Thursday, August 16, 2018

นักสหภาพแรงงานยุโรปแนะใช้กลไก ‘เจรจาทางสังคม’


ตัวแทนสหภาพแรงงานยุโรป เสนอว่าการเจรจาที่ดีนั้นทุกฝ่ายต้องมีเจตนาที่จะแก้ไขความขัดแย้งการ ‘เจรจาทางสังคม’ (Social Dialogue) เป็นกลไกสำหรับสหภาพแรงงาน นายจ้าง และรัฐ ในการทำงานร่วมกันซึ่งจะเป็นการช่วยลดการเผชิญหน้าและความตึงเครียดที่มีต่อกัน

เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการสัมมนาเรียนรู้เรื่องการ ‘เจรจาทางสังคม’ (Social Dialogue) ระหว่างสหภาพแรงงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหภาพแรงงานยุโรป โดยองค์กร The Institute for International Workers Education (IIWE) ซึ่งนักสหภาพแรงงานยุโรปมาจากสมาพันธ์แรงงาน ACV-CSC (Belgium) และ CNV and CNV Internationaal (Netherlands) ส่วนนักสหภาพแรงงานจากเอเชียมาจากอินโดนีเซีย, กัมพูชา, พม่า, เนปาล, บังคลาเทศ และไทย

โดยตัวแทนจากสหภาพแรงงานในยุโรประบุว่า สหภาพแรงงานในยุโรปนั้นมีแผนกศึกษาและวิจัย เป็นแผนกที่ทำงานด้านข้อมูล เพื่อองค์กรสหภาพสามารถวางแผนงานระยะยาว ระยะกลาง ระยะสั้น โดยเฉพาะการรณรงค์ในเรื่องที่มีความสำคัญต่อคนงานกลุ่มต่างๆ

สหภาพแรงงานยุโรปเสนอว่าการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายของคนงานในบรรษัทข้ามชาติและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในบรรษัทข้ามชาติและในห่วงโซ่อุปทาน บรรษัทข้ามชาติหลายบรรษัทมีซัพคอนแทรกเตอร์จำนวนมาก เราจะใช้รูปแบบการเจรจาทางสังคม และแนวคิดเรื่องห่วงโซ่อุปทานอย่างไรเพื่อทำให้เกิดความสมดุล

รูปธรรมของการเจรจาทางสังคมที่สหภาพแรงงานยุโรปได้ทำสำเร็จล่าสุด คือการเจรจาและทำข้อตกลงเรื่องความสัมพันธ์การจ้างงาน โดยบริษัทที่ทำหน้าที่ส่งอาหารให้กับลูกค้าตามบ้านเข้าสู่ข้อตกลงกับสหภาพแรงงานทำให้คนงานที่ขี่มอเตอร์ไซด์ส่งอาหารตามบ้านได้รับการคุ้มครองจากข้อตกลงสภาพการจ้างคนงานขนส่ง ซึ่งขณะนี้ได้ทำงานสร้างเครือข่ายไปถึงคนงานตามบ้านและที่ทำงานในบ้าน (Domestic workers) และล่าสุดคือเครือข่ายคนงานข้ามชาติ (Migrant workers)

มุมมองของนักสหภาพแรงงานต่อคนงานข้ามชาติคือคนงานทุกคนเป็นคนงานไม่ว่าพวกเขาจะมาจากที่แห่งใดและเป็นภารกิจของสหภาพแรงงานในการทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนนของคนงานข้ามชาติทุกคน

นักสหภาพแรงงานยุโรปฝากถึงนักสหภาพแรงงานในประเทศไทยว่า เป็นเรื่องดีที่คนงานจะต้องสื่อสารกันให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ชายแดนทุกประเทศเปิด คนงานเดินทางมาทำงานจากหลายประเทศ ทักษะการสื่อสารและภาษาเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกันและการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 

สหภาพแรงงานยุโรปได้ยกตัวอย่างการเรียนรู้ระหว่างสหภาพแรงงานอินโดนีเซียและบราซิล อาทิ ในอุตสาหกรรมโรงแรม ซึ่งมีการรีไซเคิลของเสียและแปลงของเสียให้เป็นเงินสวัสดิการสำหรับคนงาน การรีไซเคิลของเสียดังกล่าวยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยสหภาพแรงงานสามารถบรรจุเป็นข้อตกลงสภาพการจ้าง เรื่องการรีไซเคิลของเสียเพื่อนำไปใช้ในการเกษตรและนำไปสู่การเพิ่มสวัสดิการให้กับคนงาน

ทั้งนี้สหภาพแรงงานในกัมพูชาและพม่าบอกว่าพวกเขายังไม่มีแผนกศึกษาวิจัย แต่ใช้ที่ปรึกษารายบุคคล เป็นคนให้คำแนะนำในด้านยุทธศาสตร์ของสหภาพ นอกจากนี้สหภาพแรงงานในเอเชียหลายประเทศ ระบุว่าประสบการณ์ของพวกเขาที่ผ่านมาคือ พวกเขาต้องการการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ต่อประเด็นปัญหาต่างๆ รวมถึงเมื่อเกิดความขัดแย้งทางด้านแรงงาน แต่หลายครั้งพวกเขาถูกปฏิเสธการเจรจา 

สำหรับเรื่องนี้ตัวแทนสหภาพแรงงานยุโรป เสนอว่าการเจรจาที่ดีนั้นทุกฝ่ายต้องมีเจตนาที่จะแก้ไขความขัดแย้ง การเจรจาทางสังคมเป็นกลไกสำหรับสหภาพแรงงาน นายจ้าง และรัฐ ในการทำงานร่วมกันซึ่งจะเป็นการช่วยลดการเผชิญหน้าและความตึงเครียดที่มีต่อกัน 

ทั้งนี้การเจรจาทางสังคม จะได้ผลต่อเมื่อทุกฝ่ายต้องเห็นคุณค่า มีความเข้าใจเหมือนกัน และช่วยกันอำนวยให้มันเกิดขึ้น อาทิเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน หรือปรับโครงสร้างองค์กร ผู้แทนนายจ้างและสหภาพแรงงานต้องประชุมกันและหาทางออกร่วมกัน ผลจากการประชุมหรือการเจรจากัน นำไปสู่การทำข้อตกลงร่วมกัน เช่นการันตีว่าจะไม่ลดค่าจ้างหลังการปรับโครงสร้าง รวมถึงข้อตกลงที่เกี่ยวกับคนงานซับคอนแทรค การเจรจาทางสังคม ยังรวมถึงการเปิดเผยข้อมูล อาทิ ทิศทางการดำเนินงานของบริษัท แผนงานในอนาคตของบริษัท  และจะใช้ได้ผลดี ผู้แทนทุกฝ่ายต้องมีความรู้และมีทักษะการเจรจาที่ดี  รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและช่วยอำนวยความสะดวก

ซึ่งท้ายสุดแล้วการเจรจาทางสังคม นั้นไม่ได้ใช้เพื่อคุยกันในเรื่องทางเศรษฐกิจหรือกิจกรรมสหภาพแรงงานเท่านั้น แต่เป็นพื้นฐานที่นำไปสู่ความเท่าเทียมทางสังคม สันติภาพและประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

เรื่องที่ได้รับความนิยม