อุตสาหกรรมถ่านหินในโคลอมเบียกำลังเผชิญภาวะถดถอยอย่างหนักเนื่องจากความต้องการในตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะเหมืองเซร์เรคอน (Cerrejón) ซึ่งเป็นเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกาภายใต้การบริหารของเครือบริษัท Glencore มีกำหนดจะปิดตัวลงในปี 2034 สถานการณ์นี้ทำให้ สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมถ่านหินแห่งชาติ (National Union of Coal Industry Workers - Sintracarbón) ต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคเอกชนเร่งดำเนินการ "การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม" เพื่อคุ้มครองสวัสดิการของพนักงานที่ทำงานมาอย่างยาวนาน และเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในภูมิภาคลา กัวฮิรา ที่พึ่งพารายได้จากการทำเหมืองถึงเกือบครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในพื้นที่
ข้อเสนอของกลุ่มสหภาพเน้นไปที่การรับประกันสวัสดิการเกษียณอายุสำหรับพนักงานอาวุโส และการเริ่มโครงการปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานไปสู่ภาคส่วนอื่นตั้งแต่วันนี้ โดยปัจจุบันได้เริ่มร่วมมือกับสหภาพแรงงานจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์เพื่อฝึกอบรมพนักงานด้านพลังงานแสงอาทิตย์และลม รวมถึงการผลักดันให้ภูมิภาคกลับไปฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวแทนการพึ่งพาการขุดเจาะเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อเรียกร้องแล้ว แต่ทางสหภาพยังคงกังวลว่าหากไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนและรวดเร็ว การปิดเหมืองในอีกไม่ถึง 9 ปีข้างหน้าจะก่อให้เกิดวิกฤตการว่างงานและปัญหาทางสังคมที่รุนแรงในระดับที่แก้ไขได้ยากในอนาคต
