหันมาใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพและความถนัดแบบเดียวกับบริษัทเอกชน ส่วนเมืองฮิโรโนะได้ขยายเพดานอายุผู้สมัครจาก 39 ปี เป็น 44 ปี เพื่อแก้ปัญหาจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่ครบตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟุกุชิมะระบุว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวันและการดูแลพนักงานใหม่ จึงเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการเปิดรับสมัครงานตลอดทั้งปี

ที่มา: The Japan Times, 4/8/2026 


Thursday, April 23, 2026

จังหวัดอิบารากิให้รางวัลผู้แจ้งเบาะแสการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เริ่มพฤษภาคม 2026 นี้

จังหวัดอิบารากิ ในประเทศญี่ปุ่น ประกาศแผนปฏิบัติการที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2026 โดยจะมอบเงินรางวัลจำนวน 10,000 เยน ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสการจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในสถานประกอบการ หากข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอิบารากิเป็นจังหวัดที่มีสถิติการตรวจพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายสูงที่สุดในบรรดา 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา

ผู้ที่ต้องการแจ้งข้อมูลต้องดำเนินการผ่านเว็บไซต์ของทางจังหวัด โดยระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และแนบสำเนาเอกสารยืนยันตัวตน เช่น ใบอนุญาตขับขี่ ทั้งนี้ ทางจังหวัดจะออกแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้อคติส่วนตัว โดยระบุว่าการแจ้งเบาะแสจะต้องไม่พิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือสัญชาติของตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพุ่งเป้าไปที่การกระทำผิดของตัวธุรกิจหรือนายจ้างที่รับคนเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวได้รับเสียงคัดค้านอย่างหนักจากสมาคมทนายความท้องถิ่นและกลุ่มภาคประชาสังคมที่สนับสนุนผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ โดยมองว่าระบบนี้จะส่งเสริมให้เกิดการเลือกปฏิบัติและการแบ่งแยกในสังคม รวมถึงสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดระแวงระหว่างคนในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของคนทำงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอิบารากิในระยะยาว

ที่มา: Japan Today, 23/4/2026 


Sunday, April 5, 2026

เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับพนักงานใหม่ในญี่ปุ่นกำลังเพิ่มสูงขึ้น

การเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ของญี่ปุ่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีขึ้นพร้อม ๆ กับที่หลายบริษัทจัดพิธีต้อนรับพนักงานใหม่

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับพนักงานใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็คือ การขาดแคลนแรงงาน

บริษัทแห่งหนึ่งเสนอเงินเดือนสูงถึง 400,000 เยน หรือประมาณ 82,000 บาทสำหรับพนักงานใหม่บางตำแหน่ง ในขณะที่เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับพนักงานใหม่ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 340,000 เยน หรือประมาณ 70,000 บาท

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ บริษัทค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวได้เปิดตัวโครงการเงินเดือนปรับฐานใหม่เพื่อดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ

โครงการนี้มอบเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าปกติให้กับพนักงานใหม่ที่เคยทำงานพาร์ตไทม์กับบริษัทมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนที่จะเข้าทำงานในฐานะพนักงานประจำ พวกเขาต้องมีประสบการณ์ในการทำงานหน้าร้าน และมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่าย

จากพนักงานใหม่กว่า 500 คนของบริษัทนี้ มีเพียง 25 คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าปกติ

ภายใต้โครงการใหม่นี้ บริษัทหวังว่าจะสามารถว่าจ้างนักศึกษาที่ทำงานพาร์ตไทม์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมให้เข้ามาเป็นพนักงานประจำได้ต่อไป หลังจากที่พวกเขาสำเร็จการศึกษา

ผลสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นเผยให้เห็นว่า เงินเดือนเฉลี่ยต่อเดือนของบัณฑิตจบใหม่เมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 260,000 เยนหรือประมาณ 53,000 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 35,000 เยนหรือประมาณ 7,000 บาท เมื่อเทียบกับปี 2563

ทางกระทรวงฯ ระบุว่า บริษัทหลายแห่งยังคงต้องการจะรับสมัครพนักงานใหม่อย่างมาก ในขณะที่บริษัทขนาดเล็กกำลังประสบปัญหาในการรับสมัครพนักงาน

ทั้งยังระบุอีกว่าทางกระทรวงฯ จะยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานจัดหางานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นต่อไป

ที่มา: NHK World, 5/4/2026 

Friday, April 3, 2026

ญี่ปุ่นออกแนวปฏิบัติคุ้มครองแรงงานจากการคุกคามโดยลูกค้า เตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ ต.ค. 2026

รัฐบาลญี่ปุ่นออกแนวปฏิบัติฉบับใหม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อสนับสนุนกฎหมายฉบับแก้ไขที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2026 มุ่งเน้นการป้องกันและตอบโต้พฤติกรรมการคุกคามจากลูกค้า หรือที่เรียกว่า "คะซุ-ฮาร่า" (Kasu-hara) ความสำเร็จนี้เป็นผลจากการผลักดันนานนับทศวรรษโดย สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสรรพสินค้าและบริการ (The Japanese Federation of Textile, Chemical, Food, Commercial, Service and General Workers' Unions - UA Zensen) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานภาคบริการที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรม "ลูกค้าคือพระเจ้า" ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและสวัสดิภาพของแรงงาน

แนวปฏิบัติดังกล่าวกำหนดให้นายจ้างต้องประกาศนโยบายต่อต้านการคุกคามให้ชัดเจน จัดตั้งระบบรับเรื่องร้องเรียน และกำหนดนิยามของพฤติกรรมที่เกินกว่าบรรทัดฐานทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม กฎหมายฉบับนี้ยังระบุหน้าที่ของทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลต้องสร้างความตระหนักรู้ นายจ้างต้องจัดฝึกอบรมพนักงาน และลูกค้าต้องพึงปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบไม่ทำลายบรรยากาศการทำงาน ซึ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อแรงงานด่านหน้าพุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่การจัดสรรงบประมาณจาก กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ  เพื่อพัฒนาระบบคุ้มครองแรงงานให้เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่มา: UNI Global Union, 3/4/2026 

Friday, March 27, 2026

ญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้ขอสัญชาติต้องอาศัยอยู่ในประเทศอย่างน้อย 10 ปี

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจกำหนดให้ผู้ที่จะได้รับสัญชาติญี่ปุ่นต้องอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลามากกว่า 10 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในข้อกำหนดสำหรับการขอสัญชาติ

รัฐมนตรียุติธรรมกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026 ว่า โดยหลักการแล้ว ชาวต่างชาติจะต้องอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นอย่างน้อย 10 ปี และต้องบูรณาการเข้ากับสังคมญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี จึงจะได้รับสัญชาติญี่ปุ่น

รัฐบาลจะขยายระยะเวลาตรวจสอบว่า ผู้ยื่นขอสัญชาติได้ชำระภาษีหรือไม่ เพื่อยืนยันความประพฤติที่ดีและความสามารถในการเลี้ยงชีพของพวกเขา

รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลได้หารือกันเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการพำนักอาศัยที่จำเป็นสำหรับการขอสัญชาติ เนื่องจากระยะเวลาขั้นต่ำในปัจจุบันที่ 5 ปีสั้นกว่าระยะเวลา 10 ปีที่กำหนดไว้ในหลักการสำหรับการขอถิ่นพำนักถาวร

รัฐมนตรียุติธรรมกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาที่ว่า การได้รับสัญชาติญี่ปุ่นที่ง่ายกว่าการได้รับสิทธิ์พำนักถาวร

นอกจากนั้นยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลจะยังคงดำเนินการคัดกรองอย่างเข้มงวดเป็นรายกรณีภายใต้กฎการปฏิบัติงานใหม่ต่อไป

ที่มา: NHK World, 27/3/2026 


Thursday, February 12, 2026

สหภาพแรงงานญี่ปุ่นเรียกร้องเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ


ประธานสหพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Japanese Trade Union Confederation) หรือที่รู้จักในนาม Rengo กล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายสถานการณ์เพื่อเอาชนะบทบาททางเพศที่หยั่งรากลึกและบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ โดยระบุว่าจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น ในญี่ปุ่นสัดส่วนของผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารยังคงต่ำและจำนวนผู้หญิงที่ก้าวขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารมีน้อย แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของครอบครัวที่มีรายได้สองฝ่ายและการเข้าร่วมแรงงานของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

ประธาน Rengo ชี้ให้เห็นว่าในญี่ปุ่นมีความตระหนักรู้และขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับบทบาททางเพศที่หยั่งรากลึก โดยผู้หญิงมักต้องรับภาระความรับผิดชอบในฐานะภรรยา ลูกสะใภ้ หรือลูกสาว ในสถานที่ทำงานผู้หญิงมักทำงานเช่นชงชา ทำงานเบ็ดเตล็ด และให้การสนับสนุน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงถูกบังคับให้ระงับอาชีพการงานอย่างไม่สมส่วนเนื่องจากการย้ายงานของคู่สมรส โดยกล่าวว่าผู้หญิงไม่สามารถมีบทบาทที่เท่าเทียมกับผู้ชายได้ เว้นแต่บทบาททางเพศจะถูกขจัดออกไปไม่เพียงแต่ในสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในครอบครัวและชุมชนทั้งหมดด้วย

