สถานการณ์การคมนาคมในกรุงโซลเข้าสู่ภาวะวิกฤตเมื่อเช้าวันที่ 13 มกราคม 2026 หลังจาก สหภาพแรงงานรถเมล์กรุงโซล (Seoul City Bus Union) ประกาศเริ่มการนัดหยุดงานประท้วง ส่งผลให้รถประจำทางกว่า 7,000 คันใน 390 เส้นทางต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากผลการเจรจาระหว่างฝ่ายแรงงานและฝ่ายบริหารที่ดำเนินต่อเนื่องนานกว่า 10 ชั่วโมงจนถึงช่วงดึกของวันที่ 12 มกราคม 2026 สิ้นสุดลงโดยไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในประเด็นเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการพนักงาน
ความขัดแย้งหลักอยู่ที่การตีความ "ค่าจ้างปกติ" ตามคำสั่งศาลสูงสุดในช่วงปลายปี 2024 ซึ่งสหภาพแรงงานเรียกร้องให้รวมโบนัสเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มค่าตอบแทนรวมเป็นร้อยละ 12.8 ขณะที่ฝ่ายบริหารเสนอการปรับโครงสร้างระบบค่าจ้างใหม่และเพิ่มเงินให้เพียงร้อยละ 10.3 จึงเกิดภาวะชะงักงัน ทางเทศบาลกรุงโซลได้เร่งบังคับใช้มาตรการขนส่งฉุกเฉิน โดยการเพิ่มเที่ยวรถไฟใต้ดินอีก 172 เที่ยวต่อวัน ขยายเวลาให้บริการช่วงเร่งด่วน และจัดรถรับ-ส่งฟรี ในทั้ง 25 เขต เพื่อเชื่อมต่อย่านสำคัญไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน หวังบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด
