อดีตพนักงานธนาคารประสบการณ์กว่า 10 ปี ซึ่งย้ายถิ่นฐานมายังประเทศฟินแลนด์และเริ่มทำงานในภาคส่วนบริการทำความสะอาด เปิดเผยถึงประสบการณ์การถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากนายจ้างหลังจากเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงานหนักเกินขีดจำกัด โดยระบุว่าเมื่อแจ้งอาการเจ็บป่วยต่อนายจ้าง กลับถูกบังคับให้ลงนามในสัญญาจ้างใหม่ที่ลดชั่วโมงงานเหลือเพียง 4 ชั่วโมง 30 นาทีต่อสัปดาห์ ส่งผลให้มีรายได้ไม่ถึง 200 ยูโรต่อเดือนในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและไม่สามารถขอรับสวัสดิการว่างงานได้เนื่องจากนายจ้างระบุว่าเป็นการลดชั่วโมงงานโดยสมัครใจ
ในสภาวะที่ขาดที่พึ่ง สหภาพแรงงานบริการ (Service Union United - PAM) ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและเป็นตัวแทนในการเจรจาด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ของสหภาพแรงงานคอยประสานงานจนนำไปสู่การเปิดโต๊ะเจรจาด้านสุขภาวะอาชีพอย่างเป็นทางการ ผลการหารือทำให้พนักงานรายดังกล่าวได้รับอนุมัติการลาป่วยตามสิทธิที่พึงได้และได้รับการปกป้องสิทธิมนุษยชนหลังจากต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมนานถึง 5 เดือน กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทสหภาพแรงงานในการคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่อาจขาดความรู้ความเข้าใจในระบบกฎหมายแรงงานท้องถิ่น
