สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเริ่มกระจายฉีดวัคซีน Ervebo ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าจำนวนราว 50,000 คนในพื้นที่ศูนย์กลางการระบาด เพื่อสร้างเกราะป้องกันไวรัสอีโบลา โดยการดำเนินงานได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières - MSF) เนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวนำมาใช้งานภายใต้โครงการสืบเนื่องจากเหตุผลทางมนุษยธรรม และจะมีการติดตามประเมินผลประสิทธิภาพในกลุ่มผู้รับวัคซีน 20,000 คนเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากเดิมทีวัคซีนนี้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับสายพันธุ์ซาอีร์ แต่สายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปัจจุบันคือสายพันธุ์บุนดิบูเกียวซึ่งยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งนี้มีความรุนแรงและขยายตัวเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 7,541 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 3,639 คน แม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะระบุถึงสัญญาณแนวโน้มการแพร่เชื้อที่เริ่มชะลอตัวลง แต่องค์การแพทย์ไร้พรมแดนยังคงออกมาชี้แจงว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการระบาดอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์จำต้องรับการฉีดวัคซีนเพื่อรับมือกับวิกฤติตามข้อกำหนดและความจำเป็นในการปฏิบัติงาน