ประธานแสดงการสนับสนุนการนำระบบนามสกุลคู่แบบเลือกได้มาใช้ในญี่ปุ่น ซึ่งอนุญาตให้คู่สมรสเลือกระหว่างการใช้นามสกุลร่วมกันหรือรักษานามสกุลเดิมไว้หลังการแต่งงาน โดยระบุว่าเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนเนื่องจากชื่อสกุลเป็นตัวแทนของบุคคลตั้งแต่เกิด และระบบนี้ขยายทางเลือกในการใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ยังกล่าวว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้หญิงสามารถทำงานได้อย่างเพียงพอโดยการเพิ่มค่าจ้างและยกเลิกระบบที่ทำให้ผู้คนไม่อยากทำงานมากขึ้นเพื่อรักษาภาระภาษีและเบี้ยประกันสังคมที่เบาลง

ที่มา: The Japan Times, 12/2/2026 



Monday, February 2, 2026

ผลสำรวจชี้ร้อยละ 75 ของบริษัทญี่ปุ่นใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจ



กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นระบุว่า ร้อยละ 75 ของบริษัทของญี่ปุ่นใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน สัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 11

ทางกระทรวงระบุว่าได้ดำเนินการสำรวจระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม และมีบริษัทมากกว่า 1,100 แห่งตอบแบบสอบถาม

การใช้ AI เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19 เป็นร้อยละ 89 ในบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนในธุรกิจขนาดกลาง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 66 และการใช้ AI ในบริษัทขนาดย่อมก็เพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 65

ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในการร่างเอกสารเสียเป็นส่วนมาก รองลงมาคือการรวบรวมข้อมูล และการสนับสนุนทางเทคนิคและการพัฒนา

ในด้านประโยชน์ของ AI ผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าแชตบอตออนไลน์ช่วยลดความจำเป็นในการรับโทรศัพท์ลงอย่างมาก บริษัทแห่งหนึ่งคาดว่าจะลดเวลาทำงานลงได้ประมาณ 60,000 ชั่วโมงต่อปี โดยใช้ AI ในการสร้างรายงานการประชุมและสรุปอีเมล

ธุรกิจค้าปลีกแห่งหนึ่งที่ตอบการสำรวจระบุว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตัว เนื่องจากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ด้วย AI บริษัทอื่น ๆ ใช้เทคโนโลยีนี้ในการฝึกอบรม โดยให้ระบบอัลกอริทึมเรียนรู้ทักษะของพนักงานที่มีประสบการณ์

ในด้านข้อจำกัดนั้น บางบริษัทกล่าวว่าพวกตนขาดพนักงานหรือความเชี่ยวชาญในการใช้ AI ขณะที่บางบริษัทกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูล

ที่มา: NHK World, 2/2/2026 

Wednesday, January 14, 2026

ยุทธศาสตร์ใหม่ของสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มุ่งขยายฐานสมาชิกและปกป้องสิทธิในโซ่อุปทาน

สหพันธ์สหภาพแรงงานสิ่งทอ เคมี อาหาร พาณิชย์ และบริการแห่งญี่ปุ่น (Japanese Federation of Textile, Chemical, Food, Commercial, Service and General Workers' Unions - UA Zensen) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยจำนวนสมาชิกกว่า 1.9 ล้านคน ได้ประกาศยุทธศาสตร์ระยะ 3-5 ปีข้างหน้าภายใต้การนำของประธานหญิงคนใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2025 โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความหนาแน่นของสหภาพแรงงานที่ลดลงทั่วประเทศ ด้วยการรุกคืบจัดตั้งสหภาพในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการดึงพนักงานพาร์ทไทม์และพนักงานชั่วคราวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ในโซ่อุปทานระดับโลก โดยมีการส่งเสริมการลงนามในข้อตกลงกรอบงานระดับโลก (Global Framework Agreements - GFAs) ร่วมกับแบรนด์ชื่อดังอย่าง มิซูโน่ (Mizuno), อิออน (AEON) และ ทาคาชิมายะ (Takashimaya) เพื่อเป็นต้นแบบให้กับบริษัทข้ามชาติอื่น ๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งผู้นำของ UA Zensen ย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานในฐานการผลิตต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว อันจะส่งผลดีต่อทั้งตัวคนทำงานและภาพลักษณ์ความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

