พนักงานขนส่งสาธารณะเกือบ 100,000 คนจากบริษัทเดินรถและขนส่งมวลชนเทศบาลกว่า 150 แห่งทั่วเยอรมนี ได้เริ่มนัดหยุดงานประท้วงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ภายใต้การนำของ สหภาพแรงงานบริการภาครัฐ (Public Service Trade Union - Ver.di) เพื่อกดดันให้สมาคมนายจ้างภาครัฐเทศบาลเพิ่มสวัสดิการและปรับปรุงสภาพการทำงานที่ตึงเครียด โดยการประท้วงครั้งนี้ส่งผลให้ระบบขนส่งมวลชนในหลายรัฐทั่วประเทศต้องหยุดชะงัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัดในช่วงฤดูหนาว ซึ่งถือเป็นจุดแตกหักหลังจากที่การเจรจาหลายรอบก่อนหน้านี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่น่าพอใจได้
ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มผู้ประท้วงเน้นไปที่การลดชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์จาก 37.5 ชั่วโมงเหลือ 35 ชั่วโมงโดยไม่ลดค่าจ้าง การเพิ่มวันหยุดพักผ่อน และการกำหนดเวลาพักระหว่างกะที่ชัดเจนอย่างน้อย 11 ชั่วโมง เนื่องจากปัจจุบันพนักงานต้องแบกรับภาระงานหนักและตารางเวรที่ทำลายสุขภาพจนส่งผลให้เกิดสภาวะขาดแคลนแรงงานมีฝีมืออย่างรุนแรง ในขณะที่ฝ่ายนายจ้างกลับพยายามเสนอให้มีการเพิ่มชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์สูงถึง 42 ชั่วโมงและยกเลิกสวัสดิการบางอย่าง ซึ่งทางสหภาพฯ มองว่าเป็นความพยายาม "หมุนนาฬิกาย้อนกลับ" และทำลายความมั่นคงของบริการสาธารณะที่ประชาชนนับล้านต้องพึ่งพา
นอกจากประเด็นเรื่องค่าจ้างและเวลาทำงานแล้ว การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงประเด็นระดับมหภาคเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของงบประมาณแผ่นดิน โดยทางสหภาพฯ และกลุ่มเครือข่ายแรงงานก้าวหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาลงทุนในระบบขนส่งมวลชนและทรัพยากรมนุษย์แทนการทุ่มงบประมาณไปกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและการทหารเพียงอย่างเดียว
