ท่ามกลางวิกฤตการเมืองและการสู้รบในเมียนมา "โรงเรียนปารมี" (Parami School) ซึ่งก่อตั้งโดย สหพันธ์สหภาพแรงงานเมียนมา (Confederation of Trade Unions of Myanmar - CTUM) ตั้งแต่ปี 1998 ในประเทศไทย ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับบุตรหลานแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัย ล่าสุด สหภาพครูญี่ปุ่น (Japan Teachers' Union - JTU) ได้ประกาศขยายความช่วยเหลือทางการเงินและสวัสดิการไปจนถึงปี 2029 เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและเงินเดือนครูที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ร่วมขบวนการอารยะขัดขืน ซึ่งกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางสถานะกฎหมายในต่างแดน
ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ดูแลนักเรียนกว่า 505 คน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งภาษาเมียนมา ไทย อังกฤษ ไปจนถึงวิชาชีพอย่างการเย็บผ้าและงานไฟฟ้า แม้จะประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ หอพัก และรถรับส่งนักเรียน รวมถึงความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อมีนาคม 2025 แต่ความช่วยเหลือจาก JTU และ สหภาพแรงงานพนักงานท้องถิ่นแห่งญี่ปุ่น (All-Japan Prefectural and Municipal Workers Union - JICHIRO) ได้กลายเป็นสายป่านสำคัญที่ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทยหรือเข้าสู่ตลาดงานที่มีคุณค่า เพื่อวางรากฐานสู่สังคมประชาธิปไตยในอนาคต