ที่มา: IndustriALL, 13/1/2026 

Monday, November 10, 2025

ครูญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตหนัก ทำงานหนักสุดใน OECD สหภาพฯ เร่งเรียกร้องเพิ่มงบประมาณการศึกษาของรัฐ

สหภาพครูแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Teachers’ Union - JTU) ได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา เพื่อประเมินสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงจากผลสำรวจ TALIS 2024 ซึ่งเผยว่าครูในประเทศกำลังเผชิญกับสภาพการทำงานที่ยากลำบาก โดยเฉพาะ ภาระงานที่หนักเกินไป ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนครูในญี่ปุ่น เลขาธิการใหญ่ขององค์กร Education International ระบุว่า ครูต้องการเวลา เครื่องมือ และความเชื่อมั่น เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เพื่อเด็ก ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

ผลสำรวจ TALIS 2024 ชี้ว่า ครูญี่ปุ่นทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงกว่าครูในประเทศอื่น ๆ ที่เป็นสมาชิกขององค์กร OECD โดยแหล่งที่มาของความเครียดส่วนใหญ่มาจากภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน เช่น งานธุรการที่มากเกินไป (ร้อยละ 63) การจัดการข้อกังวลจากผู้ปกครอง (ร้อยละ 56) และการปรับตัวให้ทันกับข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงจากทางการ (ร้อยละ 43)

ในแง่ของความพึงพอใจในงาน พบว่า มีเพียงร้อยละ 79 ของครูญี่ปุ่นที่พึงพอใจในงานโดยรวม ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ร้อยละ 89 นอกจากนี้ ความพึงพอใจในเรื่อง เงินเดือน และ เงื่อนไขการจ้างงาน ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ ร้อยละ 20 ของครูอายุต่ำกว่า 30 ปี ตั้งใจจะลาออกจากอาชีพภายในห้าปีข้างหน้า พร้อมกับจำนวนการลาป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจิตที่สูงเป็นประวัติการณ์ ประธานสหภาพครูฯ จึงเน้นย้ำว่า โรงเรียนในปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่ยั่งยืน

สหภาพฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ดำเนินการทันที ได้แก่ การลดภาระงาน การเพิ่มจำนวนพนักงาน และการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนพิเศษ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ เพิ่มงบประมาณการศึกษาของรัฐ ผ่านแคมเปญ "Go Public! Fund Education" โดยปัจจุบันญี่ปุ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาน้อยกว่าร้อยละ 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งยังห่างไกลจากมาตรฐานสากลที่แนะนำที่ร้อยละ 6 สหภาพฯ เน้นย้ำว่า ครูต้องการสภาพการทำงานที่ดี เพื่อให้สามารถรับประกันคุณภาพการศึกษา และจะมุ่งมั่นขยายอิทธิพลทางการเมืองของสหภาพแรงงานเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้

ที่มา: Education International, 10/11/2025 

Saturday, October 18, 2025

องค์กรญี่ปุ่นเผชิญปัญหา 'พนง.ประจำการต่างประเทศกลับก่อนกำหนด' เหตุหลักไม่ใช่ภาษา แต่เป็นเรื่องวัฒนธรรม

ผลสำรวจล่าสุดในประเทศญี่ปุ่นโดย Bizmates Inc. พบว่า มากกว่าร้อยละ 90 ของบริษัทที่มีการส่งบุคลากรไปประจำการในต่างประเทศ เคยมีพนักงานเดินทางกลับมาก่อนกำหนด โดยสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งไม่ใช่ปัญหาด้านภาษา แต่เป็นความไม่สามารถปรับตัวเข้ากับค่านิยมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 35

นอกจากนี้ ปัญหาการสื่อสารกับพนักงานท้องถิ่น และการยึดติดกับรูปแบบการทำงานแบบญี่ปุ่น ก็เป็นสาเหตุหลักในอันดับรองลงมา ขณะที่ปัญหาด้านภาษาเป็นเพียงสาเหตุที่พบบ่อยเป็นอันดับที่ 6 เท่านั้น แม้ว่าบริษัทส่วนใหญ่จะมีการฝึกอบรมก่อนเดินทาง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การฝึกอบรมข้ามวัฒนธรรมถือเป็นหัวใจสำคัญในการปรับตัวและป้องกันการกลับก่อนกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายบริษัทยังให้ความสำคัญน้อยเกินไป

