ภาคส่วนระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการนัดหยุดงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้บริษัทรถไฟแห่งชาติโปรตุเกส (CP) ต้องยกเลิกการเดินรถไปแล้วถึง 153 เที่ยว หรือคิดเป็นเกือบ 20% ของเที่ยวรถทั้งหมด ขณะที่ระบบรถไฟใต้ดินในกรุงลิสบอนและเมืองโปรโตเริ่มหยุดให้บริการตั้งแต่ช่วงดึกของคืนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้บริการขั้นต่ำในระบบรถไฟ รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สัญจร
ชนวนเหตุของการประท้วงใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาพันธ์แรงงาน CGTP ได้ประกาศนัดหยุดงานเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลูอิช มอนเตเนโกร (Luís Montenegro) เนื่องจากเดดไลน์การเจรจาร่วมสามฝ่ายสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน และคณะรัฐมนตรีได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ การนัดหยุดงานได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสหภาพแรงงานหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคบริการสาธารณะ (โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณสุขและสถานศึกษา) ภาคการขนส่ง ฝ่ายการบิน และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาจากการรวมตัวประท้วงใหญ่ของสองสมาพันธ์แรงงานยักษ์ใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
