ศาลกลางระดับกลางแห่งเมืองหางโจว ประเทศจีน มีคำพิพากษาเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานจากการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี โดยตัดสินว่าบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งทางตะวันออกของจีนกระทำการเลิกจ้างพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม หลังจากพนักงานรายดังกล่าวปฏิเสธการลดตำแหน่งและลดเงินเดือน เมื่อบริษัทนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ทำงานแทนที่หน้าที่เดิมของเขา ศาลระบุว่าการอ้างเหตุผลด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ถือเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมาย เช่น การลดขนาดองค์กรจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรืออุปสรรคในการดำเนินงานที่ทำให้ไม่สามารถจ้างงานต่อไปได้
คดีนี้เริ่มต้นจากพนักงานในแผนกประกันคุณภาพรายหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models - LLM) ถูกบริษัทสั่งลดเงินเดือนลงถึงร้อยละ 40 และปรับลดตำแหน่งหลังจากระบบ AI สามารถทำงานดังกล่าวได้โดยอัตโนมัติ เมื่อพนักงานปฏิเสธข้อเสนอใหม่ บริษัทจึงใช้เหตุผลด้านการลดจำนวนบุคลากรเพื่อเลิกจ้างเขา ทว่าศาลเห็นพ้องกับคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่ให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชย โดยย้ำว่าผู้ประกอบการไม่สามารถเลิกจ้างหรือตัดเงินเดือนพนักงานฝ่ายเดียวเพียงเพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้
คำตัดสินนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่สะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลจีนที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก กับการรักษาเสถียรภาพในตลาดแรงงานท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราการว่างงานในกลุ่มเยาวชนที่สูงขึ้น โดยคำวินิจฉัยนี้สอดคล้องกับคดีก่อนหน้าเมื่อปลายปีที่แล้วที่ระบุว่าการนำ AI มาใช้ยังไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานทางกฎหมายที่นายจ้างจะใช้เป็นเหตุผลในการยกเลิกสัญญาจ้างงานได้