ที่มา: The Mainichi - Japan Daily News, 18/10/2025 

Thursday, September 18, 2025

ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติต้องทำงานนานขึ้นก่อนย้ายงาน

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแผนปฏิรูประบบจ้างงานแรงงานต่างชาติ โดยเสนอให้กำหนดระยะเวลาการจ้างงานขั้นต่ำเป็น 2 ปีก่อนที่แรงงานจะสามารถย้ายงานได้ในบางอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงนี้จะเข้ามาแทนที่โครงการฝึกงานด้านเทคนิคที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรมและส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติทำงานในประเทศระยะยาว

ตามข้อเสนอที่ถูกนำเสนอในการประชุมของผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันที่ 17 กันยายน อุตสาหกรรมแปดประเภท ซึ่งรวมถึงงานดูแลผู้ป่วย การผลิต การก่อสร้าง และบริการด้านอาหาร จะกำหนดให้แรงงานต้องทำงานอย่างน้อย 2 ปีก่อนจึงจะสามารถย้ายงานได้ ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เหลืออีกเก้าประเภทจะกำหนดระยะเวลาไว้ที่ 1 ปี เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างนี้คือ แต่ละสาขาอาชีพต้องการระยะเวลาที่ต่างกันในการพัฒนาทักษะที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้สร้างความกังวลว่าอาจขัดแย้งกับกฎหมายแรงงานของประเทศและไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากกฎหมายของญี่ปุ่นโดยทั่วไปอนุญาตให้พนักงานสัญญาจ้างสามารถลาออกได้หลังจากทำงานครบหนึ่งปีแล้ว สมาคมผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้กำหนดระยะเวลาเดียวกันที่ 1 ปีสำหรับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องกับกฎหมายในประเทศ

แม้ว่าระบบใหม่นี้จะอนุญาตให้มีการย้ายงานได้ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย เช่น การถูกคุกคามหรือการล่วงละเมิด แต่การกำหนดระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นก็อาจเป็นอุปสรรคสำหรับแรงงานในบางสาขาอาชีพ ทางรัฐบาลคาดว่าจะอนุมัติแผนนี้ภายในสิ้นปีนี้ ก่อนที่จะเริ่มใช้ระบบใหม่ในเดือนเมษายน 2027

ที่มา: The Asahi Shimbun, 18/9/2025 


Friday, September 12, 2025

ประธานบริษัทเครื่องสำอางญี่ปุ่นลาออก จ่ายค่าชดเชยคดีพนักงานเสียชีวิตจากการล่วงละเมิด

ประธานบริษัทผลิตเครื่องสำอางในกรุงโตเกียวได้ลาออกและตกลงจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวของอดีตพนักงานหญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดทางอำนาจ โดยจะจ่ายเงินชดเชยจำนวน 150 ล้านเยน (ประมาณ 36 ล้านบาท) ร่วมกับบริษัท

อดีตพนักงานหญิงคนนี้เสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 25 ปี หลังจากที่ครอบครัวได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากทั้งประธานบริษัทและตัวบริษัท โดยศาลแขวงโตเกียวได้ตัดสินให้มีการชำระเงินค่าชดเชยและให้บริษัทดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก ทั้งสองฝ่ายยอมรับคำตัดสินดังกล่าว และคดีความได้สิ้นสุดลงแล้ว

ตามคำบอกเล่าของครอบครัวพนักงานหญิงคนนี้ เธอเริ่มทำงานกับบริษัทในเดือนเมษายน 2021 และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เธอถูกประธานบริษัทเรียกเข้าพบและตำหนิอย่างรุนแรง โดยประธานได้เรียกเธอว่า "หมาจรจัด" และยังคงล่วงละเมิดทางวาจาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าในเวลาต่อมา เธอพยายามฆ่าตัวตายในเดือนสิงหาคม 2022 และเสียชีวิตในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 สำนักงานมาตรฐานแรงงานได้ยอมรับว่าการเสียชีวิตของเธอมีสาเหตุมาจากการล่วงละเมิดทางอำนาจของประธานบริษัท และรับรองว่าเป็นการเสียชีวิตจากการทำงาน

ที่มา: The Asahi Shimbun, 12/9/2025 

Saturday, August 16, 2025

บริษัทญี่ปุ่นกว่า 360 แห่งเตรียมรับแรงงานเมียนมากว่า 1,500 คน

สถานทูตเมียนมาในกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า บริษัทญี่ปุ่นกว่า 360 แห่ง เตรียมรับสมัครแรงงานชาวเมียนมากว่า 1,500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานหญิงจำนวนกว่า 1,100 คน ส่วนแรงงานชายมีจำนวนกว่า 310 คน

ข้อมูลระบุว่า สถานทูตฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารจากบริษัทที่ต้องการแรงงานอย่างรอบคอบ เพื่อยืนยันว่าบริษัทจัดหางานและบริษัทที่รับเข้าทำงานมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 มีการส่งเอกสารตรวจสอบไปแล้ว 365 ฉบับ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเดือนกรกฎาคมที่มีการระบุว่า บริษัทญี่ปุ่น 380 แห่งจะรับแรงงานเมียนมาประมาณ 1,300 คน แสดงให้เห็นถึงความต้องการแรงงานจากเมียนมาในตลาดญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: Global New Light of Myanmar, 16/8/2025 

Thursday, July 17, 2025

บริษัทญี่ปุ่นในลาว เสริมสร้างความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

บริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในลาวได้เพิ่มพูนความเข้าใจเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (RBC) และการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบคอบ (HRDD) ผ่านการสัมมนาที่จัดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ร่วมกับสำนักงานองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JETRO) เวียงจันทน์

การสัมมนาเรื่อง "การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและมิติด้านแรงงานของการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบคอบ" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2025 ณ เวียงจันทน์ มีผู้จัดการระดับสูงจากบริษัทการผลิตและโลจิสติกส์ญี่ปุ่นเข้าร่วม 11 คน

การสัมมนาใช้แนวทางจากปฏิญญาหลักการไตรภาคีของ ILO เกี่ยวกับบริษัทข้ามชาติและนโยบายสังคม (MNE Declaration) เพื่อให้ความรู้เชิงปฏิบัติเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและมิติด้านแรงงานของ HRDD

นายยาสุชิ คิคุชิ อธิบดี JETRO เวียงจันทน์ กล่าวเปิดงานว่า "แม้เราจะมองการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญในแง่การบริหารความเสี่ยง แต่เราเชื่อว่าการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ HRDD จะช่วยให้ธุรกิจญี่ปุ่นสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันแบบใหม่"

นายยูกิ โคบายาชิ ผู้ประสานงานโครงการ ILO เรื่องการสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่มีความรับผิดชอบในเอเชีย เน้นย้ำว่า "สิ่งสำคัญคือการเชื่อมโยง HRDD เข้ากับโครงการและระบบการจัดการที่มีอยู่ในบริษัทเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง"

ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาแนวโน้มระดับโลกและภูมิภาคของ RBC และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดยเน้นบทบาทของมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศในกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบคอบ ผ่านกรณีศึกษาและการอภิปรายแบบโต้ตอบ ผู้เข้าร่วมได้แบ่งปันประสบการณ์และความท้าทายในการส่งเสริมสิทธิแรงงานในสถานที่ทำงาน

การสัมมนาปิดท้ายด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับการเสริมสร้างการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในระดับสถานที่ทำงานภายใต้บริบทของลาว

การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ILO เรื่อง "การสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่มีความรับผิดชอบในเอเชียผ่านการส่งเสริมงานที่มีคุณค่าในการดำเนินธุรกิจ (ระยะที่ 2)" ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โครงการนี้สนับสนุนความพยายามในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อส่งเสริมมิติด้านแรงงานของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และเพิ่มพูนการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศและหลักการของมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

ที่มา: ILO, 17/7/2025

Wednesday, July 16, 2025

การรถไฟญี่ปุ่นประกาศแผนการฝึกอบรมชาวต่างชาติประมาณ 100 คนต่อปี ในด้านการบำรุงรักษารถไฟ


JR East ระบุว่าโครงการนี้ครอบคลุมไม่เพียงแต่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมของบริษัทตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของผู้ประกอบการรถไฟรายอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อจัดหาแรงงานให้กับอุตสาหกรรมนี้ทั้งหมด

JR East ระบุว่าการฝึกอบรมจะเน้นในเรื่องการบำรุงรักษาตู้รถไฟ รางรถไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า

บริษัทมีแผนที่จะก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ภายในศูนย์ฝึกอบรมที่มีอยู่แล้วในเมืองชิรากาวะ จังหวัดฟูกูชิมะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มอุตสาหกรรมรถไฟเข้าไว้ในระบบแรงงานที่มีทักษะ โดยจะให้สถานะผู้พำนักอาศัยแก่แรงงานที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น ที่มีทักษะเชี่ยวชาญ

ในปีนี้ JR East เปิดรับผู้ฝึกงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 25 คนในรูปแบบของการทดลอง โดยหลายคนสอบผ่านและคาดว่าจะได้รับการว่าจ้างงาน

รัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าอุตสาหกรรมรถไฟจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานประมาณ 18,400 คน ในปีงบประมาณ 2028

ที่มา: NHK WORLD-JAPAN, 16/7/2027 

Monday, May 12, 2025

คนทำงานญี่ปุ่นยังไม่นิยมรับเงินเดือนผ่านแอปพลิเคชัน แม้เทรนด์ไร้เงินสดเพิ่มขึ้น

จากการสำรวจล่าสุดโดยบริษัทวิจัย MMD Labo ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุ 18-69 ปี จำนวน 20,000 คน พบว่ามีเพียง 2.8% เท่านั้นที่รับเงินเดือนผ่านแอป PayPay ซึ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแอปชำระเงินเดือน 4 ราย แต่บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานก่อนเปลี่ยนวิธีการจ่าย

อีกการสำรวจหนึ่งที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชนให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น สอบถามผู้คน 10,000 คน พบว่า 1 ใน 3 ไม่ต้องการรับเงินเดือนผ่านแอป โดย 48% ของกลุ่มนี้มองว่าไม่มีความจำเป็น

ขณะเดียวกัน การสำรวจบริษัท 2,300 แห่งแสดงให้เห็นว่าเกือบ 80% ยังไม่มีแผนจะจ่ายเงินเดือนผ่านแอป เนื่องจากพนักงานไม่ต้องการ อีกทั้งยังเพิ่มต้นทุนและภาระการบริหารจัดการ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าบริการนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นหากผู้ใช้รู้สึกว่าได้ประโยชน์มากกว่าวิธีรับเงินเดือนแบบเดิม และควรขยายบริการให้ครอบคลุมคนทำงานพาร์ตไทม์ซึ่งต้องการรับค่าจ้างโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจระบุว่าการชำระเงินแบบไร้เงินสดในปี 2024 มีสัดส่วนถึง 40% ของมูลค่าการชำระเงินทั้งหมด ซึ่งบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลเร็วกว่ากำหนด 1 ปี

ที่มา: KYODO NEWS, 11/5/2025 


Monday, April 7, 2025

ผู้จัดการ 7-11 ในญี่ปุ่นฆ่าตัวตาย ทางการรับรองเป็น "โรคจากการทำงาน" หลังทำงานติดต่อกัน 6 เดือนไม่มีวันหยุด


ทนายความครอบครัวผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ชายวัย 38 ปีซึ่งเป็นผู้จัดการร้าน 7-11 ในจังหวัดโออิตะที่ฆ่าตัวตายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานแรงงานว่าเป็น "โรคจากการทำงาน" (労災) โดยมีสาเหตุจากการทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดเลยเป็นเวลาครึ่งปี

ทางการระบุว่าชายผู้เสียชีวิตเกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรงก่อนฆ่าตัวตาย 1 วัน อันเป็นผลจากการไม่มีวันหยุดเพื่อรักษาการดำเนินงานของร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งสร้างแรงกดดันทางจิตใจอย่างรุนแรง

ทนายความระบุว่า "ระยะเวลา 6 เดือนถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวผิดปกติสำหรับการทำงานต่อเนื่องที่ได้รับการรับรองว่าเป็นโรคจากการทำงาน" ขณะที่บริษัท 7-11 ญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าจะเสริมความช่วยเหลือด้านการบริหารแรงงานแก่ร้านแฟรนไชส์เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต

ที่มา: NHK, 7/4/2025 

Monday, March 17, 2025

ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานรุนแรงหากเร่งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ


สถาบันวิจัยเอเชียแปซิฟิกเตือนว่าญี่ปุ่นจะขาดแคลนแรงงานถึง 536,000 คนในอุตสาหกรรมที่พักและบริการอาหารหากรัฐบาลบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 60 ล้านคนในปี 2030

ผลสำรวจพบว่าจำนวนแรงงานในปี 2030 จะลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับปี 2024 เนื่องจากประชากรลดลง ขณะที่ความต้องการด้านการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น 15.6% ต้องเพิ่มผลิตภาพถึง 2.8% ต่อปีเพื่อแก้ปัญหา

สถาบันแนะนำให้ลดเป้าหมายเหลือ 40 ล้านคนและมุ่งเน้นเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัว ซึ่งจะทำให้การขาดแคลนแรงงานลดลงเหลือ 138,000 คน และต้องเพิ่มผลิตภาพเพียง 0.7% ต่อปี

รัฐบาลตั้งเป้าสร้างรายได้ 15 ล้านล้านเยนจากการท่องเที่ยวในปี 2030 หากลดเป้าเหลือ 40 ล้านคน นักท่องเที่ยวแต่ละคนต้องใช้จ่าย 375,000 เยน—สูงกว่า 227,000 เยนในปี 2024 ถึง 1.7 เท่า

ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.87 ล้านคน สร้างรายได้ 8.1 ล้านล้านเยน ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องการท่องเที่ยวเกินขีดจำกัดก็เพิ่มขึ้น เช่นในเกียวโตที่ค่าที่พักสูงขึ้นและความแออัดทำให้นักท่องเที่ยวในประเทศลดลง

สถาบันเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงผลิตภาพผ่านการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน หน้าที่ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและหุ่นยนต์ พร้อมแนะนำให้เพิ่มค่าจ้างสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเพื่อทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืนยิ่งขึ้น

ที่มา: The Asahi Shimbun, 17/3/2025 

Thursday, March 6, 2025

สหภาพแรงงานญี่ปุ่นเรียกร้องขึ้นค่าจ้างสูงสุดในรอบ 31 ปี


สหภาพแรงงานญี่ปุ่นเรียกร้องการขึ้นค่าจ้างสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1993 ในการเจรจาต่อรองที่กำลังดำเนินอยู่ ส่งสัญญาณถึงการเติบโตของค่าจ้างอย่างยั่งยืนที่อาจช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่ทั้งธนาคารกลางและรัฐบาลต้องการ

สมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น หรือที่รู้จักในนาม "เร็งโง" แถลงเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2025 ว่า สหภาพสมาชิกได้เรียกร้องการขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 6.09% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 5.85% ในปีที่แล้ว และเป็นการเรียกร้องเกินกว่า 6% เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามทศวรรษ สหภาพที่เป็นตัวแทนคนงานจากบริษัทขนาดเล็กเรียกร้องการขึ้นค่าจ้าง 6.57% เพิ่มขึ้นจาก 5.97% ในปีที่แล้ว ทั้งนี้ เร็งโงเป็นตัวแทนของคนงานประมาณ 6.8 ล้านคนที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ

ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นสูงสุดที่ 148.07 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เทรดอยู่ที่ประมาณ 148.80 ก่อนหน้าการประกาศ

การเรียกร้องที่เข้มแข็งจากฝ่ายสหภาพช่วยเสริมแรงผลักดันให้เกิดการขึ้นค่าจ้าง ส่งสัญญาณว่าผลลัพธ์ของการเจรจาที่กำหนดไว้ในช่วงปลายเดือนนี้อาจแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ การเติบโตของค่าจ้างอย่างต่อเนื่องเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างวงจรเศรษฐกิจที่ดีที่ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ตามที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นต้องการ

"แรงงานเรียกร้องตัวเลขที่สูงกว่ามาก โดยรู้ว่าบริษัทกำลังคิดถึงการขึ้นค่าจ้างเพื่อรักษาพนักงาน" เคอิจิ คันดะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งสถาบันวิจัยไดวะกล่าว "จากภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แรงงานมีแนวโน้มที่จะแสวงหาค่าชดเชยเพิ่มเติมด้วย"

ปีที่แล้วธนาคารกลางได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีในเดือน มี.ค. 2025 ไม่กี่วันหลังจากที่เร็งโงเปิดเผยผลเบื้องต้นของข้อตกลงค่าจ้าง การสำรวจครั้งแรกแสดงให้เห็นว่าสหภาพประมาณ 770 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวแทนของบริษัทขนาดใหญ่ บรรลุการขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.28% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 33 ปี

ในปีนี้ เร็งโงจะประกาศการสำรวจข้อตกลงครั้งแรกในวันที่ 14 มี.ค. 2025 ก่อนการตัดสินใจนโยบายของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นครั้งต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดการปีที่แล้ว รองผู้ว่าการธนาคารกลาง ชินอิจิ อุจิดะ ส่งสัญญาณในสัปดาห์นี้ว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นักวิเคราะห์ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งจนถึงฤดูร้อน หลังจากที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.5% ในเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตาม การตกลงเรื่องค่าจ้างที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้อาจเร่งให้เกิดการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น โดยนักวิเคราะห์บางรายมองว่าการประชุมในเดือน เม.ย./พ.ค. เป็นช่วงเวลาที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง


ที่มา: Yahoo Finance, 6/3/2025 


เรื่องที่ได้รับความนิยม